ไทม์ไลน์ใหม่ รัฐธรรมนูญเพื่อไทย อีก 2 ปี 11 เดือน ลุ้นหลังเลือกตั้งปี’70
คอลัมน์ : Politics policy people forum
แน่นอนแล้วว่าการเลือกตั้งกลางปี 2570 จะยังใช้รัฐธรรมนูญ 2560
เป็นเอฟเฟ็กต์จากการที่สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ปฏิบัติการ “แก้” ร่างกฎหมายประชามติ ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม จากเกณฑ์เสียงข้างมากชั้นเดียวในการตัดสินประชามติ ที่สภาผู้แทนราษฎร (สส.) เป็นฝ่ายยกร่าง ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการตัดสินการมีรัฐธรรมนูญใหม่
มาเป็นใช้เกณฑ์การใช้เสียงข้างมากแบบ 2 ชั้น ซึ่งจะทำให้การทำประชามติ “ผ่านยากขึ้น” แต่เมื่อฝ่าย สส.เสียงข้างมาก ไม่เห็นด้วยกับการที่ สว.ปรับแก้ร่างกฎหมาย
ทั้ง 2 ฝ่าย จึงต้องตั้งคณะกรรมาธิการร่วมขึ้นมาพิจารณาว่าจะใช้เกณฑ์ชี้ขาดประชามติแบบชั้นเดียว หรือ 2 ชั้น และสุดท้าย สว.ที่สวมเสื้อคลุมสีน้ำเงิน แท็กทีมเป็นปึกแผ่น โหวตชนะฝ่าย สส. 13 ต่อ 9 เสียง ยึดเสียงข้างมาก 2 ชั้น
ฝ่าย สส.จึงใช้เกมตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 138 “แขวน” ร่าง พ.ร.บ.ประชามติไว้ 180 วัน ถ้าสภาใดสภาหนึ่งไม่เห็นชอบด้วย ให้ “ยับยั้ง” ร่างพระราชบัญญัตินั้นไว้ก่อน 180 วัน แล้วสภาผู้แทนราษฎรจึงจะหยิบขึ้นมาพิจารณาใหม่ได้ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 138
โดยเมื่อครบ 180 วัน สภาผู้แทนราษฎรสามารถลงมติยืนยันร่าง พ.ร.บ.ประชามติ ฉบับที่ผ่านการพิจารณาจากสภาผู้แทนราษฎร ที่ใช้เกณฑ์เสียงข้างมากชั้นเดียวได้ทันที
สถานการณ์นาทีนี้ จึงมาอยู่ที่การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่จะมีขึ้นในวันที่ 18 ธันวาคม 2567
เพื่อใช้เสียงข้างมากโหวตไม่เห็นด้วยกับเสียงข้างมาก 2 ชั้น ของ สว. และใช้เสียงข้างมากยืนตามร่างกฎหมายประชามติ ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม ให้มีเกณฑ์ตัดสินประชามติแบบเสียงข้างมากเพียงชั้นเดียว ของ สส.
รัฐธรรมนูญใหม่ ปี’70
แหล่งข่าวจากพรรคเพื่อไทยบอกขั้นตอนว่า ระยะเวลา 180 วัน ที่แขวนร่าง พ.ร.บ.ประชามติ จะนับ 1 ต่อเมื่อสภาโหวตไม่เห็นชอบกับร่าง พ.ร.บ.ประชามติ เสียงข้างมาก 2 ชั้น จากนั้นจะนับไป 180 วัน แล้วจึงนำเข้าสู่กระบวนการทูลเกล้าฯ
กว่าจะมีการทำประชามติครั้งแรก เพื่อถามความเห็นประชาชนว่าจะให้แก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับหรือไม่ อาจเป็นช่วงปลายเดือนธันวาคม 2567 หรือมกราคม 2568
ดังนั้น การทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ให้ทันกับการเลือกตั้งปี 2570 จึงเป็นไปไม่ได้แล้วในตอนนี้
เพราะขณะนี้ อายุของรัฐบาลเหลือเพียง 2 ปี กับ 6 เดือน ซึ่งประเมินว่ากระบวนการร่างรัฐธรรมนูญทั้งหมด นับจากนี้ จะใช้เวลา 2 ปี 11 เดือน จึงเกินอายุของรัฐบาล
ทั้งนี้ ส่วนที่ใช้เวลานานที่สุดคือกระบวนการยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ของ ส.ส.ร. ซึ่งใช้เวลาอย่างน้อย 6 เดือน หรือ 180 วัน
“พรรคเพื่อไทยเราเดินตามแนวที่หาเสียงไว้ว่าทำอย่างไรให้มี ส.ส.ร.มาจากการเลือกตั้งของประชาชน แต่จะได้แค่ไหนทำสุดมือ แต่เงื่อนไขอยู่กับพรรคร่วมรัฐบาลด้วย รวมถึงพรรคฝ่ายค้านด้วย” แหล่งข่าวกล่าว
สอดคล้องกับ “นิกร จำนง” ผู้อำนวยการพรรคชาติไทยพัฒนา ในฐานะกรรมาธิการร่วมกันเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติหากทำทั้งฉบับจะไม่ทันในสภา ชุดนี้แน่ เพราะนอกจากจะต้องรอ 180 วันแล้ว
ยังต้องรอคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกอนุบัญญัติที่เกี่ยวข้องอีก 1 เดือนจึงจะนำขึ้นทูลเกล้าฯ ได้
ขณะที่สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี จะต้องเชิญ กกต. และสำนักงบประมาณมาชี้แจงว่าจะต้องใช้งบประมาณในการทำประชามติ เพื่อส่งให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ลงมติ จึงจะเข้าสู่ขั้นตอนการทำประชามติ รวมแล้วใช้เวลาเกือบปี
“ดังนั้น คาดว่าจะทำประชามติแก้รัฐธรรมนูญได้ ช่วงปลายเดือนธันวาคม 2568 ถึงต้นมกราคม 2569 จึงค่อยดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามมาตรา 256 ดูแล้วไม่น่าจะมีรัฐธรรมนูญใหม่ทันในรัฐบาลชุดนี้”
ถอดรหัส 2 ปี 11 เดือน
ทั้งนี้ ไทม์ไลน์ 2 ปี 11 เดือน ในการมีรัฐธรรมนูญใหม่ สามารถระบุไทม์ไลน์คร่าว ๆ ดังนี้
18 ธ.ค. 67 สภาผู้แทนราษฎรจะประชุมพิจารณา โดยไม่เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ประชามติ เสียงข้างมาก 2 ชั้น ที่ สว.แก้ไข เพื่อแขวนไว้ 180 วัน จากนั้น 15 มิถุนายน 2568 เป็นวันที่ครบ 180 วัน สส.สามารถยืนตามร่างเดิมเสียงข้างมาก 1 ชั้น ก่อนนำขึ้นทูลเกล้าฯ บังคับใช้เป็นกฎหมาย
ระหว่างนั้น กกต.ต้องออกระเบียบต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับกฎหมายประชามติ โดยใช้เวลาอีก 1 เดือน ก่อนที่ในเดือนสิงหาคม 2568 กกต.และรัฐบาลต้องหารือถึงวัน ว. เวลา น.ในการทำประชามติ ครั้งที่ 1 เพื่อถามความเห็นประชาชนว่าจะให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ โดยไม่แก้หมวด 1 หมวด 2 หรือไม่
ซึ่งก่อนการทำประชามติจะต้องเผื่อเวลารณรงค์ให้ประชาชนเข้าใจ ในระยะเวลาไม่น้อยกว่า 90 วัน แต่ไม่เกิน 120 วัน ดังนั้น การทำประชามติครั้งที่ 1 จึงอยู่ในช่วงเดือนธันวาคม 2568-มกราคม 2569
หากประชาชนออกเสียงประชามติเห็นชอบให้มีรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ รัฐสภาก็จะพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 เพิ่มหมวด 15/1 ให้มี ส.ส.ร.ขึ้นมาทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จากนั้นก็จะส่งไปทำประชามติครั้งที่ 2 ประมาณช่วงเมษายน-กรกฎาคม 2569 เพื่อให้ประชาชนเห็นชอบร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 256 ที่กำหนดกับหน้าตาของ ส.ส.ร. ซึ่งใช้เวลาไม่น้อยกว่า 90 วัน แต่ไม่เกิน 120 วัน เช่นเดียวกัน
แล้วจึงมีการเลือกตั้ง ส.ส.ร. ซึ่งตามร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทย กำหนดการเลือกตั้ง ส.ส.ร.ไว้ประมาณ 2 เดือน เมื่อมี ส.ส.ร.แล้ว จึงเข้าสู่การร่างรัฐธรรมนูญใหม่ มีการประเมินว่าใช้เวลา 180 วัน เมื่อยกร่างเสร็จแล้วจึงส่งให้รัฐสภาเห็นชอบ เพื่อนำไปทำประชามติครั้งที่ 3 ถามประชาชนว่าเห็นชอบกับรัฐธรรมนูญใหม่หรือไม่ ซึ่งอยู่ราว ๆ เดือนพฤษภาคม-กันยายน 2570
รัฐธรรมนูญยังมีทางตัน
อย่างไรก็ตาม เส้นทางการแก้รัฐธรรมนูญยังสุ่มเสี่ยงต่อคำว่า “ทางตัน” เพราะแม้ฝ่าย สส.สามารถยืนยันร่างกฎหมายประชามติ แบบเสียงข้างมากชั้นเดียวได้ แต่การจะมี ส.ส.ร.ขึ้นมายกร่างใหม่ทั้งฉบับ จะต้องใช้เสียงของ สว. 1 ใน 3 หรือ 67 เสียง
ถ้า สว.ไม่เห็นชอบกับการมี ส.ส.ร. ขึ้นมายกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ โดยยกมือไม่ถึง 67 คน ทุกอย่างเป็นอันจบ
ดังนั้น ก่อนจะมีรัฐธรรมนูญใหม่ใน 2570 ต้องลุ้นว่า สว.อันเป็นตัวแปรสำคัญจะยอมยกมือให้กับการมีรัฐธรรมนูญใหม่หรือไม่
มิเช่นนั้นทุกอย่างก็ถึงทางตัน
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ไทม์ไลน์ใหม่ รัฐธรรมนูญเพื่อไทย อีก 2 ปี 11 เดือน ลุ้นหลังเลือกตั้งปี’70
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net