โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

SAK ไตรมาสแรกกำไร 175 ลบ. โต 6.2 % ลุยสินเชื่อโซลาร์รูฟที่อยู่อาศัย

การเงินธนาคาร

อัพเดต 12 พ.ค. 2566 เวลา 16.43 น. • เผยแพร่ 12 พ.ค. 2566 เวลา 09.43 น.

บมจ.ศักดิ์สยามลิสซิ่ง หรือ SAK ผู้ให้บริการสินเชื่อรายย่อย ผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2566 มีกำไรสุทธิ 175 ล้านบาท เติบโต 6.2% ขยายสาขาครบ 100 แห่งตามเป้า ช่วยขยายฐานลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้น หนุนพอร์ตสินเชื่อรวม 11,127 ล้านบาท เติบโต 20% ประเมินไตรมาส 2 แนวโน้มความต้องการสินเชื่อในภาคการเกษตรเพิ่มต่อเนื่อง รับจังหวะเข้าสู่ช่วงฤดูกาลเพาะปลูก เดินหน้าขยายผลิตภัณฑ์สินเชื่อโซลาร์รูปท็อป มั่นใจทั้งปีพอร์ตสินเชื่อแตะ 13,500 ล้านบาท

นายศิวพงศ์ บุญสาลี กรรมการผู้จัดการ SAK ผู้ให้บริการสินเชื่อรายย่อยภายใต้แบรนด์ ‘ศักดิ์สยามลิสซิ่ง’ เปิดเผยว่า ไตรทาสแรกบริษัทมีรายได้รวม 637.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.9 % เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน ซึ่งมาจากขยายสาขาใหม่ครบ 100 แห่ง เป็นไปตามเป้าหมาย

ส่งผลให้มีสาขาให้บริการทั้งสิ้น 1,029 สาขา จากปีที่ผ่านมามีจำนวน 929 สาขา ทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้นและช่วยขยายฐานลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้น
ส่งผลดีต่อภาพรวมพอร์ตสินเชื่อโดยรวมในไตรมาส 1/2566 อยู่ที่ 11,127 ล้านบาท เติบโต 20% แบ่งเป็น

  • สินเชื่อส่วนบุคคลที่มีทะเบียนรถเป็นประกัน 8,965 ล้านบาท มีสัดส่วน 80.6%
  • สินเชื่อส่วนบุคคลที่มิใช่สินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกัน 281 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 2.5%
  • สินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ 1,300 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 11.7%
  • สินเชื่อเช่าซื้อ 569 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 5.1%
  • สินเชื่อที่ดิน 10 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 0.1% และสินเชื่อเพื่อการติดตั้งระบบโซลาร์รูฟท็อปสำหรับที่อยู่อาศัย 2 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 0.02% ของพอร์ตสินเชื่อรวม

นอกจากนี้ SAK ยังสามารถบริหารจัดการคุณภาพพอร์ตลูกหนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยควบคุมหนี้ NPLs ให้อยู่ในระดับ 2.5% ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรม เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 2.3%

ส่วนแนวโน้มความต้องการสินเชื่อในไตรมาส 2 ประเมินว่าจะมีอัตราการเติบโตตามทิศทางเศรษฐกิจและปัจจัยบวกจากการเข้าสู่ช่วงฤดูกาลเพาะปลูก โดยเกษตรกรเป็นฐานลูกค้าหลักซึ่งมีความต้องการเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อลงทุนทำเกษตรกรรมในช่วงเดือนพฤษภาคม

นอกจากนี้สินเชื่อโซลาร์ รูฟท็อปสำหรับที่อยู่อาศัย เริ่มเป็นที่ต้องการของประชาชนเพิ่มขึ้น เนื่องจากค่าไฟฟ้าที่แพงขึ้น จึงมีแนวโน้มหันมาติดตั้งโซลาร์ รูฟท็อป สำหรับที่อยู่อาศัย เพื่อประหยัดไฟฟ้าเป็นจำนวนมาก ซึ่งบริษัทพร้อมปล่อยสินเชื่อเพื่อสนับสนุนผู้ที่ต้องการเงินทุนเพื่อประกอบอาชีพและหมุนเวียนในด้านต่างๆ ภายใต้การพิจารณาสินเชื่อที่รัดกุมเพื่อบริหารความเสี่ยงจากการให้สินเชื่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ และด้วยศักยภาพการขยายสินเชื่อหลากหลายยิ่งขึ้น

“มั่นใจผลดำเนินงานปี 2566 เป็นไปตามเป้าหมาย โดยพอร์ตสินเชื่อทั้งปีแตะ 13,500 ล้านบาท เติบโต 25% จากปีที่ผ่านมาพอร์ตสินเชื่ออยู่ที่ 10,800 ล้านบาท” นายศิวพงศ์ กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...