หนืดปล่อยกู้! ธปท. เผยสินเชื่อแบงก์พาณิชย์ ติดลบรวด 3 ไตรมาส
วันนี้ (20 พ.ค.68)น.ส.สุวรรณี เจษฎาศักดิ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยภาพรวมสินเชื่อระบบธนาคารพาณิชย์ (รวมเครือ) ไตรมาส 1 ปี 2568 หดตัวอยู่ที่ 1.3% จากระยะเดียวกันปีก่อน
โดยหลักจากการชำระคืนหนี้ที่อยู่ในระดับสูง สินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ยังขยายตัว ขณะที่สินเชื่อธุรกิจ SMEs และสินเชื่ออุปโภคบริโภคหดตัวต่อเนื่อง ตามความเสี่ยงด้านเครดิตที่ยังอยู่ในระดับสูง
หากดูไส้ในพบว่าอัตราการขยายตัวของสินเชื่อรวม อยู่ที่ -1.3% เทียบกับไตรมาสก่อนที่ -0.4% สินเชื่อธุรกิจ -0.8% เทียบกับไตรมาสก่อนที่ 5% และสินเชื่ออุปโภคบริโภค -2.2% เทียบกับไตรมาสก่อนที่ -1.9%
ขณะที่แยกสินเชื่อตามขนาดธุรกิจ โดยสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ (วงเงินมากกว่า 500 ล้านบาท) ขยายตัว 1.5% เทียบกับไตรมาสก่อนที่ 3% ด้านสินเชื่อธุรกิจรายย่อย (วงเงินน้อยกว่า 500 ล้านบาท) -5.5% เทียบกับไตรมาสก่อนที่ -4.6%
“สินเชื่อรวมติดลบ 3 ไตรมาสติดต่อกัน แม้สินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ยังขยายตัวได้ แต่สินเชื่อรายย่อย (เอสเอ็มอี) ยังหดตัวในทุกภาคธุรกิจ โดยเป็นผลจากการเข้มงวดการพิจารณาสินเชื่อของธนาคาร อย่างไรก็ตาม กลุ่มที่เป็นลูกค้าเดิม และมีศักยภาพการแข่งขัน ยังได้รับสินเชื่อต่อเนื่อง”น.ส.สุวรรณีกล่าว
นอกจากนี้ สินเชื่ออุปโภคบริโภค แบ่งเป็น สินเชื่อที่อยู่อาศัย 0.2% เทียบกับไตรมาสก่อนที่ 0.3% สินเชื่อเช่าซื้อ -10.2% เทียบกับไตรมาสก่อนที่ -9.9% สินเชื่อบัตรเครดิต -1.9% เทียบกับไตรมาสก่อนที่ -2.3% และสินเชื่อส่วนบุคคล 0.3% เทียบกับไตรมาสก่อนที่ 1.3%
“สินเชื่อเช่าซื้อและสินเชื่อบัตรเครดิต หดตัวต่อเนื่อง สะท้อนจากการระมัดระวังการให้สินเชื่อเช่าซื้อที่มาตลอดช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ ยอดการใช้จ่ายบัตรเครดิตลดน้อยลง หลังจากปรับตัวสูงขึ้นจากที่ช่วงไตรมาส 4/2567 ขณะที่สินเชื่อบ้าน และสินเชื่อส่วนบุคคลขยายตัวในอัตราชะลอลง”น.ส.สุวรรณีกล่าว
อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าธนาคารพาณิชย์ยังคงปล่อยสินเชื่อ โดยตัวเลขจากไตรมาส 1/2568 มีการให้สินเชื่อ 4.44 ล้านล้านบาท การชำระคืนหนี้ 4.39 ล้านล้านบาท เทียบกับปี 2567 มีการปล่อยสินเชื่อ 4.34 ล้านล้านบาท การชำระคืนหนี้ 4.20 ล้านล้านบาท
น.ส.สุวรรณีกล่าวกล่าวว่า สำหรับหนี้ครัวเรือนไตรมาส 4/2567 อยู่ที่ 88.4% ต่อจีดีพี คาดว่าแนวโน้มไตรมาสแรกออกมาเดือน มิ.ย. น่าจะลดลงต่ำกว่า 88% โดยยอดหนี้ด้อยคุณภาพ (เอ็นพีแอล) ในไตรมาสแรก ปรับเพิ่มมาอยู่ที่ 5.48 แสนล้านบาท คิดเป็น 2.9% เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้าที่อยู่ 2.78% มาจากสินเชื่อเอสเอ็มอีและสินเชื่อที่อยู่อาศัย
หากแยกตามประเภทสินเชื่อ พบ สินเชื่อบ้าน 34% สินเชื่อส่วนบุคคล 25% สินเชื่อเพื่อการประกอบอาชีพ 18% สินเชื่อรถยนต์ 10% สินเชื่อบัตรเครดิต 3% และอื่นๆ 10%
ขณะที่หนี้ใกล้เป็นเอ็นพีแอล (เอสเอ็ม) ปรับลดลงจากการชำระคืนหนี้ของสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ ส่งผลให้สัดส่วนเอสเอ็มทรงตัวที่ 6.97%
ขณะเดียวกัน ยังต้องติดตามภาวะการเงินที่ยังตึงตัวและความสามารถในการชำระหนี้ของภาคธุรกิจและครัวเรือน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางที่รายได้ฟื้นตัวช้าและมีภาระหนี้สูง รวมถึงธุรกิจและครัวเรือนที่อาจได้รับแรงกดดันเพิ่มเติมต่อฐานะการเงินจากผลกระทบของนโยบายการค้าโลก ตลอดจนติดตามผลสำเร็จของการให้ความช่วยเหลือภายใต้โครงการคุณสู้เราช่วย
“ในไตรมาส 2 มีความท้าทายจากผลกระทบของสงครามการค้า และสินค้าต่างประเทศเข้ามาแข่งขันในไทย ถ้าผลการเจรจาไม่ได้ข้อยุติ แนวโน้มส่งออกจะได้รับผลกระทบ และอาจเจอพายุตามที่ผู้ว่าการ ธปท.ได้บอกไว้ ที่จะเกิดขึ้นในไตรมาส 3-4 นี้ โดย ธปท.ต้องติดตามใกล้ชิดและคุยกับธนาคารพาณิชย์และผู้ประกอบการ พร้อมคาดว่าไตรมาส 2 นี้ สินเชื่อธนาคารยังคงชะลอตัวต่อเนื่อง”น.ส.สุวรรณีกล่าว
ทั้งนี้ ความสามารถในการทำกำไรโดยรวมทรงตัวจากระยะเดียวกันปีก่อน แต่ชะลอลงจากไตรมาสก่อนหน้า แม้ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากภาคบริการที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวและภาคการผลิต แต่ภาคก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์เผชิญแรงกดดันจากกำลังซื้อที่อยู่อาศัยที่ชะลอลง