สรุปดราม่า #ปังชา จดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ร้านเล็ก ๆ ผวา! ทนายส่งโนติสเรียก 102 ล้าน
The Bangkok Insight
อัพเดต 30 ส.ค. 2566 เวลา 06.38 น. • เผยแพร่ 30 ส.ค. 2566 เวลา 06.32 น. • The Bangkok Insightสรุปดราม่า ปังชา ร้านเล็ก ๆ ผวา! ทนายส่งโนติสเรียก 102 ล้าน ร้านดังแจงแล้ว จดสิทธิบัตรแค่ถ้วยภาชนะ ส่วนน้ำแข็งไสราดชาไทย ร้านอื่นยังขายได้
จากกรณี ร้านอาหารลูกไก่ทอง และร้านปังชา ออกประกาศว่า ได้จดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาเครื่องหมายการค้า สู่การพัฒนาเศรษฐกิจไทยร่วมกันอย่างยั่งยืน แบรนด์ปังชา จดทะเบียนเครื่องหมายการค้า (Trademark) ‘ปังชา’ ภาษาไทย และ ‘Pang Cha’ ภาษาอังกฤษ ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 จดทะเบียนลิขสิทธิ์ จดทะเบียนสิทธิบัตรเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สงวนสิทธิ์ห้ามลอกเลียนแบบ ทำซ้ำ ดัดแปลง แก้ไข สงวนสิทธิ์ห้ามนำชื่อแบรนด์ ปังชา Pang Cha ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ไปใช้เป็นชื่อร้านหรือใช้เป็นชื่อสินค้าเพื่อจำหน่าย
ซึ่งหลังจากที่โพสต์ดังกล่าวถูกแชร์ออกไป ก็มีชาวเน็ตต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก จนขึ้นเทรนด์ทวิต X โดยส่วนใหญ่เกิดความสงสัยว่า หากร้านอื่นที่ขายเมนูคล้ายกันจะไม่สามารถใช้ชื่อ ปังชา หรือทำเมนู ปังชา ขายเองได้เลยหรือไม่ ทั้งที่เมนูนี้ก็มีมานานแล้ว
ต่อมาเพจเฟซบุ๊ก หมายจับกับบรรจง ได้โพสต์เรื่องราวของ นายนิว เจ้าของร้านขายขนมปังปิ้ง-ชา อยู่ที่เชียงราย โดยใช้ชื่อร้านว่า ‘ปังชา’ แล้วได้รับโนติส เรียกค่าเสียหาย 102 ล้านบาท โดยระบุว่า
“โดนทนายส่งโนติส เรียก 102 ล้านบาท! มีน้องคนหนึ่งชื่อ ‘นิว’ เปิดร้านขายขนมปังปิ้ง-ชา เครื่องดื่มอยู่ที่เชียงราย ปัจจุบันมี 2 ร้าน ร้านแรกอยู่ในฟู้ดคอร์ท ในห้างเซ็นทรัลเชียงราย ก็ร้านเล็ก ๆ ร้านสองอยู่ในตัวเมืองเชียงราย ร้านริมถนน มีประมาณ 30 โต๊ะ เปิดมาตั้งแต่ปี 64 ใช้ชื่อร้านที่มีคำว่า ‘ปังชา’
ล่าสุดมีบริษัทในกรุงเทพฯ ที่เพิ่งไปจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า เมื่อประมาณ 2-3 เดือนก่อน ให้ทนายความส่งโนติสมา เรียกค่าเสียหาย 102 ล้านบาท ถ้าไม่จ่ายมีบวกค่าปรับอีกวันละ 1 หมื่นบาท ต่อ 1 ร้าน น้องบอกว่าโลโก้ร้านผมก็ไม่เหมือนกับของบริษัทดังกล่าว และไม่มีเจตนาที่จะไปลอกเลียนแบบใด ๆ
นอกจากร้านของ ‘นิว’ แล้ว เห็นว่ามีร้านคนอื่นๆ อีก ที่โดนโนติสส่งไปเรียกค่าเสียหาย เพราะมีชื่อร้านคำว่า ‘ปังชา’ ตอนนี้เครียดเลย บอกว่าไปปรึกษาเจ้าหน้าที่กรมทรัพย์สินฯ ก็ให้ข้อมูลไม่ตรงกัน เลยอยากให้คนที่รู้กฎหมายแม่น ๆ แนะนำหน่อย ถ้าต้องจ่ายเป็นร้อยล้านขนาดนี้ ผมจะเอาเงินที่ไหนไปจ่ายให้เขา? น้องนิวทิ้งท้าย”
ล่าสุดวันนี้ (30 ส.ค.) รายการ เที่ยงวันทันเหตุการณ์ รายงานว่า ทีมข่าวได้เดินทางไปที่ร้านปังชา พบกับนายนิว เพื่อสอบถามถึงเรื่องดังกล่าว โดยนายนิว เปิดเผยว่า เมื่อเดือนกรกฎาคม ที่ผ่านมา ได้รับโนติสจากสำนักงานทนายความ ว่าละเมิดเครื่องหมายทางการค้าของบริษัทแห่งหนึ่ง เรียกค่าเสียหาย 102 ล้านบาท และหากไม่เปลี่ยนชื่อร้านภายใน 7 วัน จะถูกปรับอีกวันละ 1 หมื่นบาท ด้วยความตกใจ ตนจึงได้ไปเปลี่ยนชื่อร้านเพียงร้านเดียว อีกหนึ่งร้านยังไม่ได้เปลี่ยน เนื่องจากยังไม่ข้องใจในเรื่องข้อกฎหมายว่าคำว่า ‘ปังชา’ ละเมิดเครื่องหมายการค้าหรือไม่
นายนิว ยังกล่าวอีกว่า ตนเปิดร้านมาตั้งแต่ปี 2564 ใช้ชื่อปังชา มาตลอด ยอมรับว่าในเมนูก็มีชื่อปังชา แต่ร้านไม่เคยจำหน่ายปังชา มีเพียงเมนูปังเย็น เหมือนร้านทั่ว ๆ ไป ตอนนี้จึงอยากได้ข้อมูลที่แน่ชัดว่า คำว่า ‘ปังชา’ คุ้มครองตามข้อกฎหมายหรือไม่
เรื่องนี้ ทางกรมทรัพย์สินทางปัญญา ได้โพสต์ให้ความรู้กรณี ‘ปังชาร้านดัง’ ระบุถึงความแตกต่างระหว่าง ลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร และเครื่องหมายการค้า ซึ่งในส่วนของร้านที่เป็นประเด็นอยู่ในตอนนี้ ได้จดสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ไว้ ดังนั้นเมนูน้ำแข็งใสราดชาไทย ใครก็ขายได้ แต่อย่านำลวดลายหรือแบบภาชนะ ที่มีการจดสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ไว้ไปใช้ และไม่ควรใช้รูปแบบฟอนต์ที่ชวนให้นึกถึงแบรนด์นั้น ๆ แต่ถ้าคิดค้นสูตรขนมขึ้นใหม่ ซึ่งยังไม่เคยปรากฎในที่ใดมาก่อน สามารถนำมาขอจดอนุสิทธิบัตรได้
ต่อมาเพจเฟซบุ๊กร้านดัง ได้ออกมาโพสต์ชี้แจงล่าสุด ระบุว่า ขออภัยที่มีการสื่อสารและทำให้เกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน ทางร้านน้อมรับทุกคำติชม คำแนะนะ และจะปรับปรุง พัฒนาทั้งในการสื่อสาร การบริการสินค้าต่อไป และขอขอบคุณกรมทรัพย์สินทางปัญญาที่ได้ให้ข้อมูลและหาแนวทางร่วมกันในการชี้แจงเพื่อให้ความรู้ความเข้าใจทางแบรนด์เป็นอยางดีที่สุด
ขอบคุณข้อมูล Lukkaithong - ลูกไก่ทอง Thai Royal Restaurant , หมายจับกับบรรจง , ข่าวช่อง3 , เที่ยงวันทันเหตุการณ์
อ่านข่าวเพิ่มเติม