โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กระชับสัมพันธ์ทางการค้าและการลงทุนไทย-เนปาล

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 17 ม.ค. 2568 เวลา 07.58 น. • เผยแพร่ 17 ม.ค. 2568 เวลา 00.58 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

ทำเนียบ 17 ม.ค.- ประธานผู้แทนการค้าไทย เดินหน้ากระชับความสัมพันธ์ทางการค้าและการลงทุนไทย-เนปาล เน้นอุตสาหกรรมแปรรูปสินค้าเกษตร การแพทย์ และท่องเที่ยว เร่งขับเคลื่อนการเจรจา BIMSTEC FTA เจาะตลาด 1.7 พันล้านคน

นางนลินี ทวีสิน ประธานผู้แทนการค้าไทย เปิดเผยผลการหารือกับนายธัน พหาทุร โอลิ เอกอัครราชทูตเนปาลประจำประเทศไทย วานนี้ ว่าเป็นความยินดีอย่างยิ่ง โดยไทยให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ที่ยาวนานระหว่างไทยและเนปาล ที่มีมากว่า 65 ปี ซึ่งเชื่อว่าด้วยความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นของทั้งสองประเทศ จะเป็นส่วนสนับสนุนสำคัญในการขยายความร่วมมือด้านการค้าและบริการให้กว้างขวางขึ้น ในประเด็นต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์กับทั้งสองฝ่าย ไม่ว่าจะเป็น การแปรรูปสินค้าเกษตร การบริการทางการแพทย์ และการท่องเที่ยว โดยตนยังได้ใช้โอกาสนี้สนับสนุนให้เนปาลใช้ประโยชน์จากที่ตั้งของไทยในการเป็นประตูสู่ภูมิภาคอาเซียน รวมถึงเนปาลสามารถเป็นประตู่สู่ตลาดจีน อินเดีย และเอเชียใต้ได้

ประธานผู้แทนการค้าไทย เผยว่ามีความยินดีอย่างยิ่งที่การลงทุนขนาดใหญ่ของไทยในเนปาล ได้มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจของเนปาลและสร้างงานให้แก่ประชาชน เช่น การลงทุนของบริษัท เรดบูล และดุสิตกรุ๊ป นอกจากนี้ ตนเห็นว่าจากการที่อุตสาหกรรมไอที และอุตสาหกรรมพลังงานสะอาด ของเนปาล มีการเติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จึงนับว่าเป็นโอกาสสำคัญที่นักลงทุนไทยควรพิจารณา

ทั้งนี้เชื่อว่าหากเนปาลสามารถส่งเสริมบรรยากาศที่เอื้อต่อการดำเนินธุรกิจและลดอุปสรรคทางการค้าเพิ่มเติม จะเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนไทยและกระตุ้นให้ธุรกิจไทยขยายตลาดในเนปาล

ทั้งสองฝ่าย ยังได้หารือถึงการเชื่อมโยงของประชาชน โดยเฉพาะการเดินทางของนักท่องเที่ยว ทั้งในแง่การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและการท่องเที่ยวเชิงศาสนา โดยนักท่องเที่ยวไทยอยู่ในกลุ่มห้าอันดับแรกที่เดินทางไปเยือนเนปาล ในขณะที่ประเทศไทยก็ยังคงเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของชาวเนปาล โดยติดอันดับสามของสถานที่ที่ชาวเนปาลเลือกเดินทางมาเยือน สิ่งนี้สะท้อนถึงความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ ตนและเอกอัครราชทูตยังได้หารือถึงการเพิ่มจำนวนเที่ยวบิน ซึ่งจะเป็นส่วนช่วยสำคัญในการเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวและการอำนวยความสะดวกในการเชื่อมโยงของประชาชน

นอกจากนี้ ยังได้หารือถึงการขับเคลื่อนความสัมพันธ์ผ่านความริเริ่มแห่งอ่าวเบงกอลสำหรับความร่วมมือหลากหลายสาขาทางวิชาการและเศรษฐกิจ หรือบิมสเทค (BIMSTEC) โดยเฉพาะการเจรจาจัดทำความตกลงการค้าเสรีบิมสเทค (BIMSTEC FTA) จะเป็นส่วนสำคัญในการขยายการค้าระหว่างประเทศสมาชิก ไทยจะเป็นเจ้าภาพการประชุมผู้นำบิมสเทค ครั้งที่ 6 ในช่วงเดือน เม.ย. 2568 นี้

นางนลินี กล่าวว่าเนปาลเป็นตลาดที่กำลังเติบโต โดยมีจำนวนชนชั้นกลางที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับ การขาดแรงงานภาคการผลิต ส่งผลให้ภาคอุปสงค์สูงกว่าอุปทาน และมีแนวโน้มว่าการนำเข้าสินค้าเกษตร (ข้าว ธัญพืช เนื้อสัตว์ ผลไม้ ผัก และน้ำมันพืช) สินค้าอุปโภคบริโภคจะมากขึ้น โดยในช่วง 11 เดือนแรกของปี 2567 (ม.ค.-พ.ย.) การค้าสองฝ่ายมีมูลค่า 37.06 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ .314.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...