โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

กสทช. จัดให้! ผู้ถือ 'บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ' 3,920 หมู่บ้าน ใช้เน็ตชายขอบฟรี 3 ปี

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 27 ธ.ค. 2562 เวลา 03.35 น. • เผยแพร่ 25 ธ.ค. 2561 เวลา 07.06 น.

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่า เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2561 สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) ได้รายงานผลการดำเนินโครงการจัดให้มีบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ชายขอบ 3,920 หมู่บ้าน ให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีรับทราบ

พร้อมทั้งสาธิตการใช้งานระบบ Tele Education และชมการรักษาคนไข้ที่ป่วยเป็นโรคตา โดยแพทย์จาก โรงพยาบาลเมตตาประชารักษ์ (วัดไร่ขิง) ผ่านระบบ Tele Medicine ตามโครงการฯ ณ จุดสาธิตนิทรรศการโครงการฯ หน้าตึกบัญชาการ ทำเนียบรัฐบาล

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. เปิดเผยว่า กสทช.ดำเนินการสนองนโยบายรัฐบาล คืนความสุขให้กับประชาชนคนไทยผู้มีรายได้น้อย ด้วยโครงการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ห่างไกล 3,920 หมู่บ้าน

โดยจากข้อมูลประชากรในประเทศไทย มีหมู่บ้านมีทั้งสิ้น 74,987 หมู่บ้าน แบ่งเป็นพื้นที่เศรษฐกิจ 20,635 หมู่บ้าน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่บริษัทเอกชนเปิดให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงอยู่แล้ว พื้นที่ชนบท 44,352 หมู่บ้านทางกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้ดำเนินการจัดให้มีบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงไปแล้ว 24,700 หมู่บ้าน ตามโครงการ “เน็ตประชารัฐ” และ กสทช. รับผิดชอบโครงการ “เน็ตชายขอบ” ในเฟสแรก 3,920 หมู่บ้านที่ติดตั้งแล้ว กับเฟส 2 อีก 15,732 หมู่บ้าน ที่กำลังจะลงนามจัดซื้อจัดจ้าง

โครงการ “เน็ตชายขอบ”

สำหรับพื้นที่โครงการ “เน็ตชายขอบ” เฟสแรก 3,920 หมู่บ้าน ครอบคลุมครัวเรือน 2.1 ล้านครัวเรือน มีประชากร 6.3 ล้านคน  โดย “กสทช.” จะสนับสนุนการใช้งาน 5 ปี (ปี 2562 – 2567) ได้แก่

  • บริการไวไฟฟรีสาธารณ จำนวน 5,992 จุด เฉลี่ยหนึ่งหมู่บ้านมีสองจุดให้บริการ
  • การเชื่อมโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงฟรีไปยังโรงเรียน 1,210 แห่ง
  • การเชื่อมโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล 107 แห่ง
  • จัดตั้งศูนย์บริการอินเทอร์เน็ตสาธารณะ (ศูนย์ USO Net) 763 ศูนย์ โดยมีเครื่องคอมพิวเตอร์จำนวน 12 เครื่อง และมีเจ้าหน้าประจำศูนย์คอยให้คำแนะนำแก่ประชาชนตลอดระยะเวลา 5 ปี

และหากต้องการลากสายอินเทอร์เน็ตไปใช้บริการส่วนตัวที่บ้าน  จะคิดค่าบริการในอัตรา 200 บาทต่อเดือน ด้วยความเร็ว 30/10 Mbps. ซึ่งจะเริ่มให้บริการได้ ตั้งแต่ 1 พ.ค. 2562 และได้รับสิทธิ์ค่าบริการในอัตรานี้จนถึง 30 เม.ย. 2567  ซึ่งถ้าเป็นครัวเรือนของผู้มีรายได้น้อยที่อยู่ภายใต้โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐปี 2560  จะสามารถมาลงทะเบียนกับ กสทช. เพื่อขอรับการสนับสนุนค่าใช้บริการอินเทอร์เน็ตส่วนนี้ เป็นระยะเวลา 36 เดือน (พ.ค. 2562  – เม.ย. 2565)

“สิ่งที่ กสทช.ทำสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลเรื่องการลดความเหลื่อมล้ำ สร้างรายได้ กระจายความเจริญสู่ชนบท เมื่อมีอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงเกิดขึ้นจะทำให้ ความเหลื่อมล้ำที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นการรักษาพยาบาลการศึกษา ลดลง และทำให้ผู้อยู่ห่างไกลสามารถสร้างรายได้ให้เกิดขึ้นกับตัวเอง ซึ่งถือเป็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ”

ขั้นตอนการดำเนินการขอรับการสนับสนุน

สำนักงาน กสทช. จะมีหนังสือแจ้งไปยังครัวเรือนที่อยู่ในพื้นที่โครงการทั้ง 6 แสนครัวเรือน เพื่อขอให้ส่งหลักฐานยืนยันการขอรับสิทธิดังกล่าวมายังสำนักงาน กสทช. ในช่วงระหว่างวันที่ 16 ม.ค. 2562 – 15 มี.ค. 2562

ช่องทางการติดต่อแรก คือ ไปรษณีย์ตอบรับที่จะแนบไปพร้อมหนังสือที่ส่งถึงบ้านท่าน ให้ส่งกลับมายังสำนักงาน กสทช. เลขที่ 87 พหลโยธินซอย 8 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท จังหวัดกรุงเทพมหานคร 10400 หรือสำนักงานเขต และสำนักงานภูมิภาค สำนักงาน กสทช. ที่อยู่ใกล้ท่าน ทั้ง 25 แห่ง ช่องทางการติดต่อสองคือ ช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ USOFREENET@nbtc.go.th

ขณะที่หากไม่ได้รับหนังสือ แต่เป็นผู้ที่อยู่ในพื้นที่โครงการ และเป็นผู้มีรายได้น้อยภายใต้โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐปี 2560 สามารถติดต่อมายังเบอร์ call center ของ กสทช. เบอร์ 1200 เพื่อขอรับแบบฟอร์มการขอรับสิทธิได้

ทั้งนี้หากพ้นจากวันที่ 15 มี.ค. 2562 ไปแล้ว ครัวเรือนที่ได้รับสิทธิ์แต่ไม่ได้รับหนังสือติดต่อแจ้งสิทธิ์ก็ยังสามารถติดต่อขอรับสิทธิ์เข้ามาที่สำนักงาน กสทช. ได้ เพียงแต่ระยะเวลาการรับสิทธิ์จะลดลงคือจะเริ่มต้นนับตั้งแต่วันเริ่มรับสิทธิ์จนถึงวันสิ้นสุดโครงการเดือนเม.ย. 2565

“ตลอดระยะเวลา 15 ปี ที่ผ่านมา การสร้างโครงข่ายโทรคมนาคมให้ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศยังไม่มีรัฐบาลชุดไหนสามารถดำเนินการให้ครบถ้วน หาก กสทชได้.เปิดให้บริการครบถ้วนแล้ว จะเป็นรัฐบาลแรกที่วางโครงข่ายโทรคมนาคมได้ครอบคลุมทั้งประเทศ”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...