โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เปิดตัวเชฟหุ่นยนต์ Chef Robot ครั้งแรกของไทย สุดล้ำ รู้รส-รับกลิ่นได้

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 16 ก.พ. 2567 เวลา 04.41 น. • เผยแพร่ 16 ก.พ. 2567 เวลา 04.30 น.

เปิดตัว “Chef Robot” เชฟหุ่นยนต์ ครั้งแรกของไทย ยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมอาหารไทย จุดเด่น Sensors QC รสชาติและกลิ่นอาหาร

วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2567 สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) (สวก.) ผนึกกำลังมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) ยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมอาหารไทยให้พร้อมก้าวสู่อุตสาหกรรม 5.0 สร้าง “หุ่นยนต์พ่อครัว” หุ่นยนต์ ปรุงอาหารอัตโนมัติปัญญาประดิษฐ์ ที่ผสานกับเทคโนโลยี AI ลดปัญหาด้านแรงงานคนที่มีความผันแปรสูง มาพร้อมการควบคุมมาตรฐานและคุณภาพด้วยระบบ Sensors QC รสชาติและกลิ่นอาหาร สามารถปรุงอาหารได้รวดเร็ว ตรงเวลา มาตรฐานรสชาติแม่นยำ พร้อมต่อยอดหนุนใช้วงการแพทย์ด้วยการช่วยควบคุมด้านโภชนาการอาหารสำหรับผู้ป่วยเพิ่มโอกาสรอดมากขึ้น

ดร.วิชาญ อิงศรีสว่าง ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร กล่าวว่า สวก. ให้ความสำคัญกับการยกระดับสินค้าเกษตรและเป็นผู้ให้บริการทางการเกษตรครบวงจร (Agricultural Service Provider) ตามนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงได้สนับสนุนทุนวิจัยให้กับ รศ.ดร.เชาวลิต มิตรสันติสุข และคณะวิจัย จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ดำเนิน “โครงการระบบหุ่นยนต์อัตโนมัติสำหรับปรุงอาหารและตรวจวัดกลิ่นรสอาหารด้วยเครือข่ายตัวรับรู้อัจฉริยะและปัญญาประดิษฐ์เพื่อยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมอาหารไทย”

ด้วยการสร้าง “หุ่นยนต์ต้นแบบพ่อครัว” ที่สามารถปรุงอาหารด้วยเครือข่ายตัวรับรู้อัจฉริยะต่อยอดเข้ากับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ โดยการผสานเทคโนโลยีการจดจำรูปแบบ (Pattern recognition) ที่สามารถควบคุมการผลิตการทำซ้ำต่อเนื่องคุณภาพคงที่ และจดจำเทคโนโลยีวัสดุตรวจจับ (Sensors) และจมูกอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic noses) ประสิทธิภาพสูง

ซึ่งตอบสนองต่อกลิ่นรสอาหาร รสเปรี้ยว รสหวาน รสเค็ม รสอูมามิ และความเผ็ด ตามสูตรมาตรฐานและสามารถปรับแต่งรสชาติอาหารตามต้องการและการเรียนรู้ด้วยตนเองจากข้อมูล (Machine learning) มาประยุกต์ใช้เข้าด้วยกัน และคัดเลือกเมนูอาหารไทยที่ครองใจคนทั่วโลกอย่าง “ต้มยำกุ้ง” มาเป็นเมนูนำร่องในการดำเนินโครงการ

โดยตั้งเป้าต่อยอดใช้ประโยชน์กับกลุ่มเป้าหมาย 2 กลุ่มหลัก ได้แก่

1.กลุ่มผู้ประกอบการอุตสาหกรรมอาหาร/เกษตรกร : สามารถช่วยลดต้นทุนด้านการผลิต ทั้งในเรื่องของแรงงานคน โดยเฉพาะพ่อครัวที่ต้องใช้ทักษะและความคิดสร้างสรรค์ในการปรุงอาหารให้ได้สูตรออกมาอร่อยถูกใจผู้บริโภค และลูกมือที่มีความรับผิดชอบต่องาน ซึ่งแน่นอนว่ายิ่งความต้องการบริโภคอาหารมากเท่าไรผู้ประกอบการ ยิ่งต้องสรรหาบุคลากรเข้ามาทำงานเพื่อเพิ่มกำลังการผลิตให้ทันต่อความต้องการ รวมไปถึงการควบคุมคุณภาพอาหารให้คงที่ทั้งปริมาณและรสชาติ เนื่องจากมนุษย์มีความเหนื่อยล้า หากต้องทำงานต่อเนื่อง

2.กลุ่มโรงพยาบาล นักโภชนาการ/ผู้รักสุขภาพที่ต้องควบคุมโภชนาการด้านอาหาร : สามารถงานช่วยคุมปริมาณแคลอรีให้สอดคล้องกับสุขภาพผู้ป่วย การปรับวิธีการกินเป็นปัจจัยสำคัญต่อสุขภาพ และได้รับผลการรักษาอย่างสูงสุด การจัดอาหารให้เหมาะสมกับโรคตามหลักโภชนบำบัด มีจุดมุ่งหมายที่สำคัญ คือ ช่วยรักษาหรือบรรเทาอาการของโรค เพิ่มโอกาสรอดชีวิต ลดเวลานอนโรงพยาบาล รวมทั้งป้องกันการเกิดภาวะทุพพลภาพ (Malnutrition) ที่อาจเกิดขึ้นได้ในระหว่างที่ได้รับการรักษาโรค

ด้าน รศ.ดร.เชาวลิต มิตรสันติสุข หัวหน้าคณะโครงการวิจัย กล่าวเสริมว่า “หุ่นยนต์พ่อครัว” ถูกออกแบบมารองรับการบันทึกสูตรอาหารได้เป็นดิจิทัล และมีกระบวนการเริ่มต้นจากการเก็บข้อมูลของลักษณะงานเพื่อนำมาประมวลผลก่อนที่จะเกิดการเคลื่อนที่ไปสู่การปรุงอาหารได้อย่างอัตโนมัติ

โดยมีระบบ Sensors ตรวจวัดรสชาติกลิ่น อุณหภูมิ และเวลาได้อย่างแม่นยำ สามารถปรุงอาหารให้มีรสชาติคงที่ได้ในปริมาณมาก ที่สำคัญมีระบบทำความสะอาดตัวเองซึ่งช่วยลดการลงแรงงานมนุษย์ได้เป็นอย่างมาก และปัญหาอุปสรรคที่สำคัญของร้านอาหารต้องเผชิญเมื่อขยายธุรกิจ

นั่นคือ การหาและฝึกอบรมพนักงานจำนวนมากซึ่งอาจทำให้การเติบโตร้านอาหารช้าลงได้ และถึงแม้จัดหาบุคคลากรได้เพียงพอ แต่การควบคุมคุณภาพอาหารให้สม่ำเสมอเป็นเรื่องที่ท้าทายเป็นอย่างมาก จากข้อมูลห้องครัวทั่วไปจะมีขนาด 10 ตร.ม.

สำหรับการทำงานของพนักงาน 6-10 คน แต่ด้วยหุ่นยนต์พ่อครัว สามารถลดจำนวนคนให้เหลือ 1-2 คน ซึ่งหมายความว่าร้านอาหารแฟรนไชส์ที่มีสาขา 500 แห่ง อาจลดพนักงานในครัวจาก 5,000 คน เหลือเพียงหลักร้อยเท่านั้น และในส่วนของด้านการผลิตจากการทดลองปรุงเมนูต้มยำกุ้งพร้อมกัน 3 เตา พบว่าหุ่นยนต์พ่อครัวใช้เวลารอบละประมาณ 5 นาที คำนวณเวลาการลงแรงขั้นต่ำของมนุษย์ที่ 8 ชั่วโมง หุ่นยนต์สามารถปรุงต้มยำกุ้งได้ 150 ถ้วย ได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่หยุดพัก โดยรสชาติได้มาตรฐานเดียวกันทุกถ้วย

นอกจากนี้ในการพัฒนาด้านการแพทย์ คณะวิจัยได้นำระบบ Sensors มาใช้ควบคุมการใส่เครื่องปรุงรส เช่น น้ำปลา น้ำมะนาว และซอสต่าง ๆ สามารถจ่ายเครื่องปรุงรสโดยอัตโนมัติที่มีระบบวัดอัตราการไหลที่ละเอียดถึง 0.01 mL ซึ่งเป็นค่าที่แม่นยำสูง และเป็นตัวช่วยที่สำคัญสำหรับโรงพยาบาลที่ต้องการผลิตอาหารปริมาณมากสำหรับผู้ป่วยในแต่ละมื้อ หุ่นยนต์พ่อครัวได้ถูกออกแบบให้เคลื่อนย้ายได้สะดวกและติดตั้งง่ายบนพื้นที่ประมาณ 2 x 3 ตารางเมตร

ในอนาคตคณะวิจัยตั้งเป้าพัฒนาระบบการจัดการผลิตใหม่ที่สามารถเชื่อมต่อกับ Platform Delivery เพื่อก้าวเข้าสู่ Industry 5.0 ที่เน้นความรวดเร็วและความแม่นยำของหุ่นยนต์ร่วมกับความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์ เพื่อสร้าง Mass Customization ที่ปรับเปลี่ยนรสชาติตามความต้องการของผู้บริโภคจากคำสั่งซื้อปริมาณมาก

ปัจุบันการใช้เทคโนโลยีในการผลิตอาหารเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย และตลาดหุ่นยนต์ทำอาหารเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยมีการคาดการณ์ว่าในปี 2028 มูลค่าของตลาดจะพุ่งสูงไปถึง 4.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ด้วยอัตราการเติบโตต่อปีที่ระดับสูงถึง 12.6% ตั้งแต่ปี 2021-2028 อีกทั้งการเพิ่มขึ้น
ของประชากรสูงอายุที่ต้องการมีชีวิตอย่างสมบูรณ์และสุขภาพดีในวัยชรา

ดร.วิชาญ อิงศรีสว่าง ผอ.สวก. กล่าวในตอนท้ายว่า การสร้างนวัตกรรมหุ่นยนต์พ่อครัว นับเป็นโอกาส
ในการสร้างธุรกิจใหม่ ๆ โดยเฉพาะการให้บริการทำอาหารผ่านทางออนไลน์นั้น ซึ่งอาจเป็นโอกาสในการให้บริการข้ามประเทศในอนาคต โดยใช้สูตรจากเชฟหรือผู้ทำอาหารไทยปรุงอาหารที่เป็นเอกลักษณ์ของไทยให้กับกลุ่มลูกค้า ทั้งในและต่างประเทศ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดตัวเชฟหุ่นยนต์ Chef Robot ครั้งแรกของไทย สุดล้ำ รู้รส-รับกลิ่นได้

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...