แก๊งค้ารถเถื่อนขนจยย.ใส่ตู้ทึบติดสติกเกอร์บ.ส่งขน -อำพรางส่งออกปท.เพื่อนบ้าน
เมื่อวันที่ 23 มีนาคม พล.ต.ต. ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.ภ.2 พ.ต.อ.บัญชา คล้ายน้อย ผกก.สืบสวน 2 บก.สส.ภ.2 พ.ต.อ.อิทธิกร จิรัตนานนท์ ผกก.ปพ. บก.สส.ภ.2 พ.ต.ท.อุเทน สุมาลย์ สว.ฯ พ.ต.ต.ภาณุวิทย์ เพชรแทน สว.ฯ พ.ต.ต.เกรียงไกร พุทธวงค์ สว.กก.สืบสวน 2 บก.สส.ภ.2 ร.ต.อ.อุดมศักดิ์ พรมแด รอง สว.กก.สืบสวน 2 บก.สส.ภ.2 นำกำลังจับกุม นายอิศรา หรือแบ็ค ปนะถา อายุ 32 ปี ชาว จว.ตราด และนายอัมพร หรือแดน ภูมั่งศรี อายุ 42ปี ชาวจว.กาฬสินธุ์ พร้อมของกลางรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคลอีซูซุ ติดตู้คอกทึบ ติดสติกเกอร์ บริษัท กิจไพศาล ทรานสปอร์ต จำกัด ทะเบียน บพ 6696 ระยอง 1 คัน รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล โตโยต้า ติดตู้คอกทึบ ติดสติกเกอร์ บริษัท กิจไพศาล ทรานสปอร์ต จำกัด ทะเบียน ฒฮ 5063 กทม. 1 คัน รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล เชฟโรเลต ติดตู้คอกทึบ ติดสติกเกอร์ บริษัท กิจไพศาล ทรานสปอร์ต จำกัด ทะเบียน ผธ 1134 ระยอง 1 คัน พร้อมรถจักรยานยนต์ฮอนด้ารุ่นต่างๆ 18 คัน โดยกล่าวหาว่า”ร่วมกับพวกที่หลบหนี และยังจับกุมไม่ได้ ส่งออกรถจักรยานยนต์ไปนอกราชอาณาจักรซึ่งของที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากรหรือลักลอบหนีศุลกากร” ได้ที่ถนนหน้าร้านสะดวกซื้อด่านพรมแดนคลองใหญ่ ต.หาดเล็ก อ.คลองใหญ่ จ.ตราด และบ้านเลขที่ 20 ม.2 ต.ห้วยแร้ง อ.เมือง จ.ตราด เมื่อวันที่ 22 มี.ค.
พล.ต.ต.ธีรเดช กล่าวว่าก่อนเกิดเหตุตำรวจสืบสวนภาค 2 รับแจ้งจากลาดตระเวนออนไลน์ สืบ ภ.2 ว่ามีขบวนการลักลอบนำรถจักรยานยนต์(จยย.)น่าจะเป็นรถจยย.โจรกรรมหรือหนีไฟแนนซ์ ออกจากประเทศไทยส่งออกราชอาณาจักรไปประเทศกัมพูชาตามพื้นที่แนวชายแดน จ.ตราด โดยไม่ผ่านพิธีศุลกากร โดยจะมีโกดังไว้จอดเก็บรถจยย.ที่จะรอออกนอกประเทศอยู่ในเขตพื้นที่ จ.ตราด ซึ่งขั้นตอนการนำรถจยย.ส่งออกนอกประเทศ กลุ่มขบวนการดังกล่าวจะใช้เอกสารใบส่งสินค้าของสินค้าประเภทอื่นแทนและจะใช้ บริษัท กิจไพศาล ทรานสปอร์ต จำกัด รับจ้างขนส่งและขนถ่ายสินค้าทั้งภายในและภายนอกประเทศ อำพรางขนรถจยย.ส่งออกไปยังประเทศกัมพูชา ซึ่งขบวนการดังกล่าวจะมีโกดังไว้จอดเก็บรถจักรยานยนต์ที่รอส่งออกไปยังประเทศกัมพูชาอยู่ที่ บริษัท ดังกล่าว ในพื้นที่ต.บ้านฉาง อ.บ้านฉาง จ.ระยอง
ผบก.สส.ภ.2 กล่าวอีกว่าต่อมารับแจ้งว่ากลุ่มขบวนการลักลอบนำรถจยย.ส่งออกราชอาณาจักร จะใช้รถยนต์กระบะติดตู้คอกทึบมีสติกเกอร์บริษัทดังกล่าว บรรทุกรถจยย.ซุกซ่อนอยู่ภายในตู้คอกทึบเพื่อเตรียมส่งออกไปยังประเทศกัมพูชา ทางด่านพรมแดนคลองใหญ่ จึงรายงาน พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.ภ.2 พล.ต.ต.อิทธิพร รอง ผบช.ภ.2 ทราบจึงสั่งการจัดแบ่งกำลังไปดักซุ่มดูเหตุกาณ์ตามเส้นทางพบรถยนต์ขับตามกันไปผ่านแยกไฟแดง ต.ไม้รูด มุ่งหน้า อ.คลองใหญ่ จึงแจ้งประสานกำลังที่ดักซุ่มอยู่พบรถยนต์ทั้งสองคันขับมาจอดอยู่หน้าร้านสะดวกซื้อ จากนั้นมีนายอิศราและนายอัมพร เป็นคนขับรถยนต์ของแต่ละคันลงมาจากรถพร้อมถือเอกสารเดินไปยังด่านศุลกากรที่จะส่งของออกไปนอกประเทศและเดินกลับมาที่รถ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเข้าไปแสดงตัวขอตรวจสอบเอกสารเกี่ยวกับการขนย้ายสินค้าจาก นายอิศรา และนายอัมพร จากการตรวจสอบไม่พบใบขนสินค้าขาออกที่ระบุไว้ในใบกำกับ
พล.ต.ต.ธีรเดช กล่าวว่าสอบถามผู้ต้องหาทั้งสองให้การว่าเป็นคนขับรถของบริษัทดังกล่าว ขณะสอบถาม นายอิศรา และนายอัมพร มีลักษณะท่าทางมีพิรุธจึงขอตรวจค้นตัวและรถยนต์ทั้ง 2 คันพบรถจักรยานยนต์ของกลาง 6 คัน พร้อมให้การรับสารภาพว่า รถจยย.ที่ตรวจพบทั้งหมดเป็นรถที่กำลังจะส่งออกไปยังประเทศกัมพูชาโดยไม่ผ่านพิธีศุลกากรจริง ตำรวจจึงจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองพร้อมด้วยของกลางดำเนินคดี จากนั้นผู้ต้องหาพาไปตรวจยึดรถยนต์เชฟโรเลต ของบริษัท กิจไพศาล ทรานสปอร์ต จำกัด อีก 1 คัน ซึ่งเป็นรถที่ใช้บรรทุกรถจยย.ที่จะส่งออกไปยังประเทศกัมพูชา ได้ที่โกดัง ต.ห้วยแร้ง อ.เมือง จ.ตราด นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.คลองใหญ่ ดำเนินคดี ตามกฎหมายต่อไป
พล.ต.ต.ธีรเดช กล่าวอีกว่าต่อมาขยายผลนำหมายค้นเข้าทำการตรวจค้นที่ บริษัท กิจไพศาล ทรานสปอร์ต จำกัด ต.บ้านฉาง อ.บ้านฉาง จ.ระยอง ไม่พบเจ้าของหรือผู้ดูแลสถานที่ดังกล่าว จึงเชิญเจ้าพนักงานฝ่ายปกครองมาร่วมเป็นพยานในการตรวจค้น ผลการตรวจค้น พบรถจักรยานยนต์ฮอนด้า รุ่นต่างๆ 5 คัน เชื่อว่าเป็นรถที่จอดรอเตรียมที่จะส่งออกไปประเทศกัมพูชาเช่นเดียวกัน และนอกจากนี้ยังตรวจพบรถยนต์เก๋งโตโยต้า 1 คัน และเอกสารที่เกี่ยวข้องอีกหลายรายการ จึงตรวจยึดนำส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินการตามกฏหมาย อยู่ระหว่างการขยายผลการจับกุมผู้ต้องหา และตรวจสอบรถจักรยานยนต์ของกลางต่อไป