โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

คนไทยรักหมา แมวเสมือนลูก ดัน ตลาดคอนโดเลี้ยงสัตว์ได้ โตกระฉูด 4,394%

MATICHON ONLINE

อัพเดต 25 ต.ค. 2566 เวลา 16.19 น. • เผยแพร่ 25 ต.ค. 2566 เวลา 16.19 น.

คนไทยรักหมา แมวเสมือนลูก ดัน ตลาดคอนโดเลี้ยงสัตว์ได้ โตกระฉูด 4,394%

นายประพันธ์ศักดิ์ รักษ์ไชยวรรณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล ดับเบิลยู เอส วิสดอม แอนด์ โซลูชั่น จำกัด (LWS) บริษัทวิจัยและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในเครือบริษัท แอล. พี. เอ็น. ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด(มหาชน) ระบุถึงแนวโน้มการพัฒนาโครงการอาคารชุดพักอาศัยหรือคอนโดมิเนียมในปัจจุบัน ว่า ความต้องการซื้อคอนโดมิเนียมที่สามารถเลี้ยงสัตว์เลี้ยงได้ (Pet Friendly Condominium) มีแนวโน้มเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากผลการสำรวจของ “LWS” พบว่าในปี 2565 มีโครงการอาคารชุดที่พักอาศัยที่สามารถเลี้ยงสัตว์ได้ในพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑล ทั้งสิ้น 5,663 ยูนิต เพิ่มขึ้น 4,394% จากจำนวน 157 ยูนิต ในปี 2561

“สะท้อนให้เห็นพฤติกรรมของผู้ซื้อที่อยู่อาศัยที่เปลี่ยนแปลงไป สอดคล้องกับพฤติกรรมของคนไทยในปัจจุบันที่ให้ความสำคัญกับการเลี้ยงสัตว์เลี้ยงในแบบ “pet humanization” หรือที่เรียกว่า พฤติกรรมที่เจ้าของเลี้ยงดูสัตว์เลี้ยงเสมือนลูก หรือเป็นสมาชิกของครอบครัว”นายประพันธ์ศักดิ์กล่าว

นายประพันธ์ศักดิ์กล่าวว่า จากการคาดการณ์ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า มูลค่าตลาดสัตว์เลี้ยงของไทยจะเติบโตเฉลี่ยปีละ 8.4% มาอยู่ที่ 66,748 ล้านบาทในปี 2569 จากแนวโน้มดังกล่าวทำให้การพัฒนาโครงการอาคารชุดพักอาศัยที่สามารถเลี้ยงสัตว์ได้จึงเป็นทางเลือกหนึ่งของผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์เพื่อตอบโจทย์กับความต้องการของผู้ซื้อที่เปลี่ยนแปลงไป

“พฤติกรรมของผู้ซื้อที่เปลี่ยนไปทำให้ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์จำเป็นต้องปรับตัวพัฒนาโครงการที่ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าเฉพาะกลุ่มมากขึ้นอาคารชุดที่สามารถเลี้ยงสัตว์ได้เป็นหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ที่จะพัฒนาโครงการเพื่อตอบโจทย์กับความต้องการของผู้ซื้อ” นายประพันธ์ศักดิ์ กล่าว

นายประพันธ์ศักดิ์ กล่าวว่า จากผลการสำรวจของLWSพบว่า ผู้ซื้อให้ความสำคัญกับรูปแบบของโครงการและสิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการใน 6 ประเด็น ได้แก่

1.โครงการควรมีพื้นที่เดินเล่นสำหรับสัตว์เลี้ยง โดยพื้นที่นี้ควรเป็นพื้นที่ปลอดภัยและมีระบบรักษาความปลอดภัยเพื่อป้องกันอันตรายจากภัยคุกคามจากภายนอก เช่น รั้วกั้นสัตว์ภายนอกเข้ามาทำร้ายสัตว์เลี้ยงภายในโครงการ

2.ระบบระบายอากาศ การเลี้ยงสัตว์เลี้ยงอาจส่งผลให้มีกลิ่นได้ ตัวอาคารเองควรมีระบบระบายอากาศที่มีประสิทธิภาพเพื่อรักษาภาพอากาศในห้องชุดพักอาศัย และห้องส่วนกลาง

3.การจัดการของเสียที่เกิดจากสัตว์เลี้ยง การเลี้ยงสัตว์อาจส่งผลให้มีขยะเพิ่มขึ้น โครงการควรมีระบบจัดการสิ่งของเสียที่เหมาะสม เช่น ถังขยะที่มีล็อคให้สัตว์เลี้ยงไม่สามารถเข้าถึงได้ มีรอบการจัดเก็บขยะในห้องพักขยะที่ถี่ขึ้น

4.การใช้สารพิษในการกำจัดปลวก แมลง การใช้สารเคมีในโครงการควรพิจารณาอย่างรอบคอบ เพื่อไม่ให้สร้างความเสี่ยงต่อสัตว์เลี้ยง แนะนำให้ใช้วิธีการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเมื่อต้องการความสะอาดและการดูแลสุขาภิบาลในคอนโด

5.การควบคุมเสียง การควบคุมเสียงเป็นสิ่งสำคัญเพื่อไม่ให้สัตว์เลี้ยงทำเสียงรบกวนผู้อยู่อาศัยอื่น ๆ เช่น การติดตั้งแผ่นซับเสียงในห้องชุด พื้นที่ส่วนกลาง เป็นต้น

6.การศึกษาผู้อยู่อาศัย ควรมีการสร้างความเข้าใจและการศึกษาผู้อยู่อาศัยเกี่ยวกับความสำคัญของการเลี้ยงสัตว์และกฎระเบียบเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงในอาคารชุด เพื่อให้ทุกคนสามารถร่วมมือกันในการรักษาความสงบสุขและการอยู่ร่วมกับสัตว์เลี้ยงได้ รวมถึงการบริหารจัดการค่าส่วนกลางสำหรับโครงการที่ให้เลี้ยงสัตว์ได้

“จากผลการสำรวจพบว่า 97% ของผู้ตอบแบบสอบถามยอมรับเงื่อนไข กฎระเบียบ ข้อบังคับ เกี่ยวกับค่าใช้จ่ายสำหรับการเลี้ยงสัตว์ที่สูงกว่าโครงการที่ไม่ให้เลี้ยงสัตว์ได้”

นอกจากนี้ยังพบว่าถ้าภายในโครงการสามารถเพิ่มงานบริการที่ตอบโจทย์กับความต้องการของผู้อยู่อาศัยที่มีสัตว์เลี้ยงได้ จะทำให้โครงการดังกล่าวได้รับความสนใจมากขึ้น โดยการจัดการพื้นที่ส่วนกลางหรือพื้นที่เชิงพาณิชย์ของโครงการให้มีงานบริการที่ตอบโจทย์กับผู้ซื้อที่มีสัตว์เลี้ยง

จากผลการสำรวจพบว่ามี 6 งานบริการที่น่าสนใจและเป็นที่ต้องการของผู้ซื้ออาคารชุดพักอาศัยที่เข้ามาพักอาศัยพร้อมกับสัตว์เลี้ยงได้แก่ บริการฝากดูแล พาสัตว์เลี้ยงเดินเล่น ,บริการทำความสะอาดห้องชุดที่มีสัตว์เลี้ยง

บริการออกแบบและติดตั้งอุปกรณ์สำหรับสัตว์เลี้ยงในห้องชุด,ร้านขายอาหารสัตว์และอุปกรณ์สัตว์เลี้ยง,บริการสปา อาบน้ำ แต่งขนสัตว์เลี้ยงและบริการที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพสัตว์เลี้ยง เช่น คลีนิคสัตว์ หรือโรงพยาบาลสัตว์ขนาดเล็กในพื้นที่เนื่องจากบ่อยครั้งที่สถานที่รักษาสัตว์ภายนอกโครงการเปิดให้บริการไม่เป็นเวลา

นางสาวณภัค กิ่มมณี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารหน่วยธุรกิจ บริษัท ออริจิ้น คอนโดมิเนียม จำกัด ในเครือบริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI เปิดเผยว่า วันที่ 28-29 ตุลาคมนี้จะเปิดขายโครงการ “ดิ ออริจิ้น เตรียมน้อม สเตชั่น” ติดถนนรามคำแหงฝั่งเข้าเมือง ใกล้รถไฟฟ้า MRT สถานีน้อมเกล้า 130 เมตร เป็นคอนโดมิเนียมสูง 8 ชั้น 5 อาคาร เป็นอาคารสำหรับคนรักสัตว์เลี้ยง 1 อาคาร รวมจำนวน 1,288 ยูนิต และร้านค้า 6 ยูนิต ขนาดห้องพักตั้งแต่ 24-34.5 ตร.ม. ในโครงการจะมีพื้นที่ส่วนกลางสำหรับน้องหมา น้องแมว อาทิ Pet Room และ Pet Park ราคาเริ่มต้น 1.79 ล้านบาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...