โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ตชด. ร่วม กสศ. ช่วยเหลือ นักเรียนทุนเสมอภาค ป้องกันการหลุดออกจากระบบการศึกษา

TODAY

อัพเดต 15 ธ.ค. 2563 เวลา 17.53 น. • เผยแพร่ 15 ธ.ค. 2563 เวลา 13.00 น. • workpointTODAY

กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (บช.ตชด.) ร่วมกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) จัดประชุมชี้แจงการดำเนินงานการขอรับเงินอุดหนุนนักเรียนยากจนพิเศษแบบมีเงื่อนไข (นักเรียนทุนเสมอภาค) ประจำภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2563 โดยมีกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดน 16 กองกำกับ ผ่านระบบ VDO Teleconference

พล.ต.ท.วิชิต ปักษา ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน กล่าวว่า จากความร่วมมือระหว่าง บช.ตชด. และ กสศ. เพื่อจัดทำโครงการจัดสรรเงินอุดหนุนแบบมีเงื่อนไข (นักเรียนทุนเสมอภาค) เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษาและบรรเทาอุปสรรคการมาเรียน และป้องกันการหลุดออกจากระบบการศึกษานั้น การดำเนินงานโครงการฯ ในภาคเรียนที่ 1/2563 ที่ผ่านมา ตชด.และ กสศ.ได้พัฒนาหลักเกณฑ์กระบวนการคัดกรองนักเรียนยากจนด้วยวิธีการวัดรายได้ทางอ้อม เพื่อจัดสรรเงินอุดหนุนแบบมีเงื่อนไขนักเรียนทุนเสมอภาคเป็นรายบุคคล ได้รับความร่วมมือจากกองกำกับการฯ ครูใหญ่ ครูผู้ปฏิบัติงานในโรงเรียนสังกัดตชด.เป็นอย่างดี ในการระดมความร่วมมือช่วยเหลือเด็กนักเรียนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์หรือด้อยโอกาส ตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล ถึงระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ถึงแม้ว่าการดำเนินการจะเสี่ยงจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 และผลจากการร่วมแรงร่วมใจทำให้นักเรียนในสังกัดตชด.ได้รับการจัดสรรเงินอุดหนุนแบบมีเงื่อนไข จาก กสศ. จำนวนกว่า 17,075 คน  ครอบคุลม 217 โรงเรียน

“ทุนเสมอภาคไม่ได้เพียงช่วยเด็กยากจนที่อยู่ตามแนวชายแดนให้ได้รับการศึกษาเท่านั้น แต่ยังช่วยครอบครัวเด็กที่เผชิญปัญหาเศรษฐกิจให้ได้รับการดูแลอีกด้วย ต้องยอมรับว่าก่อนจะมีทุนการศึกษาจาก กสศ. บางครอบครัวต้องการให้เด็กออกจากระบบการศึกษา เพื่อมาทำงานหาเลี้ยงครอบครัว แต่เมื่อเด็กได้รับทุนการศึกษานี้ จึงได้เข้าไปช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในครอบครัวได้บางส่วน ถือว่าทุนเสมอภาคได้ช่วยให้เด็กมีการศึกษาและแก้ไขปัญหาความยากจนในครอบครัวไปพร้อมกัน เมื่อเด็กกินอิ่มและปัญหาครอบครัวเบาบางลง ย่อมทำให้เด็กมีขวัญกำลังใจและไม่เครียดต่อปัญหาที่เผชิญอยู่ จึงอยากมาโรงเรียนเพราะรู้สึก
มีความสุข ซึ่งเป็นผลจากการที่ ตชด. ทำงานร่วมกับชุมชน จึงได้เห็นสภาพปัญหาที่แท้จริงและสามารถคัดกรองเด็กยากจนพิเศษให้ได้ทุนจาก กสศ.” พล.ต.ท.วิชิต กล่าว

พล.ต.ท.วิชิต กล่าวว่า ในส่วนของการใช้ระบบสารสนเทศเพื่อรวบรวมฐานข้อมูลของนักเรียนทุนเสมอภาคนั้นแม้จะประสบปัญหาข้อจำกัดในเรื่องความยากลำบากของการเดินทางเพื่อเยี่ยมบ้าน และบันทึกข้อมูลเด็กนักเรียนในพื้นที่ห่างไกล แต่ทาง ตชด.ได้มีการประสานงานระดับนโยบายเพื่อขอความร่วมมือกับทางเจ้าหน้าที่ให้มีการกำกับการดูแลและสั่งการ ครู ตชด.เพื่อออกสำรวจค้นหากลุ่มเด็กยากจนพิเศษ  พร้อมเน้นย้ำในอนาคตคาดว่าจะเป็นประโยชน์ต่อความร่วมมือระหว่าง ตชด.กับ กสศ. เพื่อนำไปสู่การพัฒนาระบบสารสนเทศมาสนับสนุนการทำงาน ของโรงเรียนในสังกัด ตชด. อีกทั้งอาจจะต้องพิจารณาการขยายระเวลาในการนำเข้าข้อมูลนักเรียนเพิ่มเติม เนื่องจากบางพื้นที่มีอุปสรรคในการเดินทาง และอาจต้องใช้เวลานานในการเข้าถึงพื้นที่

ทั้งนี้ในช่วงเดือนที่ผ่านมา บช.ตชด. และ กสศ. ได้มีการตรวจสอบข้อมูล ติดตามการดำเนินงานของสถานศึกษาผ่านระบบสารสนเทศ พบว่ายังมีสถานศึกษาบางส่วนที่ไม่ได้ดำเนินการบันทึกใบสำคัญรับเงิน (กสศ.06) รวมทั้งการส่งเงินอุดหนุนฯในส่วนของสถานที่คงเหลือจากการดำเนินงานที่ผ่านมา คืนเงินกลับไปยัง กสศ. รวมถึงการบันทึกเงื่อนไขการรับเงินอุดหนุนฯ 2 เงื่อนไข คือ 1) การบันทึกการมาเรียน 2) การบันทึกน้ำหนักส่วนสูง ที่ถือเป็นหัวใจสำคัญของโครงการนี้ จึงขอความร่วมมือกองกำกับการทั้ง 16 กองกำกับเร่งประสานงานติดตามสถานศึกษาในสังกัดให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จตามกรอบระยะเวลาที่กำหนด

ขณะที่ ดร.ไกรยส ภัทราวาท รองผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา(กสศ.) กล่าวว่า ขอขอบคุณครูสังกัด ตชด. จาก 218 โรงเรียน ที่ได้ลงพื้นที่ค้นหาคัดกรองนักเรียนที่มีความยากลำบากซึ่งอยู่ในพื้นที่ตามแนวตะเข็บชายแดนทั้งหมด ทำให้กสศ.มีฐานข้อมูลที่สามารถชี้เป้านักเรียนที่มีความยากลำบากใน รร.ตชด.ได้ ในขณะที่สภาพความเป็นจริงนักเรียนส่วนใหญ่มีฐานะทางบ้านยากจนด้อยโอกาส ต้องดิ้นรนทำงานเพื่อการยังชีพเป็นหลัก  หรือบางคนต้องหยุดเรียนเพื่อช่วยดูแลน้องและผู้สูงอายุที่บ้านในช่วงที่พ่อแม่ออกไปทำงาน ทำให้นักเรียนเหล่านี้มีความเสี่ยงหลุดออกจากระบบการศึกษา ซึ่งในช่วงสถานการณ์โควิด-19 หลายครอบครัวของเด็กนักเรียนยากจนพิเศษหรือนักเรียนทุนเสมอภาคต้องเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจ ที่อาจกระทบไปถึงตัวเด็กนักเรียนจนเสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษา และจากการวิเคราะห์ข้อมูลล่าสุดจากการลงพื้นที่เยี่ยมบ้านของครูทั่วประเทศในช่วงเดือน ก.ค.-ส.ค. ที่ผ่านมาที่พบว่ารายได้เฉลี่ยต่อคนต่อวันของครัวเรือนนักเรียนทุนเสมอภาคลดลงเหลือเพียงวันละ 36 บาท และมีอัตราการว่างงานเฉลี่ยในครัวเรือนเพิ่มสูงขึ้นจากร้อยละ 44 เป็นร้อยละ 73 ซึ่ง กสศ. ได้ติดตามเฝ้าระวังผลกระทบจากสถานการณ์โควิท-19 ต่อครัวเรือนนักเรียนทุนเสมอภาคมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนเมษายน ที่ผ่านมา โดยได้ปรับปรุงการทำงาน และกระบวนการจัดสรรงบประมาณให้สอดคล้องกับสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ซึ่งในภาคเรียนที่ 2/2563 กสศ.จะจัดสรรเงินอุดหนุนให้แก่นักเรียนยากจนพิเศษระดับอนุบาล - ประถมศึกษา คนละ 1,500 บาท และระดับมัธยมศึกษาตอนต้น-ปลาย คนละ 2,500 บาท เพื่อเป็นค่าครองชีพทั้งหมด

"อยากขอความร่วมมือจากกองกำกับการฯ ครูใหญ่ ครูประจำชั้น บุคลากรที่เกี่ยวข้อง ที่เป็นกำลังและกลไกสำคัญ ในการช่วยเหลือนักเรียนกลุ่มที่ต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วนให้ได้เข้าถึงความเสมอภาคทางการศึกษา ได้ร่วมมือบันทึกการมาเรียน น้ำหนักส่วนสูงของนักเรียน ที่ถือเป็นหัวใจสำคัญของโครงการนี้ เพื่อนำข้อมูลมาประมวลผลนำไปสู่การช่วยเหลืออื่นๆเพิ่มเติมและเหมาะสม ดังนั้นการคัดกรองข้อมูลนักเรียนถือเป็นขั้นตอนที่มีความสำคัญมาก เพราะจะเป็นฐานการทำงานร่วมกันระหว่าง กสศ. และตชด.เพื่อให้เด็กๆที่ยากจนที่สุดในประเทศได้มีโอกาสรับเงินอุดหนุน จาก กสศ. เพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษาในระดับที่สูงขึ้นได้" ดร.ไกรยส กล่าว

สำหรับสถานศึกษาที่รับรองข้อมูลนักเรียนไม่ทันตามกำหนดระยะเวลา สามารถดำเนินการได้ในช่วงเปิดเทอมภาคเรียนที่ 2/2563 เมื่อผ่านกระบวนการรับรองตามเวลาที่กำหนด จะได้รับเงินอุดหนุนแบบมีเงื่อนไขได้ทันในภาคเรียนที่ 2 อย่างแน่นอน ขอให้คุณครูทุกท่านรีบดำเนินการส่งข้อมูลเข้ามา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...