โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

ประโยชน์ของน้ำเต้าหู้

Health Daily

เผยแพร่ 02 ธ.ค. 2564 เวลา 11.00 น. • สุขภาพดีดี

 

           น้ำเต้าหู้เป็นโปรตีนจากถั่วเหลือง ซึ่งมีส่วนประกอบจากเส้นใยธรรมชาติที่ดีต่อระบบขับถ่าย และมีส่วนประกอบที่สำคัญ คือ 

สารไอโซฟลาโวน (Isoflavones)

 หลังจากบริโภคน้ำเต้าหู้ ร่างกายจะเปลี่ยนสารเคมีชนิดนี้ให้สารที่คล้ายกับฮอร์โมนเพศหญิง

 

           ซึ่งฮอร์โมนเพศหญิงที่มีผลต่อการทำงานของระบบสืบพันธุ์ และภาวะต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับฮอร์โมนชนิดนี้ ดังนั้น นักวิทยาศาสตร์จึงคาดว่าส่วนประกอบต่าง ๆ ในน้ำเต้าหู้รวมทั้งสารไอโซฟลาโวนอาจส่งผลดีต่อสุขภาพ และอาจส่งผลทางการรักษาอาการป่วยบางประการได้

           สุขภาพดีดี.com

 ได้ทำการรวบรวม ประโยชน์ของน้ำเต้าหู้ มาให้ทุกท่านได้อ่านกันว่า น้ำเต้าหู้ที่เราชอบรับประทานกันมีประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย ดังนี้

 

 

มีสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายสูง

 

           เนื่องจากในน้ำเต้าหู้ประกอบไปด้วยสารอาหารที่ร่างกายต้องการอยู่เป็นจำนวนมาก เช่น 

โปรตีน แคลเซียม ซีลีเนียม สังกะสี ฟอสฟอรัส กรดอะมิโนกว่า 18 ชนิด และธาตุเหล็ก

 รวมไปถึงวิตามินที่จำเป็นต่อร่างกายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นวิตามินเอ วิตามินอี วิตามินบี 1 และวิตามินบี 2 เป็นต้น

 

 

บำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง

 

           จากที่กล่าวไปข้างต้นน้ำเต้าหู้นั้นมีส่วนประกอบที่สำคัญ คือ 

สารไอโซฟลาโวน (Isoflavones) ที่ช่วยเกี่ยวกับเรื่องของฮอร์โมนเพศหญิง ไม่เพียงเท่านั้น สารชนิดนี้ยังช่วยในการลดการเสื่อมสภาพของกระดูกได้

 

 

           อีกทั้งยังพบว่าการบริโภคนมถั่วเหลืองช่วยเพิ่มปริมาณวิตามินดี และช่วยลดกระบวนการสลายกระดูก นอกจากนั้น การบริโภคสารไอโซฟลาโวนจากถั่วเหลืองเพิ่มเติม อาจช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตของกลุ่มตัวอย่างได้ และช่วยเพิ่มความหนาแน่นของมวลกระดูกได้อีกด้วย

 

ช่วยลดและควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด

 

           ประสิทธิผลของการบริโภคผลิตภัณฑ์นมและนมถั่วเหลืองเป็นประจำทุกวันทั้งก่อนมื้ออาหาร 30 นาที และพร้อมมื้ออาหารในกลุ่มทดลองเป็นผู้ใหญ่ที่มีสุขภาพดี เพื่อศึกษาหาอิทธิพลต่อระบบย่อยอาหาร ระดับน้ำตาลและสารอินซูลินในเลือด

 

           พบว่า การดื่มนม ทั้งนมถั่วเหลืองและนมวัวก่อนมื้ออาหาร 30 นาที จะช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดหลังมื้ออาหารได้มากกว่าการดื่มพร้อมมื้ออาหาร อีกทั้งระดับน้ำตาลและอีซูลินในน้ำเต้าหู้นั้นมีน้อยกว่านมชนิดอื่นๆ เมื่อดื่มแล้วจึงช่วยจึงลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวาน และยังช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้เป็นปกติมากยิ่งขึ้น

 

 

มีไขมันอิ่มตัวที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย

           น้ำเต้าหู้ประกอบไปด้วยไขมันไม่อิ่มตัว 63% ไขมันอิ่มตัว 15% และไขมันไม่อิ่มตัวชนิดเดี่ยว 24% ทำให้ไม่เกิดไขมันสะสมตามร่างกาย และทำให้ร่างกายสามารถนำไขมันออกไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ยังมีกรดไลโนเลอิก (Linoleic) และกรดไขมันอื่นๆ ที่จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจลงได้

 

 

เสริมสร้างหลอดเลือดที่แข็งแรง

           หากใครที่กำลังไดเอทแบบผิดวิธีอย่างการอดอาหารหรือออกกำลังกายอย่างหักโหมจนเกินไป ทำแบบนั้นอาจถึงขั้นทำลายหลอดเลือดในร่างกายอย่างไม่รู้ตัวในที่สุด อาจส่งผลต่อถึงขั้นมีจ้ำเลือด (hemorrhage) หรือมีรอยโรค (lesion) บนผิวได้

 

 

           การบริโภคน้ำเต้าหู้ประโยชน์มากมีเหมือนฮีโร่ช่วยปกป้องเส้นเลือด เพราะมีโอเมก้า 3 และ โอเมก้า 6 เยอะมาก มาช่วยป้องกันการเกิดอนุมูลอิสระ (phyto-antioxidants) และช่วยเสริมสร้างหลอดเลือดที่แข็งแรงด้วยการเชื่อมต่อหลอดเลือดที่ถูกทำลายนั้นเข้าด้วยกัน ในที่สุดจะทำให้หลอดเลือดทำงานได้เหมาะสมทั้งในการยืดหยุ่นและการไหลเวียนของเลือด

 

ช่วยลดน้ำหนักได้

           น้ำเต้าหู้เป็นอาหารทางเลือกที่ได้รับความนิยมมากสำหรับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก เนื่องจากในน้ำเต้าหู้มีน้ำตาลน้อยกว่าในนมมาก หากเปรียบเทียบให้เห็นภาพ ในนม 1 แก้ว มีน้ำตาล 12 กรัม แต่ในน้ำเต้าหู้ 1 แก้ว มีน้ำตาลเพียง 7 กรัมเท่านั้น ซึ่งน้อยกว่าถึงครึ่ง อีกทั้งยังมีแคลอรีน้อย เพียงแค่ 80 กิโลแคลอรีเท่านั้น ไม่เพียงเท่านั้น น้ำเต้าหู้ยังมีปริมาณไฟเบอร์เยอะมาก ทำให้เราอิ่มท้องนานและสามารถขับถ่ายได้เป็นไปตามปกติ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...