โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

2 บิ๊กแอร์ไลน์ “ไทยแอร์เอเชีย-ไทยไลอ้อนแอร์” ยันพร้อมเปิดบิน 1 พ.ค.นี้!

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 24 เม.ย. 2563 เวลา 03.49 น. • เผยแพร่ 23 เม.ย. 2563 เวลา 12.05 น.

2 บิ๊กแอร์ไลน์ “ไทยแอร์เอเชีย-ไทยไลอ้อนแอร์” ยันพร้อมกลับมาให้บริการตามปกติ 1 พฤษภาคมนี้ กพท.เรียกประชุม 20 สายการบินแจงยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย ย้ำบังคับใส่หน้ากาก-ขายที่นั่งเว้นที่นั่ง รับเทรนด์ Social Distancing ชี้ราคาตั๋วโดยสารมีโอกาสอัพเพิ่มทะลุ 100% “นกแอร์” คาดราคาตั๋วโดยสารกลับมาอยู่บนฐานต้นทุนจริง หวังอุตฯ การบินยุติสงครามราคา

นายจุฬา สุขมานพ ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้มีผู้ให้บริการสายการบินบางส่วนแจ้งว่าพร้อมกลับมาให้บริการตามปกติอีกครั้งในวันที่ 1 พฤษภาคมนี้คือสายการบินไทยแอร์เอเชีย, ไทยไลอ้อนแอร์ โดยวันนี้ (23 เมษายน 2563) ทาง กพท.ได้เรียกตัวแทนสายการบินต่างๆ ที่ให้บริการในประเทศไทย จำนวน 20 สายการบิน เพื่อแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับการกลับมาเปิดให้บริการบินเส้นทางในประเทศ ทั้งนี้เพื่อเป็นทางเลือกให้กับประชาชนและลดความเสี่ยงจากการเดินทางไกลด้วยรถโดยสาร

โดย กพท.ได้เน้นย้ำข้อมูลเกี่ยวกับมาตรการทางด้านสาธารณสุขที่จะต้องมีเพิ่มเติมจากมาตรการที่มีอยู่ปัจจุบัน โดยเฉพาะในประเด็นเรื่องที่สายการบินจะต้องขายตั๋วโดยสารแบบที่นั่งเว้นที่นั่งตามมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) ยกเว้นเครื่องบินขนาดเล็กที่จะจำกัดอัตราบรรทุกผู้โดยสารไม่เกิน 70% พร้อมกันกับการเริ่มกระบวนการทางสาธารณสุขอย่างเข้มงวดนับตั้งแต่การต่อคิวเพื่อรับตั๋วโดยสารไปจนถึงการขึ้นสะพานเทียบเครื่องบิน หรือระยะห่างบนรถบัสโดยสารสำหรับขึ้นเครื่อง เป็นต้น

ขณะเดียวกัน ผู้โดยสารทุกคนต้องใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลาการเดินทาง รวมถึงระหว่างอยู่บนเครื่องบิน หากผู้โดยสารไม่สวมหน้ากากอนามัยจะไม่อนุญาตให้เดินทาง และจะไม่มีการบริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน อย่างไรก็ตามหากผู้โดยสารมีความจำเป็นจริงๆ จะต้องแจ้งลูกเรือเท่านั้น นอกจากนั้น ในเส้นทางบินที่ใช้เวลาทำการบินเกินกว่า 20 นาที สายการบินต้องกันที่นั่ง 2 แถวสุดท้ายไว้สำหรับการกักตัวผู้โดยสารที่มีอาการป่วยกะทันหันด้วย

นายจุฬากล่าวด้วยว่า อีกประเด็นที่ต้องมีการพุดคุยกับผู้ให้บริการสายการบินให้ชัดเจนคือ การกำหนดราคาตั๋วโดยสารของสายการบิน โดยเพดานราคาโดยสารจะเป็นอัตราเดิม แต่ราคาตั๋วโดยสารคงมีการปรับเพิ่มขึ้นแน่นอน เนื่องจากสายการบินมีข้อจำกัดเรื่องอัตราการบรรทุกผู้โดยสาร ซึ่งมีความเป็นไหปได้สูงกว่าราคาตั๋วโดยสารบางเส้นทางอาจจะเพิ่มขึ้นถึง 100% กล่าวคือ ในกรณีที่ตั๋วโดยสารอยู่ในอัตราไม่ถึง 1,000 บาทต่อเที่ยว อาจเพิ่มเป็น 2,000 บาทต่อเที่ยว เป็นต้น

“ทั้งนี้ทั้งนั้นคิดว่าคงต้องพิจารณาด้วยว่าราคาตั๋วโดยสารที่เพิ่มขึ้นนั้นสอดคล้องกับดีมานด์ของผู้โดยสารหรือไม่ หากขึ้นราคาตั๋วแต่ไม่มีผู้โดยสารก็ไม่มีประโยชน์ ซึ่งแต่ละสายการบินก็อาจจะพิจารณาโปรโมชั่นราคาตั๋วโดยสารของตนเองอยู่แล้ว” นายจุฬากล่าว และว่า จากผลกระทบที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมานั้นเชื่อว่าทุกสายการบินจะยังพยายามกลับมาเปิดให้บริการตามปกติอีกครั้ง เพื่อเร่งหารายได้มาแสดงกับธนาคารที่ขอกู้สินเชื่อมาเพื่อใช้หมุนเวียนใช้จ่าย ที่สำคัญมองว่าหลังจากนี้ทุกสายการบินน่าจะต้องปรับแผนธุรกิจใหม่กันทั้งหมด

ด้านนางนันทพร โกมลสิทธิ์เวช ผู้อำนวยการฝ่ายการพาณิชย์ สายการบินไทยไลอ้อนแอร์ กล่าวว่า สำหรับสายการบินไทยไลอ้อนแอร์นั้น ในช่วงแรกนี้จะเปิดให้บริการเส้นทางบินภายในประเทศจำนวน 6 เส้นทางไปยังเมืองหลักๆ อาทิ เชียงใหม่, หาดใหญ่, สุราษฎธานี เป็นต้น โดยแม้มาตรการขายที่นั่งเว้นที่นั่งจะส่งผลต่อความเสี่ยงที่จะไม่คุ้มทุน แต่คาดว่าจะสามารถขายตั๋วโดยสารได้ในราคาที่สูงกว่าที่ผ่านมา

“ปกติอัตราการบรรทุกที่คุ้มทุนจะอยู่ประมาณ 60% และการจัดที่นั่งโดยสารแบบที่นั่งเว้นที่นั่งก็น่าจะสามารถบรรทุกผู้โดยสารได้ราว 60% เช่นเดียวกัน ดังนั้น เมื่อรวมเข้ากับราคาตั๋วโดยสารที่เพิ่มขึ้น จึงมีโอกาสที่สายการบินจะสามารถไปถึงจุดคุ้มทุนเมื่อเปิดให้บริการตามปกติบางเส้นทางบิน” นางนันทพรกล่าว

ขณะที่นายรัช ตันตนันตา รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินนกแอร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้สายการบินนกแอร์ยังไม่ได้พิจารณาจุดคุ้มทุนใหม่หลังการกำหนดให้ขายตั๋วโดยสารแบบที่นั่งเว้นที่นั่ง แต่คาดว่าราคาตั๋วโดยสารคงไม่ต่ำเท่ากับในอดีตที่มีการแข่งขันด้านราคากันสูงมากแน่นอน และเชื่อว่าราคาขายตั๋วโดยสารนับจากนี้เป็นต้นไปจะเป็นราคาตามต้นทุนจริงๆ ซึ่งต่างกับที่ผ่านๆ มาที่การเปิดเสรีส่งผลกระทบให้ต่อการแข่งขันทางด้านราคาอย่างมาก

“ที่ผ่านมาตั๋วโดยสารของสายการบินต้นทุนต่ำในประเทศไทยถูกกว่าสายการบินต้นทุนต่ำในยุโรปมาก หรือเรียกได้ว่ามีราคาแค่ 1 ใน 3 ของสายการบินต้นทุนต่ำในยุโรปเท่านั้น ทำให้หลังจากนี้เมื่อไม่สามารถแข่งขันกันด้วยปัจจัยทางด้านราคาได้แล้วเชื่อว่าอุตสาหกรรมการบินก็จะเปลี่ยนไปด้วย” นายรัชกล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...