โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

PSG ลุยปั้นพอร์ต 3 ธุรกิจ เหมือง-พลังงาน-ก่อสร้าง เดินหน้าบุกสปป. ลาวต่อเนื่อง ตั้งเป้าดันรายได้แตะ 3 หมื่นลบ. ภายในปี 78

Wealthy Thai

อัพเดต 25 ม.ค. เวลา 05.07 น. • เผยแพร่ 21 ก.ค. 2568 เวลา 09.12 น.

PSG เดินหน้า 3 ธุรกิจหลัก “เหมือง-พลังงาน-ก่อสร้าง” เผยตุนแบ็กล็อกกว่า 5,000 ล้านบาท เล็งรับรู้รายได้ปีนี้ 60% ส่วนที่เหลือรับรู้ต่อเนื่องถึงปี 70 ลุ้นคว้างานใหม่อีก 2 โครงการ พร้อมเดินหน้าขยายธุรกิจในสปป. ลาวต่อเนื่อง ตั้งเป้ารายได้โตแตะ 30,000 ล้านบาท ถายในปี 2578
นายเดวิด แวน ดาว ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีเอสจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ PSG เปิดเผยว่า บริษัทได้ปรับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ จากการเป็นเพียงผู้ให้บริการรับเหมาก่อสร้างแบบครบวงจร สู่ธุรกิจที่มีศักยภาพสูงอย่างทรัพยากรธรรมชาติ และธุรกิจพลังงาน
โดยปัจจุบันบริษัทมีโครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้าง 2 โครงการ ในสปป.ลาว ได้แก่ 1.โครงการขยายกำลังการผลิตเหมือง XPPL Phase 1 โครงการประกอบด้วยงานก่อสร้างถนน อาคารคลังสินค้า แคมป์ถาวร และโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับเหมืองในพื้นที่ลาวใต้ มูลค่าโครงการ 239.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือเทียบเท่า 8,082.23 ล้านบาท (อัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่ชนะการประมูล) ณ สิ้นไตรมาส 1/68 มีความคืบหน้างาน 81% คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในไตรมาส 1/69
2.โครงการก่อสร้างพื้นที่พัฒนาเพื่อการตั้งถิ่นฐานใหม่ Resettlement Development งานก่อสร้างเพื่อพัฒนาชุมชนใหม่และโครงสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐานสำหรับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโครงการขนาดใหญ่ในพื้นที่ลาวเหนือ มูลค่าโครงการ 5,000 ล้านบาท ณ สิ้นไตรมาส 1/2568 มีความคืบหน้างาน 21% และคาดว่าจะแล้วเสร็จสมบูรณ์ภายในปี 2570
ทั้งนี้ บริษัทยังให้ความสำคัญกับการลงทุนใน สปป.ลาว อย่างต่อเนื่อง โดยอ้างอิงรายงานธนาคารโลกซึ่งระบุว่า ในปี 2567 เศรษฐกิจของ สปป.ลาว ขยายตัว 4.1% ซึ่งมีแรงขับเคลื่อนหลักจากภาคพลังงาน เหมืองแร่ และเกษตรกรรม รวมถึงบริษัทยังมองเห็นสัญญาณบวกจากการปฏิรูปหลายด้าน โดยเชื่อว่าภายใต้การนำของคณะผู้บริหารในปัจจุบัน ประเทศจะฟื้นตัวได้อย่างแข็งแกร่ง
นายเดวิด กล่าวเสริมว่า ในปีนี้บริษัทมีแผนจะขยายการเติบโตจากการก่อสร้างโครงการใหม่ โดยบริษัทมีโครงการที่อยู่ระหว่างสรุปรายละเอียด 2 โครงการใน สปป.ลาว มูลค่ารวมประมาณ 12,00 -13,000 ล้านบาท ได้แก่
1. โครงการก่อสร้างอาคารประกอบอุปกรณ์สนับสนุนสำหรับโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนเซกอง (XTPPL) ขนาด 1,800 เมกะวัตต์ งานโยธาและการติดตั้งอุปกรณ์สำหรับโรงไฟฟ้าขนาด 1,800 เมกะวัตต์ ในเมืองกะลึม แขวงเซกอง โครงการยังรวมถึงเหมืองแบบบูรณาการ และสายส่งไฟฟ้าแรงสูงขนาด 500 กิโลโวลต์ ความยาว 253 กิโลเมตร เชื่อมต่อจากโรงไฟฟ้าไปยังชายแดนลาว–กัมพูชา ทั้งนี้ ได้มีการลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) กับ Electricité du Cambodge (EDC) ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจด้านพลังงานของประเทศกัมพูชา โดยมีกำหนดการก่อสร้างตั้งแต่ไตรมาส 4/68 ถึงไตรมาส 1/73
2. โครงการก่อสร้างระบบลำเลียงถ่านหินและเถ้าสำหรับโรงไฟฟ้าขนาด 1,800 เมกะวัตต์ เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของ XTPPL โดยทำหน้าที่ขนส่งเชื้อเพลิงสำหรับโรงไฟฟ้าและบริหารการจัดการผลพลอยได้จากเถ้าถ่านที่เกิดจากกระบวนการผลิตไฟฟ้า กำหนดระยะเวลาก่อสร้างปี 2568 - ไตรมาส 1/70
นอกจากนี้บริษัทกำลังเริ่มทดลองให้บริการด้านการดำเนินงานและบริหารจัดการเหมืองใน สปป.ลาว ซึ่งเป็นรูปแบบธุรกิจใหม่ที่อยู่ระหว่างการทดสอบในพื้นที่เหมือง 2 แห่ง โดยผลการดำเนินงานเบื้องต้นเป็นที่น่าพอใจ และคาดว่าบริษัทจะสามารถสรุปรูปแบบการดำเนินงานได้ภายในสิ้นปีนี้ จากข้อมูลระบุมูลค่าการผลิตแร่รวมของ สปป.ลาว ในปี 2567 มีมูลค่าสูงกว่า 3.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 13% จากปีก่อนหน้า สะท้อนถึงขนาดตลาดและโอกาสการเติบโตที่น่าสนใจ
สำหรับการเข้าสู่ธุรกิจพลังงานของ PSGC มุ่งเน้นใน 3 แนวทางยุทธศาสตร์หลัก ได้แก่ 1) ศึกษาความเป็นไปได้การปรับปรุงโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับ (Pumped Storage Hydropower หรือ “PSH”) และได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับ Electricite du Laos (EDL) รัฐวิสาหกิจด้านสาธารณูปโภคของสปป.ลาว เพื่อปรับปรุงโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำเดิมของ EDL และบริษัทในเครือให้เป็นโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำแบบสูบกลับ
รวมถึงโรงไฟฟ้าพลังน้ำอื่นๆ ที่ EDL อาจถือครองในอนาคต พร้อมทั้งศึกษาแนวทางการผนวกแหล่งพลังงานหมุนเวียนอื่นๆ อาทิ พลังงานแสงอาทิตย์ และพลังงานลม เข้าสู่ระบบโครงข่ายไฟฟ้าแห่ง สปป.ลาว เพื่อสร้างความมั่นคงและเสถียรภาพของระบบโดยรวม
2) ศึกษาการผลิตพลังงานหมุนเวียนแบบผสมผสาน โดยอยู่ระหว่างการพิจารณาการลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าแบบผสมผสาน (Hybrid) ที่รวมการผลิตไฟฟ้าจากระบบ PSH เข้ากับพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานหมุนเวียนรูปแบบอื่น ๆ ผลการศึกษาความเป็นไปได้เบื้องต้นบนพื้นที่ขนาด 7,000 เฮกตาร์ในแขวงอัตตะปือ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการพัฒนาโซลาร์ฟาร์มขนาด 10,000 เมกะวัตต์ ซึ่งสามารถนำมาใช้เป็นพลังงานสูบน้ำให้กับระบบ PSH ได้
3) แสวงหาพันธมิตรทางธุรกิจ และตลาดจำหน่ายไฟฟ้า บริษัทฯได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับหน่วยงานพลังงานระดับภูมิภาค เพื่อศึกษาการส่งออกพลังงานไฟฟ้าจาก สปป.ลาวไปยังประเทศกัมพูชา สิงคโปร์และจีน
ด้านนางสาวสมฤดี ห์ลีละเมียร รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มการเงิน กล่าวว่า ในส่วนของการปรับโครงสร้างทุน บริษัทได้ดำเนินการรวมหุ้นและลดทุนจดทะเบียนและทุนชำระแล้ว ผ่านการลดมูลค่าหุ้นที่ตราไว้ วัตถุประสงค์เพื่อล้างรายการส่วนต่ำกว่ามูลค่าหุ้น การดำเนินการรวมหุ้นและลดทุนจดทะเบียนในรอบแรกจะแล้วเสร็จภายในเดือนกรกฎาคมนี้ โดยบริษัทคาดว่าจะมีการดำเนินขั้นตอนดังกล่าวอีก 2 ครั้ง คาดว่ากระบวนการทั้งหมดจะแล้วเสร็จภายในกลางปี 2569
“เมื่อกระบวนการทั้งหมดเสร็จสิ้น งบการเงินของเราจะสะท้อนมูลค่าและสถานะที่แท้จริงของบริษัทได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยดึงดูดนักลงทุนสถาบันและกองทุนมากขึ้น” นางสาวสมฤดี กล่าว
ในปี 2568 บริษัทประเมินรายได้จะเติบโตในระดับ 3,400-3,500 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทมีโครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการและรอรับรู้รายได้มากกว่า 5,000 ล้านบาท (ไม่รวม 2 โครงการที่อยู่ระหว่างรอการสรุป) โดยคาดว่าปีนี้จะรับรู้รายได้ประมาณ 60% ส่วนที่เหลือจะทยอยรับรู้รายได้ต่อเนื่องไปจนถึงปี 2570
อย่างไรก็ตาม บริษัทได้วางเป้าหมายระยะยาว 10 ปี (2578) ผลักดันให้รายได้เติบโตแตะระดับ 20,000 – 30,000 ล้านบาท จากการขยาย 3 กลุ่มธุรกิจหลักทั้งทรัพยากรธรรมชาติ พลังงาน และก่อสร้าง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...