สคช.ดันอาชีพ 'ควาญช้าง'1ครอบครัว1ซอฟต์เพาเวอร์ สนองนโยบายรัฐบาล ชี้ แม้แต่เอไอ.ก็แทนที่ไม่ได้
สคช.ดัน อาชีพ ‘ควาญช้าง’ 1 ครอบครัว 1 ซอฟต์เพาเวอร์ ชี้ แม้แต่เอไอก็แทนที่ไม่ได้
วันที่ 5 กันยายน สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) (สคช.) ระดมพล จัดงาน “พลิกโฉมองค์กรรับรอง สู่เส้นทางใหม่ในการให้คุณวุฒิวิชาชีพ” ชี้แจงแนวทางปฏิบัติให้แก่องค์กรรับรองเพื่อการรับรองกำลังคนด้วยคุณวุฒิวิชาชีพ หลังมีการปรับหลักเกณฑ์ข้อบังคับใหม่เปิดช่องในการรับรองคุณวุฒิวิชาชีพใหม่ถึง 6 ช่องทาง โดยมีนายนคร ศิลปอาชา ประธานกรรมการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ เป็นประธานเปิดงาน มีผู้แทนองค์กรที่มีหน้าที่รับรองสมรรถนะของบุคคลตามมาตรฐานอาชีพ หรือ CB, ผู้เชี่ยวชาญตรวจประเมินองค์กร (Assessor) ผู้แทนองค์กรหรือหน่วยงานที่สนใจเป็นองค์กรที่มีหน้าที่รับรอง รวมถึงตัวแทนจากองค์กรหรือหน่วยงานที่สนใจเป็นองค์กรที่ทำหน้าที่ให้บริการฝึกอบรม เข้าร่วมในงาน
นคร ศิลปอาชา
นายนคร กล่าวว่า ปัจจุบัน สคช. มีองค์กรที่มีหน้าที่รับรองสมรรถนะของบุคคลตามมาตรฐานอาชีพ รวม 318 แห่ง ในทุกภูมิภาค มีผู้ตรวจประเมินองค์กร หรือ Assessor จำนวน 1,547 คน สามารถผลักดันให้กำลังแรงงานของประเทศได้รับคุณวุฒิวิชาชีพแล้วถึง 177,012 คน การประชุมในวันนี้จึงถือเป็นจุดเริ่มต้นให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้ปรับตัวพร้อมรับตามแนวทางการดำเนินงานที่เปิดช่องทางให้กำลังคนมีโอกาสได้การรับรองคุณวุฒิวิชาชีพได้กว้างขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถพัฒนาองค์กรไปเป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่ฝึกอบรมในหลักสูตรที่สอดคล้องตามมาตรฐานอาชีพ โดยมีสถาบันให้การรับรองหลักสูตรนั้นๆ จนท้ายที่สุดกำลังแรงงานที่อยู่ในทุกภาคส่วนได้รับประโยชน์จากระบบคุณวุฒิวิชาชีพอย่างสูงสุด
น.ส.จุลลดา มีจุล รักษาการ ผอ.สคช. กล่าวว่า ในปี 2566 สถาบันได้มีกลไกขับเคลื่อนเพื่อเปิดโอกาสให้กำลังแรงงาน ได้เข้าถึงการพัฒนาความรู้ ทักษะ ความสามารถในการประกอบอาชีพ ด้วยการวัดระดับจากมาตรฐานอาชีพ ที่ถูกกำหนดโดยผู้เชี่ยวชาญเจ้าของอาชีพ ครอบคลุมทั้งธุรกิจบริการ การท่องเที่ยว อุตสาหกรรมการผลิต และการเกษตรสมัยใหม่ ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมหลักที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้ประเทศไทย แล้วรวม 52 สาขาวิชาชีพ มากกว่า 1,000 อาชีพ
โดยในปี 2566 มีการจัดทำมาตรฐานอาชีพใหม่จำนวน 28 อาชีพ อาทิ สาขาวิชาชีพพลังงานและพลังงานทดแทน สาขาวิชาชีพอุตสาหกรรมดิจิทัล อาชีพเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลภาครัฐ และอาชีพผู้ประนอม (Mediator) เป็นต้น และมีการทบทวนมาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพ จำนวน 410 อาชีพ เพื่อให้สอดรับกับความต้องการและความเปลี่ยนแปลงของโลก
“สคช. หนุนนโยบายรัฐบาล 1 ครอบครัว 1 Soft Power เตรียมพร้อมมาตรฐานอาชีพดัน Soft Power ไทย ให้ครองใจคนทั้งโลก ในปี 2566 สคช.มีการให้คุณวุฒิวิชาชีพแก่กำลังคนไปแล้วกว่า 43,950 คน ล่าสุดมีการประเมินอีกหนึ่งอาชีพสำคัญที่แม้แต่ AI ก็แทนที่ไม่ได้ ก็คืออาชีพควาญช้าง ที่เป็นการรับรองความสามารถ ความเชี่ยวชาญในอาชีพควาญช้างเป็นครั้งแรกของโลก ถือเป็นหนึ่งใน Soft Power ของไทย ในการถ่ายทอดประเพณี วัฒธรรม การเลี้ยงช้างที่นักท่องเที่ยวให้ความสำคัญ ไม่เพียงแต่การรับรองควาญช้าง ในปีทีผ่านมา สคช. ได้ขานรับนโยบายรัฐบาลในการผลักดัน Soft Power อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของไทย ให้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลกไม่ว่าจะเป็น อาหาร การออกแบบ เทศกาล ประเพณี ศิลปะป้องกันตัว รวมถึงภาพยนตร์ โดย สคช. มีการจัดทำมาตรฐานอาชีพผู้ตัดสินมวยไทย และแผนการจัดทำมาตรฐานอาชีพนักเขียนบท จากแนวทางในการพัฒนานักเขียนบท เพื่อเพิ่มมูลค่าอุตสาหกรรมครีเอทีฟคอนเทนต์ ที่ได้เชิญ Park Jae Bum นักเขียนบทชื่อดังจากสาธารณรัฐเกาหลี มาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์และแนวทางการผลักดันให้อุตสาหกรรมบันเทิงเป็น Soft Power ของประเทศอีกด้วย” น.ส.จุลลดา กล่าว
รักษาการผอ.สคช. กล่าวว่า สคช. จับมือกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน และสถานประกอบการ ยอมรับระบบคุณวุฒิวิชาชีพ สร้างเป็น Best Practice นอกจากนี้ มีความร่วมมือกับกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ด้วยการเชื่อมโยงและให้การยอมรับมาตรฐานอาชีพกับมาตรฐานฝีมือแรงงาน แล้วอย่างน้อย 20 อาชีพ 3 สมรรถนะ รวมถึงขยายการยอมรับในกระบวนการของระบบคุณวุฒิวิชาชีพไปยังสถานประกอบการ สร้างเป็น Best Practice ในการใช้ระบบคุณวุฒิวิชาชีพพัฒนา เสริมศักยภาพกำลังคนในสถานประกอบการ และการจัดทำมาตรฐานอาชีพสำหรับสถานประกอบการเอง
โดยมีสถานประกอบการอย่างน้อย 19 แห่ง ที่สถาบันฯ พิจารณาเนื้อหาหลักสูตรการฝึกอบรมของสถานประกอบการ เพื่อนำไปสู่การให้ประกาศนียบัตรคุณวุฒิวิชาชีพ แล้ว ตามข้อบังคับคณะกรรมการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการให้ประกาศนียบัตรคุณวุฒิวิชาชีพและหนังสือรับรองสมรรถนะสำหรับ สถานประกอบการ อาทิ บริษัท ออโต้อัลลายแอนซ์ (ประเทศไทย), บริษัท คาร์ซัม อะคาเดมี่ (ประเทศไทย), บริษัท ลีโอ โกลบอล โลจิสติกส์, โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล, บริษัท ฟู้ด แฟคเตอร์, บริษัท ฟู้ดแพชชัน เป็นต้น