โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

4 ป้าย 4 เรื่องราว เปลี่ยนสู่ ‘พลังงานสะอาด’ ให้คุณภาพชีวิตดีกว่าที่เคย

TODAY

อัพเดต 28 ก.พ. 2567 เวลา 10.15 น. • เผยแพร่ 28 ก.พ. 2567 เวลา 04.00 น. • workpointTODAY

จะเห็นว่าทุกวันนี้สังคมค่อยๆ เปลี่ยนผ่านการใช้พลังงานแบบดั้งเดิมไปสู่พลังงานสะอาดมากขึ้น เพราะ ‘พลังงานสะอาด’ เป็นพลังงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ต่างกับพลังงานเชื้อเพลิงฟอสซิลที่ใช้แล้วหมดไป ผลิตจากถ่านหิน ก๊าซธรรมชาติ ไม่สามารถนำกลับมาหมุนวนใช้ใหม่ และยังสร้างก๊าซเรือนกระจกมหาศาลจนส่งผลให้โลกร้อนเกิดผลกระทบให้มีภัยพิบัติทางธรรมชาติตามมาอีกมากมาย

แล้ว ‘พลังงานสะอาด’ คืออะไร? ทำไมถึงเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่า มีข้อดีอะไรบ้าง ? TODAY Bizview จะเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง

ก่อนอื่นพลังงานสะอาดนั้นแตกต่างจากพลังงานฟอสซิลมาก เพราะพลังงานสะอาดมาจากแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่สามารถนำมาหมุนเวียนใช้ใหม่ และเมื่อนำมาเป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าเป็นการลดการปล่อยคาร์บอนจากภาคพลังงานได้มากกว่าเชื้อเพลิงฟอสซิล อาทิ พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานขยะ พลังงานชีวมวล

‘เทคโนโลยี’ ที่ก้าวหน้าทำให้พลังงานสะอาดได้รับความสนใจมากขึ้นจนเป็นเรื่องใกล้ตัวเรา การใช้พลังงานแสงอาทิตย์จากโซลาร์รูฟท็อปตามบ้านเรือนมีให้เห็นมากขึ้น เทรนด์การใช้รถไฟฟ้าแทนน้ำมันสูงขึ้นทุกปี การเปลี่ยนมาใช้รถพลังงานไฟฟ้าทำให้เราช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากรถยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลได้มาก

รู้จักกับพลังงานสะอาด ช่วยประหยัดสองต่อ

ยกตัวอย่างให้เห็นภาพง่าย ๆ เลยคือ ประเทศไทยเองถือเป็นหนึ่งในประเทศที่ ‘รวยแดด’ สามารถนำแสงอาทิตย์มาสร้างพลังงานไฟฟ้าเพื่อใช้ในชีวิตประจำวันได้ผ่าน ‘แผงโซลาร์เซลล์’ ทำให้เราประหยัดพลังงาน เซฟค่าใช้จ่าย พร้อมทั้งการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์มีการรับประกันจากผู้ผลิตส่วนใหญ่ว่าสามารถใช้งานได้ถึง 25 ปี โดยประสิทธิภาพไม่ต่ำกว่า 80% เลยทีเดียว

และยิ่งถ้าหากเราเป็นผู้ขับขี่รถยนต์ EV ใช้พลังงานไฟฟ้าที่ผลิตจากแสงแดดก็จะช่วยลดค่าใช้จ่ายสองต่อ ประกอบกับรถยนต์ EV เป็นจุดสำคัญในการแก้ปัญหามลภาวะทางอากาศจากท้องถนน อาทิ PM2.5 คาร์บอนมอนอกไซด์ จากการเผาไหม้ของเครื่องยนต์ได้อีกด้วย

นอกจากนี้ ยังมีแคมเปญ ‘Clean Energy For Life’ จากกองทุนพัฒนาไฟฟ้า สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) ผ่านโครงการ “Now IT’s Your Turn เริ่ม-เปลี่ยน-อนาคต” ที่รณรงค์ด้วย Video Motion ผ่านป้ายโฆษณา 4 ป้าย 4 คอนเซปต์ให้ประชาชนสามารถเข้าใจเรื่องของพลังงานสะอาดได้ง่ายขึ้น เพียงสแกนตามป้าย พร้อมมีสิทธิ์ลุ้นรางวัลจาก กกพ. อีกด้วย

ไอคอนสยาม

ลานหน้า Central World

สามย่านมิตรทาวน์

BTS Skywalk แยกปทุมวัน

สามารถพบเจอได้ตามโลเคชันไฮไลต์กรุงเทพฯ อาทิ แยกปทุมวัน สามย่านมิตรทาวน์ ลานหน้า Central World และไอคอนสยาม

เราจะพาไปดูว่า ‘Clean Energy For Life’ จาก กกพ. บอกเล่าเรื่องพลังงานสะอาดยังไงบ้าง?

ป้าย 1 เป้าหมายใหญ่ลดการปล่อยคาร์บอนและก๊าซเรือนกระจก

ป้ายแรกเล่าถึงเป้าหมาย Carbon Neutrality ภายในปี 2050 ความเป็นกลางทางคาร์บอน คือการที่เรามีความสามารถในการจัดการให้ปริมาณการปล่อยคาร์บอน กับปริมาณการดูดซับคาร์บอนมีค่าเท่าๆกัน หรือหักลบกันเป็นศูนย์ และ 10 ปีถัดจากนั้น เราจะช่วยโลกลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทุกชนิด จนทำให้ปริมาณที่ถูกปล่อยสู่ชั้นบรรยากาศทั้งหมด สามารถถูกดูดกลับไปได้

พร้อมทั้งสนับสนุนให้คนเมืองเปลี่ยนผ่านสู่การขับขี่รถยนต์ EV เพื่อช่วยแก้ปัญหามลภาวะทางอากาศจากท้องถนน (PM2.5, คาร์บอนมอนอกไซด์ จากการเผาไหม้ของเครื่องยนต์) เพราะเดิมทีการที่เราขับขี่รถยนต์สันดาป 1 ปีจะเท่ากับการปล่อยคาร์บอนได้มากเท่ากับบอลลูน 1 ลูกเลยทีเดียว เปลี่ยนผ่านสู่รถยนต์ EV จะช่วยเรื่องนี้ได้อย่างมาก

ป้ายที่ 2 พลังงานขยะสู่การแปรรูปไปเป็นพลังงานไฟฟ้า

ป้ายถัดมาเล่าเรื่องพลังงานสะอาดที่มาจาก ‘พลังงานขยะ’ ก็เป็นหนึ่งในตัวช่วยลดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมได้ดีเช่นกัน เพราะในทุกๆ ปี มีขยะปริมาณมากถึง 5.4 ล้านตันที่ไม่ได้ถูกกำจัดอย่างถูกต้อง ทำให้สร้างมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม ถูกทิ้งลงสู่แหล่งน้ำและไหลลงทะเล

มันคงดีกว่าหากเราสามารถนำเอาขยะเหล่านี้ไปแปรรูปเป็นพลังงานไฟฟ้า เพราะจะสามารถช่วยได้ทั้งการลดก๊าซเรือนกระจก และการลดปริมาณขยะที่ต้องถูกกำจัดด้วยวิธีต่างๆ เช่นการฝังกลบ

ประกอบกับข้อมูลจากการไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เผยว่าในปี 2565 ที่ผ่านมา ประเทศไทยมีกำลังการผลิตพลังงานไฟฟ้าจากขยะชุมชน 423 MW ต่อปี

ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนในการผลิตไฟฟ้าทั้งหมด 1.25% ซึ่งสามารถช่วยลดปริมาณคาร์บอนได้เทียบเท่ากับบอลลูนประมาณ 435,000 ลูก และถ้าเราสามารถเพิ่มกำลังการผลิตให้มากขึ้น ก็จะสามารถลดปริมาณคาร์บอนได้มากขึ้นไปอีก

ป้ายที่ 3 พลังงานชีวมวล ผลิตขึ้นได้จากเกษตรกรไทย

ป้ายที่ 3 เล่าถึงปัจจุบัน ‘พลังงานเชื้อเพลิงฟอสซิล’ ที่มาจากก๊าซธรรมชาติ ถ่านหิน น้ำมัน ก็ยังคงเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของการปล่อยก๊าซคาร์บอนสู่ชั้นบรรยากาศ

อย่างที่เรารู้กันดีว่าประเทศไทยเป็นประเทศแห่ง ‘เกษตรกร’ การทำเกษตรถือเป็นหัวใจหลักของไทย โดยที่วัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร อาทิ เศษไม้ แกลบ ชานอ้อย ฟางข้าว กากปาล์ม กากมันสำปะหลัง ซังข้าวโพด กาบและกะลามะพร้าว และอื่นๆ

ซึ่งวัสดุเหล่านี้สามารถนำมาใช้เป็นเชื้อพลิงจากชีวมวลในการผลิตไฟฟ้า ซึ่งเป็นการกำจัดเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรที่มักถูกกำจัดด้วยการเผาทำลาย สร้างมลพิษ ส่งผลกระทบต่อโลก ให้ถูกวิธีมากขึ้น เพราะนอกจากจะได้ไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดแล้วจะทำให้เกิดพลังงานที่ก่อมลพิษน้อยกว่าเชื้อเพลิงจากฟอสซิล ขณะที่เกษตรกรยังมีรายได้จากการขายเชื้อเพลิงให้โรงไฟฟ้าได้อีก

ป้ายที่ 4 พลังงานแสงอาทิตย์ มีใช้ไม่จำกัด

ป้ายสุดท้าย ‘แสงอาทิตย์’ เป็นหนึ่งในแหล่งพลังงานหมุนเวียนอีกแหล่งหนึ่งที่เป็นทั้งพลังงานสะอาด และมีอยู่ไม่จำกัด ซึ่งกระบวนการผลิตพลังงานจากแสงอาทิตย์ เป็นกระบวนการที่ไม่เกิดการปล่อยมลพิษสู่ชั้นบรรยากาศ และยังช่วยให้ผู้ผลิตไฟฟ้ารายย่อย สามารถลดค่าใช้จ่ายในการใช้ไฟฟ้า

เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้เราคงรู้จักกับพลังงานสะอาดกันมากขึ้น เพราะพลังงานเหล่านี้ล้วนอยู่รอบๆ ตัวเรา และถ้าหากใครที่สนใจแคมเปญ ‘Clean Energy For Life’ อยากรู้เรื่องพลังงานสะอาดมากขึ้นสามารถลงทะเบียนผ่าน LINE Official Account ของ กกพ. ชื่อบัญชี ‘ERC Official’ สามารถสะสมแต้ม แลกของรางวัลสุดพิเศษได้ง่ายๆ และถ้าเช็คอินครบทั้ง 4 ป้ายมีสิทธิ์ลุ้นรับรางวัลพิเศษอีกด้วย

ไม่เพียงเท่านี้ ยังมีเกม AR instagram filter ให้เล่นมากมาย อาทิ

– เกมรถ EV ลบควันรถยนต์

– เกมตอบคำถามแยกขยะ

– เกมเก็บไอเทมชีวมวล

– เกมเก็บพลังงานแสงอาทิตย์

ทั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) สนับสนุนให้ประชาชนรู้จักพลังงานสะอาด สร้างการเปลี่ยนแปลง ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน ช่วยกันรักษ์โลก ‘ตลอดมาโลกดูแลเรา ถึงเวลาที่เราดูแลโลก’ มาร่วมกันเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดได้แล้ววันนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...