เช็กลิสต์หุ้นอสังหาฯ ครึ่งปีหลัง จับตาใครรอด ใครร่วงในสมรภูมิ
แม้อุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ยังคงเผชิญกับความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว รวมถึงเหตุการณ์ไม่คาดคิดอย่างแผ่นดินไหวในไตรมาส 2 แต่การติดตามแนวโน้มยอดขายและผลการดำเนินงานยังคงเป็นปัจจัยสำคัญในการประเมินศักยภาพและแรงส่งของธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลัง
โดยวันนี้ Wealthy Thai จะพาไปสำรวจทิศทางของกลุ่มอสังหาฯ ในช่วงครึ่งปีหลัง ท่ามกลางแรงกดดันรอบด้าน ว่าแนวโน้มจะเป็นอย่างไร ใครบ้างที่ได้รับผลกระทบมากหรือน้อย และหุ้นตัวไหนยังพอมีจังหวะให้ติดตามต่อได้หลังจากนี้
บทวิเคราะห์จาก บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุ Property (Underweight) ยอด Presales ในไตรมาส 2/2568 คาดว่าจะปรับตัวลดลงอย่างมากทั้งเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยเป็นผลจากการชะลอตัวของตลาดคอนโดมิเนียม สำหรับบริษัทที่ บล.ดาโอ ได้จัดทำบทวิเคราะห์และมีการประกาศยอด Presales สำหรับไตรมาส 2/2568 แล้ว รวมจำนวน 5 บริษัท ได้แก่ LPN, ORI, PSH, SIRI และ SPALI มียอด Presales รวมอยู่ที่ 23,000 ล้านบาท ลดลง 33% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 31% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า
ทั้งนี้ การปรับลดลงดังกล่าวมาจากกลุ่มคอนโดเป็นหลัก โดยมียอด Presales อยู่ที่ 9,900 ล้านบาท ลดลง 44% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 47% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ขณะที่กลุ่มบ้านแนวราบมียอด Presales อยู่ที่ 13,000 ล้านบาท ลดลง 22% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 9% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า
สำหรับภาพรวมช่วงครึ่งแรกของปี 2568 มียอด Presales รวมอยู่ที่ 56,000 ล้านบาท ลดลง 13% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดย LPN และ PSH เป็นบริษัทที่มียอดขายลดลงมากที่สุด เนื่องจากเน้นทำตลาดในกลุ่มผู้มีรายได้น้อย ซึ่งยังได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจมากกว่ากลุ่มอื่น ๆ ขณะที่มีเพียง SIRI ที่สามารถปรับเพิ่มยอดขายได้
ทางด้านมุมมองของ DAOL ยังคงมองแนวโน้มเชิงลบตามคาด จากยอด Presales ที่ปรับตัวลดลง โดยแนวโน้มในไตรมาส 3-4/2568 คาดว่าจะดีขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ทั้งนี้ ยอด Presales ในไตรมาส 2/2568 ที่ลดลง เป็นผลจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวเป็นหลัก ซึ่งส่งผลกระทบต่อยอดขายคอนโดในช่วงเดือนเมษายนอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ช่วงเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายนเริ่มทยอยปรับตัวดีขึ้น โดยยอดขายคอนโดจะอยู่ที่ระดับประมาณ 70%-75% ของภาวะปกติ
ด้านตลาดแนวราบยังคงชะลอตัว เนื่องจากกำลังซื้อยังอ่อนแอจากภาวะเศรษฐกิจ และมีปัจจัยความเสี่ยงเพิ่มเติมจากสงครามการค้าที่อาจส่งผลต่อเศรษฐกิจโดยรวม ทำให้ผู้บริโภคมีความระมัดระวังในการใช้จ่ายมากขึ้น ซึ่งมีผลกระทบต่อตลาดที่อยู่อาศัยระดับกลางถึงบน อย่างไรก็ตาม คาดว่ายอด Presales ในช่วงไตรมาส 3-4/2568 จะเริ่มฟื้นตัวเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า จากฐานที่ต่ำในไตรมาสก่อน โดยเฉพาะยอดขายคอนโดที่คาดว่าจะทยอยฟื้นตัว ส่วนแนวราบมีแนวโน้มทรงตัว โดยได้แรงหนุนจากแผนการเปิดโครงการใหม่ที่มากขึ้น แม้จะยังมีความเสี่ยงจากปัจจัยเศรษฐกิจที่กระทบต่อกำลังซื้ออยู่ก็ตาม
ทั้งนี้ ยังคงให้น้ำหนัก "Underweight" ต่อกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากแนวโน้มกำไรปกติในปี 2568 คาดว่าจะปรับลดลง 21% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สำหรับกำไรปกติในไตรมาส 2/2568 คาดว่าจะลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามยอดโอนกรรมสิทธิ์ที่ลดลงในทั้งกลุ่มคอนโดและบ้านแนวราบ
อย่างไรก็ดี ผลประกอบการจะดีขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า จากฐานที่ต่ำในไตรมาส 1/2568 ซึ่งชะลอตัวมาก หลังจากมีการเร่งโอนในไตรมาส 4/2567 และเริ่มได้รับผลบวกจากมาตรการกระตุ้นภาคอสังหาฯ เช่น มาตรการลดค่าโอนและจดจำนองที่เริ่มตั้งแต่เดือนเมษายน 2568 รวมถึงการผ่อนคลายเกณฑ์ LTV ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2568 อีกทั้งยังจะได้รับแรงหนุนจาก Backlog ที่เพิ่มขึ้นในไตรมาส 1/2568 และมีคอนโดใหม่เริ่มทยอยโอนกรรมสิทธิ์
ทั้งนี้ ยังไม่มีหุ้นเด่นในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ โดยยังคงคำแนะนำ "ขาย" สำหรับ LPN และ PSH จากผลการดำเนินงานที่ยังคงอ่อนแอ เนื่องจากตลาดที่อยู่อาศัยระดับล่างยังชะลอตัวมากที่สุด ขณะที่ประเมินว่าราคาหุ้นของ SIRI และ SPALI มีโอกาส Outperform ดัชนี SET ได้ จากอัตราผลตอบแทนเงินปันผลในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 ที่คาดว่าจะอยู่ในระดับสูงประมาณ 3%-4% และแนวโน้มกำไรในไตรมาส 2/2568 ที่คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า จากไตรมาส 1/2568 ซึ่งถือเป็นระดับต่ำที่สุดของปี