'นวดไทย' ในอังกฤษ สะท้อน Soft Power ไทยยังไปไม่ถึงระบบ
ภาคเอกชนสะท้อนปัญหา Soft Power ไทยในต่างแดนยังไร้ระบบหนุนจริงจัง เสนอรัฐตั้ง “Thai Massage Certified” รับรองร้านนวดในต่างประเทศ พร้อมเร่งเจรจา FTA แก้ข้อจำกัดแรงงานฝีมือ
“แม้นวดไทยจะเป็นมรดกโลก แต่ในโลกความจริงของต่างแดน กลับยังไม่มีใครดูแลเราอย่างแท้จริง” เสียงสะท้อนจากผู้ประกอบการร้านนวดไทยในสหราชอาณาจักร สะท้อนปัญหาโครงสร้างการส่งเสริม Soft Power ไทย ที่ยังไปไม่ถึง “เชิงปฏิบัติ”
นายนพพร วงศ์อนันต์ เจ้าของร้านนวด Boon Sappaya ที่กรุงลอนดอน กล่าวในงาน SPLASH-Soft Power Forum 2025 ว่า ย้อนกลับไปเมื่อปี 2562 (ค.ศ. 2019) ที่องค์การยูเนสโก ประกาศขึ้นทะเบียน “นวดไทย” (Thai Traditional Massage) เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของมนุษยชาติ ข่าวดีนี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญของวงการแพทย์แผนไทย ที่ถูกยกระดับให้เป็นที่รู้จักในระดับโลก
แต่กว่า 5 ปีผ่านไป บทบาทของภาครัฐไทยในระดับนโยบายยังดูจะ “ย่ำอยู่กับที่” เมื่อเทียบกับศักยภาพทางเศรษฐกิจของอุตสาหกรรมสุขภาพและ Wellness ที่เติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะในต่างประเทศ
อังกฤษชะลอนำเข้า “หมอนวดไทย” กระทบตรงธุรกิจนวด-สปา
หนึ่งในประเด็นร้อนที่ผู้ประกอบการร้านนวดไทยในอังกฤษสะท้อนชัดเจน คือ การออกนโยบายใหม่ของรัฐบาลอังกฤษ เมื่อเดือนเมษายน 2568 ที่ผ่านมา ที่ประกาศถอดถอนอาชีพ “หมอนวด” ออกจากบัญชีอาชีพที่อนุญาตให้นำเข้าแรงงานต่างชาติ นั่นหมายความว่า ผู้ประกอบการร้านนวดไทยในอังกฤษไม่สามารถ “จ้าง” หมอนวดจากไทยให้เดินทางมาทำงานได้อีกต่อไป
“ปัญหานี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อธุรกิจร้านนวดไทยในอังกฤษ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนไทยที่อาศัยอยู่ในประเทศอยู่แล้ว แต่ไม่สามารถขยายกิจการ หรือเพิ่มบุคลากรฝีมือดีจากไทยได้”
แม้จะสามารถนำเข้าแรงงานหมอนวดไทยได้บ้าง แต่ก็ยังเจออุปสรรคเรื่องภาษา เพราะอังกฤษกำหนดว่า แรงงานอาชีพต้องสอบผ่าน IELTS ระดับ 4.0 ขึ้นไป ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่ทำให้หมอนวดไทยจำนวนมากไม่สามารถผ่านการขอเวิร์กเพอร์มิตได้
ความไม่เข้าใจ “นวดไทย” = อุปสรรคทางภาพลักษณ์
อีกหนึ่งปัญหาที่ฝังรากลึก คือ ภาพลักษณ์ของ “นวดไทย” ในสายตาต่างชาติที่ยังคลุมเครือ บางกลุ่มยังคงเข้าใจผิดว่านวดไทยคือบริการทางเพศแฝง ทั้งที่ผู้ประกอบการจำนวนมากพยายามรักษามาตรฐานและเน้นบริการเพื่อสุขภาพ บำบัด และผ่อนคลายอย่างแท้จริง
“ทุกวันนี้ ยังมีลูกค้าต่างชาติ โทร.มาถามทุกวันว่าเรามี Extra หรือ Happy Ending ไหม เราต้องตอบปฏิเสธทุกวัน ทั้งที่เราทำร้านนวดเพื่อสุขภาพจริงจัง”
แน่นอนว่า การปล่อยให้ภาพลักษณ์คลุมเครือเช่นนี้ ส่งผลโดยตรงต่อ “วิชาชีพนวดไทย” ที่ไม่สามารถถูกมองในฐานะอาชีพทางการแพทย์แผนไทยที่มีเกียรติ และยิ่งทำให้หน่วยงานท้องถิ่นในต่างประเทศ “ไม่กล้า” หรือ “ไม่สนใจ” ผลักดันให้เกิดระบบการรับรอง หรือใบอนุญาตชัดเจน
เมื่อ Soft Power ถูกพูดถึง แต่ยังไม่เกิด “ระบบ”
ปัจจุบันรัฐบาลไทยเร่งผลักดัน Soft Power หลายมิติ ทั้งอาหารไทย (Thai Select), การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และอุตสาหกรรมวัฒนธรรมต่าง ๆ แต่สำหรับธุรกิจนวดไทยในต่างแดน กลับยังไม่มีระบบการรับรองคุณภาพที่เป็นรูปธรรมเทียบเท่า Thai Select ของร้านอาหาร
“ถ้ารัฐมีระบบ Thai Massage Certified หรือการรับรองคุณภาพของร้านนวดไทยในต่างแดน เหมือนที่เคยทำกับร้านอาหาร จะช่วยคัดกรองและสร้างมาตรฐานได้ดีมาก”
ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการร้านนวดไทยในอังกฤษเสนอว่า รัฐบาลไทยควรหยิบยก “ธุรกิจบริการนวดไทย” เข้าไปอยู่ในการเจรจา FTA (ข้อตกลงการค้าเสรี) ไทย-สหราชอาณาจักร ที่กำลังดำเนินอยู่ในวาระครบรอบ 170 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-อังกฤษในปีนี้ เพื่อให้สามารถเปิดตลาดแรงงานฝีมือไทยเข้าสู่ตลาดอังกฤษได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
ข้อเสนอจากภาคเอกชนสู่ภาครัฐ
1.จัดตั้งระบบรับรองมาตรฐานร้านนวดไทยในต่างประเทศ โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ของโลก เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ลดภาพลักษณ์ด้านลบ และเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับอุตสาหกรรมบริการสุขภาพของไทย
2.ผลักดันอาชีพ “หมอนวดไทย” เข้าสู่บัญชีอาชีพที่ได้รับการยอมรับในข้อตกลง FTA ไทย-สหราชอาณาจักร และประเทศคู่ค้าสำคัญอื่น ๆ
3.ส่งเสริมการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษสำหรับหมอนวดไทย โดยจัดหลักสูตรภาษาสำหรับวิชาชีพ โดยรัฐหรือองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศ
ทั้งนี้ แม้นวดไทยจะได้รับการประกาศให้เป็นมรดกของมนุษยชาติแล้ว แต่ในความเป็นจริง ณ วันนี้ “มรดก” นี้ยังไม่ได้ถูกใช้เป็นเครื่องมือทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมอย่างเต็มศักยภาพ เพราะยังขาดทั้งกลไกภาครัฐ ระบบควบคุมคุณภาพ และการเจรจาทางการค้าเพื่อสนับสนุนให้คนไทยได้ใช้วิชาชีพนี้อย่างถูกต้องในเวทีโลก
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘นวดไทย’ ในอังกฤษ สะท้อน Soft Power ไทยยังไปไม่ถึงระบบ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net