โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

Naked Short ธุรกรรม ลับ ลวง พราง กัดกร่อนตลาดหุ้นไทย ทำร้ายนักลงทุนรายย่อย!

Wealthy Thai

อัพเดต 19 ม.ค. 2567 เวลา 03.35 น. • เผยแพร่ 02 พ.ย. 2566 เวลา 02.36 น. • ณัฐภูมินทร์ ทวีทรัพย์

อีกหนึ่งธุรกรรมที่ถูกพูดถึงบ่อยครั้ง อย่าง Naked Short ซึ่งถือเป็นธุรกรรมต่อเนื่อง ที่มาจากการ Short Sell หุ้นที่ยังไม่ได้มีการกู้ยืมมาก่อน หรือในอีกความหมายหนึ่งก็คือ การ Short Sell หุ้นออกไปโดยที่นักลงทุนรายนั้นไม่ได้ถือหุ้นอยู่จริง
โดย Naked Short ถูกพูดหนาหูในวงการตลาดทุนมาอย่างต่อเนื่อง และถือเป็นธุรกรรมที่นักลงทุนรายย่อย และนักลงทุนประเภท VI ขยาดกับธุรกรรมนี้
อย่างไรก็ตาม Naked Short นี้ถือเป็นธุรกรรมที่ขัดกับหลักเกณฑ์การ Short Selling ของตลาด และไม่อนุญาตให้ทำได้ โดยนักลงทุนรายย่อยทั่วไปนั้นก็ไม่สามารถทำ Naked Short Selling ได้ เพราะปกติระบบซื้อขายหุ้นของโบรกเกอร์จะ Lock ไว้ไม่ให้ขายหากนักลงทุนรายย่อยที่ไม่มีหุ้นตัวนั้น หรือเรียกง่ายๆว่านักลงทุนรายย่อยไม่มีสิทธิ์
ดังนั้นนักลงทุนที่มีโอกาสขายหุ้นได้ ต้องเป็นนักลงทุนกลุ่มที่ระบบไม่มีการ Lock หรือตรวจสอบหุ้นก่อนขาย เนื่องจากใช้ Custodian ซึ่งเป็นบุคคลอื่นภายนอกโบรก มีการส่งมอบหุ้นในภายหลังที่ขายไป T+2 ซึ่งยากต่อการตรวจเช็คของโบรกฯ และหน่วยงานที่กำกับดูแล
โดยข้อมูลของบริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด รายงานว่า Naked Short Selling คือ การขายหุ้นออกไปโดยที่นักลงทุนรายนั้นไม่ได้ถือหุ้นอยู่จริง และคาดหวังว่าจะซื้อหุ้นตัวนั้นคืนได้เมื่อราคาหุ้นปรับตัวลง
จากตรงนี้จะเห็นว่านักลงทุนรายย่อยทั่วไปนั้นไม่สามารถทำ Naked Short Selling ได้แน่ๆ เพราะปกติแล้วระบบซื้อขายหุ้นของโบรกจะ Lock ไว้ไม่ให้ขาย ถ้าเราไม่มีหุ้นตัวนั้น
แต่นักลงทุนที่มีโอกาสทำแบบนี้ได้ต้องเป็นนักลงทุนกลุ่มที่ระบบไม่ได้มีการ Lock หรือตรวจสอบหุ้นก่อนขาย เพราะใช้ Custodian (บุคคลอื่นภายนอกโบรก) ในการส่งมอบหุ้นในภายหลังที่ขายไป (T+2) ซึ่งยากต่อการตรวจสอบของโบรกและหน่วยงานที่กำกับดูแล

ทำไมอาจจะมีผลกระทบกับราคาหุ้น

ในรายงานของบริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด บอกอีกว่า ปกติการขายชอร์ตหุ้นภายใต้เกณฑ์กำกับในแต่ละประเทศนั้น จะมีเกณฑ์เรื่องของราคาหุ้นที่ส่งคำสั่งขายชอร์ตหุ้นไว้เพื่อป้องกันผลกระทบกับราคาหุ้น เช่น ในประเทศไทย ตลท. กำหนดให้ขายชอร์ตได้แค่ที่ราคาล่าสุดเท่านั้น หรือที่เรียกว่า Zero Plus Tick Rule ทำให้ไม่สามารถโยนขายหุ้นหลายๆช่องราคาที่ต่ำกว่าราคาล่าสุดได้ ซึ่ง Naked Short Selling จะไม่ผ่านการตรวจสอบตรงนี้ ทำให้สามารถโยนขายหุ้นที่ราคาต่ำกว่า Last ได้
Naked Short Selling จะกระทำโดยนักลงทุนที่ใช้ Custodian ซึ่งมักจะมีวงเงินในการซื้อขายหุ้นขนาดใหญ่ ทำให้การขายหุ้นอย่างรุนแรงอาจส่งผลกระทบต่อราคาหุ้นได้
แต่ความเสี่ยงของผู้ที่ Naked Short Selling คือถ้าขายไปแล้วต้องรีบซื้อคืนภายในวัน (กรณีที่ไปหายืมมาส่งมอบไม่ได้) เพราะถ้าไม่รีบซื้อคืนก็จะไม่มีหุ้นไปให้ Custodian ของตัวเองใช้ในการส่งมอบ พอเงื่อนไขว่าต้องรีบซื้อคืนภายในวันทำให้ ผู้ที่ Naked Short Selling จึงต้องวางกลยุทธ์ดีๆ โดยที่มีเงื่อนไขว่าต้องซื้อคืนหุ้นได้ที่ราคาถูกกว่าที่ขายไป
การขายชอร์ตไปมากๆ ก็ต้องรีบซื้อคืนมากๆ โดยหุ้นที่ไม่น่าใช่เป้าหมายหลัก คือหุ้นที่พื้นฐานดีๆ ขนาดใหญ่ที่ถ้าราคาปรับตัวลงแรงๆ จะมีกองทุน นักลงทุนมวลชนเข้าไปช้อนซื้อ เพราะไม่งั้นคนขายชอร์ตอาจจบลงที่ไปแย่งซื้อหุ้นคืนกลับรายใหญ่อื่นๆ และกระทบกับราคาหุ้นได้
ดังนั้นเป้าหมายที่น่าสนใจ ควรเป็นหุ้นที่ถ้าราคาปรับตัวลงแรงๆ แล้วจะมีมวลชนขายตามออกมามากกว่า เช่น หุ้นที่กำลังอยู่ในกระแสข่าวเชิงลบ หุ้นขนาดกลางถึงเล็กที่กองทุนใหญ่ไม่มีนโยบายลงทุน (ลงแรงแค่ไหนก็ไม่มาแย่งซื้อหุ้น) เป็นต้น
Naked Short Selling นั้นเป็นกลยุทธ์เกิดขึ้นจริงและมีหลายกรณีศึกษาในตลาดหุ้นต่างประเทศขนาดใหญ่ สำหรับในประเทศไทยเองเป็นเรื่องที่ขัดกับเกณฑ์และไม่อนุญาตให้ทำ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ดี และควรเข้มงวด เพราะว่าอาจส่งผลกระทบกับนักลงทุนรายย่อยซึ่งเป็นสัดส่วนใหญ่ที่สุดในตลาดหุ้นไทย
อย่างไรก็ตาม เมื่อไม่นานมานี้ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ได้ดำเนินการทางวินัยกับบริษัทหลักทรัพย์ คิงส์ฟอร์ด จำกัด (มหาชน) ได้ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่ถือเป็นการกระทำความผิดทางวินัย รวม 2 กรณี ได้แก่
เจ้าหน้าที่รับอนุญาตของบริษัทฯ มีการดำเนินการเกี่ยวกับการยืมหลักทรัพย์ให้กับลูกค้าไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด จนเป็นเหตุให้เกิดรายการขายหลักทรัพย์โดยไม่มีหลักทรัพย์อยู่ในครอบครอง หรือที่เรียกว่าทำ Naked Short และบริษัทฯ ไม่ควบคุมดูแลเจ้าหน้าที่รับอนุญาตของบริษัทฯ ให้ปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์ฯสืบ
นอกจากนี้ในช่วงที่ผ่านมาตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้ออกมาเปิดเผยเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2566 ว่า กรณี Naked Short นั้น ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ยกระดับการกำกับดูแลให้เข้มงวดขึ้นมาตั้งแต่ปี 61 ภายหลังจากที่พบการกระทำผิดด้วย Naked Short Sale ถึง 5 รายในช่วงปี 60-61
โดยทำการตรวจสอบการซื้อขายของผู้ลงทุนทุกรายการที่พบว่ามี ปริมาณ Short Sale ที่สูง หรือ ซื้อขายในลักษณะ Day Trading ที่ขายก่อนซื้อโดยไม่มี outstanding เพียงพอ และมีการสอบถามไปยังบริษัทหลักทรัพย์สมาชิกเพื่อประเมินว่ามีหุ้นเพียงพอก่อนขายหรือไม่
ซึ่งหลังจากที่ได้มีการใช้กระบวนการตรวจสอบที่มีความเข้มงวดมากขึ้น พบการกระทำผิด Naked Short Sale ในปี 62-64 ลดลงเหลือเพียง 2 ราย และปี 65 จนถึงปัจจุบันยังไม่พบผู้กระทำผิดดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม แท้จริงแล้ว ธุรกรรม Naked Short เป็นหนึ่งในปัจจัยที่กดดันราคาหุ้นไทยจริงหรือไม่นั้น เชื่อว่านักลงทุนน่าจะทราบกันดี แต่ที่แน่ๆ ถ้าเกิดธุรกรรมนี้ขึ้นจริง คนที่จะโดนผลกระทบมากสุดคงหนีไม่พ้นนักลงทุนรายย่อยอย่างแน่นนอน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...