“สินแพทย์” ปักหมุดลงทุน เป้าหมาย...เพื่อสร้างความยั่งยืน
สัมภาษณ์
อาจจะกล่าวได้ว่า “สินแพทย์” เป็นกลุ่มโรงพยาบาลขนาดกลางที่มีการขยายสาขาอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะช่วง 4-5 ที่ปีที่ผ่านมา ที่เร่งการเปิดสาขาเพิ่มเป็นระยะ ๆ จนวันนี้สินแพทย์มีโรงพยาบาลในกลุ่มถึง 7 โรง รวมมากกว่า 2,000 เตียง และถือเป็นกลุ่มโรงพยาบาลระดับ “ท็อปไฟฟ์” ของประเทศ
ล่าสุด “ประชาชาติธุรกิจ” ได้สัมภาษณ์ “สิทธิ ภาณุพัฒนพงศ์” ประธานกรรมการ บริษัท สินแพทย์ จำกัด กลุ่มโรงพยาบาลสินแพทย์ ถึงแผนการลงทุนทั้งในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และหัวเมืองในต่างจังหวัด ดังนี้
Q : ตอนนี้ โควิด-19 คลี่คลายมากขึ้น เศรษฐกิจเริ่มค่อย ๆ ฟื้นตัว ภาพรวมธุรกิจ รพ.และกลุ่มสินแพทย์เป็นอย่างไร
ปลายปี 2562 ก่อนที่โควิด-19 เซ็กเตอร์โรงพยาบาลเป็นอุตสาหกรรมที่มีการเติบโตดี ตัวเลขรวม ๆ ประมาณ 10% แต่พอเข้าเดือน มี.ค. 2563 โควิด-19 เริ่ม ทุกอย่าง panic มาก ตัวเลขของกลุ่มสินแพทย์ก็ตกลงไป 30-40% แต่หลังจากนั้นสักประมาณเดือน ก.ย.ก็เริ่มปรับตัว มีการเตรียมแผนงานใน รพ. ทั้งทีมงาน แพทย์ มีการจัดพื้นที่ เพื่อสร้างความปลอดภัย สร้างความเชื่อมั่นให้คนที่จะเข้ามาใช้บริการ ทั้งคนไข้และบุคลากร จากนั้นคนไข้ก็เริ่มกล้าที่จะเข้ามา
ปี 2564 ที่ผ่านมา ตัวเลขก็กลับมาเติบโตดีมาก ส่วนหนึ่งเพราะรัฐบาลเปิดให้ รพ.เอกชนเข้ามาร่วมในการช่วยเหลือและรักษาโควิด ตัวเลขการเข้ามาใช้บริการของทุก รพ.ก็มีมากขึ้น ทุก รพ.ก็เติบโต
สำหรับปีนี้ ตอนนี้กลางปีแล้ว กลุ่มสินแพทย์ก็เติบโตอยู่ แต่คนไข้อาจจะไม่ได้มากมายเหมือนเมื่อก่อน เพราะรัฐบาลหยุดการช่วยในส่วนนี้แล้ว ที่มาส่วนใหญ่ก็เป็นคนไข้ที่ช่วยเหลือตัวเอง หรือมีประกัน โดยภาพรวมแล้วปีนี้กลุ่มสินแพทย์ตัวเลขเฉลี่ยน่าจะอยู่ที่สักประมาณ 10%
ตัวเลขในภาพรวมของเราถือเป็นอัตราการเติบโตที่น่าสนใจ เพราะเป็นอัตราการเติบโตที่สูงกว่า จีดีพี ประเทศ
Q : แผนการขยายการลงทุนในอีก 2-3 ปีข้างหน้า จะปักหมุดที่ไหนบ้าง
การขยายสาขาถือเป็นนโยบายของกลุ่มสินแพทย์ ที่เริ่มก่อตั้งมาตั้งแต่เมื่อ 31 ปีที่แล้ว โดยเน้นการทำ รพ.ที่มีคุณภาพ ใกล้บ้านใกล้ชุมชน ในราคาที่เข้าถึงได้ ทุกทำเลที่ไปจะเน้นการเลือกทำเลก่อนเป็นอันดับแรก เพื่อทำให้คนไข้สามารถเข้าถึงได้โดยสะดวก และเน้นการรักษาโดยแพทย์เฉพาะทางที่เป็นจุดขายของ รพ.
ที่ผ่านมา 2 ปี เพิ่งเปิดไป 3 โรงคือ สินแพทย์ ศรีนครินทร์, สินแพทย์ ลำลูกกา และสินแพทย์ กาญจนบุรี และภายในสิ้นปีนี้จะเสร็จอีก 1 โรง และจะเปิดต้นปีหน้าที่นครปฐม
และตอนนี้กำลังเริ่มสร้าง เมดิคอล คอมเพล็กซ์ ซึ่งก็อยู่ติด ๆ กับสินแพทย์ รามอินทรา กม.9 คงจะเสร็จภายในอีก 3 ปี ระหว่าง 3 ปีนี้ก็มีแผนจะก่อสร้างอีกสัก 2-3 โรง ตอนนี้รอเพียงเรื่องใบอนุญาตสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ)
หากใบอนุญาตทยอยออกก็จะทยอยการก่อสร้าง อาจจะเริ่มจากสินแพทย์ รังสิต คลอง 3 และสินแพทย์สาทร-นางลิ้นจี่ ซึ่งสาขานี้ตั้งเป้าจะรับกลุ่มลูกค้าต่างชาติด้วย
จากนั้นก็จะเป็นสินแพทย์ อุบลราชธานี นอกจากนี้ ยังมีอีกโปรเจ็กต์หนึ่งที่ร่วมกับ เซ็นทรัลพัฒนา ที่นครสวรรค์ที่จะต้องเร่งหรือในเฟสถัด ๆ ไปก็จะมีพหลโยธิน 44 ปริมณฑล นนทบุรี แถว ๆ วัดศรีประวัติ รวมไปถึงหัวเมือง ที่อุดรธานี
Q : ในแง่ของเม็ดเงินลงทุนรวม ๆ แล้วคงเป็นหลักหมื่นล้าน (บาท)
ในจำนวนนี้ไม่นับรวมราคาที่ดิน เนื่องจากที่ผ่านมา สินแพทย์ได้มีการลงทุนกับเรื่องที่ดินมาตลอดเวลา เม็ดเงินการลงทุนที่มากที่สุดจะเป็น เมคิคอล คอมเพล็กซ์ ราว ๆ 3,500 ล้านบาท ส่วน รพ. สาขาอื่น ๆ จะอยู่ที่ระดับสัก 2,000 ล้านบาท ไม่รวมที่ดิน ตัวเลขการลงทุนรวม ๆ แล้วก็หลักหมื่นล้าน (บาท) แต่เป็นการทยอยลงทุน ทยอยก่อสร้าง แต่ละโรงก็จะใช้เวลาสัก 2-3 ปี
Q : อยากให้เล่าถึงคอนเซ็ปต์เมดิคอล คอมเพล็กซ์
เมดิคอล คอมเพล็กซ์ จะเป็นแฟลกชิปของกลุ่ม ถือว่าอยู่โลเกชั่นที่ดีมาก เพราะในอนาคตอันใกล้บริเวณข้าง ๆ จะเป็นสถานีรถไฟฟ้าสายสีชมพู (สถานีรามอินทรา 83) มีพื้นที่ 5 หมื่น ตรม. เป็นอาคารขนาดใหญ่ที่มีการออกแบบให้มีความทันสมัย มีเป้าหมายที่จะทำให้เป็นศูนย์กลางการรักษาที่เป็นแบบวันสต็อป โดยใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุดเท่าที่เราจะสามารถลงทุนได้มาให้บริการ ส่วนวอร์ด หรือห้องพักคนไข้ เราจะพยายามทำให้คนไข้รู้สึกว่า เมื่อมาอยู่แล้วมีความอบอุ่น และมีความสุขกับการมารักษา พูดง่าย ๆ ว่า ไม่ป่วยก็อยากมารักษา
ภายในอาคารจะมีการออกแบบให้มีบรรยากาศที่ไม่น่าเบื่อ ทันสมัย ด้วยการนำสีเขียว หรือต้นไม้เข้ามาเป็นส่วนประกอบ เพื่อสร้างบรรยากาศให้รู้สึกสดชื่น และจะมีพื้นที่รีเทลเข้ามาเสริมเพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ที่เข้ามาใช้บริการ เพื่อทำให้คนไข้ หรือญาติ ที่เข้ามารู้สึกว่า การมา รพ.ไม่ใช่เรื่องน่าเบื่อ
Q : มองการขยายฐานลูกค้าหรือคนไข้ที่เป็นชาวต่างประเทศอย่างไร
จริง ๆ แล้ว ภาพรวมของเศรษฐกิจประเทศ นอกจากการส่งออก การท่องเที่ยวที่เป็นหัวใจหลักแล้ว ธุรกิจโรงพยาบาล หรือเมดิคอลฮับ ก็เป็นอีกตัวหนึ่งที่มีโอกาสสูงมาก เพราะเป็นอุตสาหกรรมที่ได้รับการยอมรับจากนานาชาติ ที่สำคัญอัตราค่าบริการถูกกว่ามาก
ที่ผ่านมา รพ.ในประเทศที่เน้นการดูแลคนไข้ต่างประเทศก็มีอยู่จำนวนหนึ่ง และ รพ.กลุ่มนี้ก็เติบโตตลอดเวลา แต่อีกด้านหนึ่งก็จะพบว่ายังมีชาวต่างชาติอีกจำนวนหนึ่ง โดยเฉพาะคนไข้จากประเทศเพื่อนบ้านใน CLMV ตะวันออกกลาง ที่มีกำลังซื้อปานกลาง หรือเป็นกลุ่มชนชั้นกลางที่มีกำลังซื้อ และกำลังมองหา รพ.ที่จะมารองรับความต้องการในส่วนนี้
นโยบายของสินแพทย์ ตั้งเป้าว่า รพ.ทุกสาขาจะต้องเป็น อินเตอร์เนชั่นแนล สแตนดาร์ด คือได้รับการรับรองมาตรฐาน JCI ทุกสาขา และที่ผ่านมา สินแพทย์ได้เริ่มเปิดให้บริการลูกค้าต่างประเทศมาระดับหนึ่ง โดยมี สินแพทย์ ศรีนครินทร์ เป็นตัวนำร่อง และค่อย ๆ พัฒนา และค่อย ๆ เติบโต จะไปเทียบกับ รพ.ที่เขาดูแลเรื่องนี้มาโดยตรงก็คงจะต้องใช้เวลานิดหนึ่ง
ส่วน สินแพทย์ รามอินทรา ก็มีกลุ่มคนไข้ต่างประเทศจำนวนหนึ่้ง เป็นต่างชาติ(จีน ไต้หวัน) ที่อยู่ในเมืองไทย แต่สถานที่อาจจะคับแคบ หาก เมดิคอล คอมเพล็กซ์ เสร็จก็มีการเตรียมแผนในส่วนนี้ไว้แล้ว
ในอนาคต vision ของเราคือ อยากเป็นรพ.ที่ติด 1 ใน 10 ที่คนไข้ชาวต่างประเทศคิดถึง เวลาที่จะเดินทางมารักษาในประเทศไทย
Q : มีแผนจะลงทุนทำ เนิร์สซิ่งโฮม เพื่อรองรับสังคมสูงวัยด้วยหรือไม่
เรื่องนี้ได้มีการศึกษาอยู่ตลอดเวลา รวมทั้งไปดูงานในต่างประเทศ แต่เรายังไม่ได้ทำเป็นการลงทุนแบบจริงจัง เพราะหากจะทำเพื่อเสิร์ฟคนไทย ต้องยอมรับว่า ในแง่ของอัตราค่าบริการอาจจะต้องพิจารณาให้ละเอียด ปัจจุบันเนิร์สซิ่งโฮมที่ทำกันอยู่ ราคาจะอยู่ในระดับประมาณ 3-5 หมื่น/เดือน ซึ่งจะมีเปิดให้บริการจำนวนมาก แต่ถ้า รพ.ทำ ราคาก็จะต้องขยับขึ้นไปมากกว่านั้น อาจจะ 6-7 หมื่น หรือถึงแสน หรือแสนอัพ ตรงนี้ในแง่ของกำลังซื้ออาจจะยังไม่พร้อม หรือกำลังซื้อพร้อม แต่ครอบครัวอาจจะยังไม่พร้อม ไม่ใช่ว่าครอบครัวไม่มีเงิน ครอบครัวเงินมี แต่ลูกหลานอาจจะรู้สึกว่าผิดที่เอาพ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย ไปฝากไว้ที่ศูนย์ หรือเนิร์สซิ่งโฮม โดยส่วนตัวมองว่าเรื่องนี้ต่อไปคนก็จะเริ่มมีการเรียนรู้มากขึ้น ตอนนี้หลาย ๆ แห่งที่เริ่มทำและได้รับการตอบรับที่ดี
สำหรับกลุ่มสินแพทย์ ตอนนี้อาจจะกล่าวได้ว่า รอเพียงเวลาที่เหมาะสมเท่านั้น
Q : คาดหวังในแง่ของรายได้อย่างไร
ปีที่ผ่านมา สินแพทย์ทั้ง 7 แห่งมีรายได้ประมาณ 7,000 ล้านบาท และจากแผนการเปิดสาขาเพิ่มดังกล่าว รายได้ก็จะโตขึ้นไปเรื่อย ๆ แต่ธุรกิจ รพ.เป็นธุรกิจที่ลงทุนสูง อย่างที่บอก โรงหนึ่งก็ประมาณ 2,000-3,000 ล้านบาท หรือบางรายอาจจะลงทุน 4,000-5,000 ล้านบาท
สำหรับสินแพทย์จะเลือกลงทุนอยู่ราว ๆ 2,000 ล้านบาท หรือจำนวนเตียงประมาณ 200 เตียง/โรง ยกเว้น เมดิคอล คอมเพล็กซ์ ที่จะเป็นแฟลกชิปของกลุ่มจึงลงทุนมากหน่อย ส่วนโรงใหม่ที่จะเปิดตั้งเป้าว่าโรงหนึ่งควรจะขายได้สักพันล้าน (บาท) จะได้พอเบรกอีเวนต์ได้
อย่างไรก็ตาม การลงทุนของสินแพทย์ ในฐานะที่ผมเป็นประธานบริหาร จะ weigh 3 อย่างไปพร้อม ๆ กันคือ 1.ผู้ลงทุนต้องไม่เสี่ยง 2.ผู้ร่วมงาน แพทย์ พยาบาล พนักงานทุกคน ต้องมั่นคง มีความสุข ด้วยผลตอบแทนที่มีค่าเฉลี่ยไม่น้อยกว่าตลาด และ 3.ความคาดหวังของคนไข้ที่เข้ามารับการบริการ รวมทั้งญาติ ทั้งหมดนี้มันแลกด้วยต้นทุนที่สูงขึ้นตามความต้องการ แต่เราต้องทำเป็น economy of scale
เหตุผลที่สินแพทย์ยังมีการลงทุนต่อเนื่อง เพราะมองว่า การลงทุนทำให้ธุรกิจมีความยั่งยืน ซึ่งไม่ใช่ยั่งยืนเฉพาะกับสินแพทย์เท่านั้น แต่ยังจะช่วยให้ประเทศมีความยั่งยืนด้วย เพราะอย่างน้อยที่สุดก็ทำให้เกิดการจ้างงานและอีกอย่างหนึ่งก็คือ รพ.เป็นหนึ่งในปัจจัย 4 ที่สำคัญ