โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

หวั่นเศรษฐกิจโลกป่วนท่องเที่ยว สัญญาณเติบโตกุมภาฯ เริ่มชะลอ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 15 ก.พ. 2568 เวลา 06.57 น. • เผยแพร่ 15 ก.พ. 2568 เวลา 07.49 น.

ข้อมูลของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งจัดทำโดยหน่วยงานด้านดิจิทัล วิจัย และพัฒนา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ระบุว่า ตั้งแต่ 1 มกราคม-11 กุมภาพันธ์ 2568 รวม 42 วัน ประเทศไทยมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติสะสมรวม 5.01 ล้านคน หรือเฉลี่ยวันละประมาณ 120,000 คน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนราว 17%

โดยนักท่องเที่ยวจีนยังสูงสุดเป็นอันดับ 1 จำนวน 8.47 แสนคน รองลงมาคือ มาเลเซีย 6.44 แสนคน และรัสเซีย 3.47 แสนคน

หลังตรุษจีนตัวเลขเริ่มชะลอตัว

“สรวงศ์ เทียนทอง” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ให้ข้อมูลว่า ภาพรวมของการท่องเที่ยวไทยเดือนมกราคมที่ผ่านมาอยู่ในแนวโน้มที่ดีมาก มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติรวม 3.7 ล้านคน ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปี 2567 แต่พบว่าสถานการณ์การท่องเที่ยวของไทยเริ่มชะลอตัวลงเล็กน้อยในช่วงหลังเทศกาลตรุษจีน

โดยพบว่าสัปดาห์แรกของเดือนกุมภาพันธ์ (วันที่ 3-9 กุมภาพันธ์ 2568) มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทยเฉลี่ยวันละ 119,630 คน ส่งผลให้ภาพรวมในสัปดาห์ดังกล่าวมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ 837,407 คน ลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้า 109,551 คน หรือ 11.57%

ทั้งนี้ เป็นผลจากนักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดระยะใกล้ หรือ Short Haul ชะลอตัวด้านการเดินทางภายหลังสิ้นสุดเทศกาลตรุษจีน รวมถึงผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในหลายปัจจัยของนักท่องเที่ยวเกาหลีใต้ เช่น สถานการณ์ภายในประเทศเกาหลี อุบัติเหตุทางอากาศ การเมือง ค่าเงิน ฯลฯ

นักท่องเที่ยวในสนามบิน

ขณะที่นักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดระยะไกล หรือ Long Haul กลับฟื้นตัวมากขึ้น โดยเดินทางเข้ามาเพิ่มขึ้น 4.15% จากการเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวตลาดรัสเซีย และนักท่องเที่ยวตลาดฝรั่งเศส ที่เพิ่มขึ้นสูงถึง 41.53% จากกิจกรรมส่งเสริมตลาด จำนวนเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้น และการเข้าสู่ช่วงวันหยุดปิดเทอม

สัปดาห์ที่ 2 ก.พ.ยังทรงตัว

สำหรับแนวโน้มในช่วงสัปดาห์ที่ 2 ของเดือน (10-16 กุมภาพันธ์) คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาเที่ยวไทยในระดับทรงตัว จากปัจจัยส่งเสริมการเดินทาง ได้แก่ การประกาศปี Amazing Thailand Grand Tourism and Sports Year 2025 และการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวและกีฬา การมีมาตรการ Ease of Traveling ของรัฐบาล ฯลฯ รวมถึงการกระตุ้นและส่งเสริมให้สายการบินเพิ่มจํานวนเที่ยวบินมากยิ่งขึ้น

“สรวงศ์” บอกด้วยว่า ประเทศไทยมีจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติสะสมตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-9 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ผ่านมา รวม 4,804,876 คน สร้างรายได้จากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติแล้วประมาณ 234,958 ล้านบาท โดยจำนวนนักท่องเที่ยวสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ จีน 825,617 คน มาเลเซีย 617,631 คน รัสเซีย 330,628 คน เกาหลีใต้ 263,572 คน และอินเดีย 232,828 คน

สถิตินักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไทย

อัตราเข้าพักเฉลี่ย ก.พ.ร่วง 6 จุด

ขณะที่ “เทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์” นายกสมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) บอกว่า ข้อมูลจากการสำรวจดัชนีเชื่อมั่นของผู้ประกอบการที่พักแรมเดือนมกราคม 2568 จากผู้ประกอบการที่ตอบแบบสำรวจทั้งหมด 109 แห่ง พบว่า ธุรกิจโรงแรมเดือนมกราคม 2568 ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องจากเดือนก่อนหน้า (ธันวาคม 2567) โดยมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ย (Occupancy Rate) ที่ระดับ 74%

โดยภาคใต้เป็นภูมิภาคที่ธุรกิจโรงแรมมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยสูงสุดที่ 81.1% รองลงมาคือ ภาคกลาง 77.9% ภาคตะวันออก 72.5% และภาคเหนือ 71.7% (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือไม่แสดงข้อมูลเพราะมีผู้ตอบแบบสอบถามน้อย) โดยลูกค้าส่วนใหญ่เป็นชาวเอเชีย ตะวันออกกลาง และยุโรปตะวันตก

และคาดว่าอัตราการเข้าพักเฉลี่ยในเดือนกุมภาพันธ์นี้จะลดลงจากเดือนมกราคม 6 จุด มาอยู่ในระดับ 68% พร้อมทั้งคาดการณ์ว่าในช่วงไตรมาส 1/2568 ธุรกิจโรงแรมส่วนใหญ่ (35%) จะมีจำนวนลูกค้าต่างชาติ (ไม่รวมจีน) ใกล้เคียงกับไตรมาสเดียวกันปีที่แล้ว ขณะที่ 25% คาดเพิ่มขึ้นไม่เกิน 10% และอีก 14% คาดเพิ่มขึ้น 11-20%

โรงแรม 3-4 ดาวจ่อปรับราคาห้องพัก

ส่วนจำนวนนักท่องเที่ยวจีนนั้น พบว่า โรงแรมกว่า 42% คาดว่าจะทรงตัวจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ 28% คาดว่าจะมีจำนวนลดลงไม่เกิน 10% ส่วนอีก 16% คาดว่าจะมีจำนวนลูกค้าจีนเพิ่มขึ้นไม่เกิน 10%

นอกจากนี้ ผู้ประกอบการโรงแรมประมาณ 70% มองว่ากลุ่มโรงแรม 3-4 ดาว มีแนวโน้มปรับราคาห้องพักเฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้นอีกไม่ต่ำกว่า 3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ขอรัฐอัดมาตรการหนุน

อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ หรือประมาณ 63% มีความกังวลเรื่องเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวของไทยมากที่สุดเช่นกัน รองลงมาคือ ประเด็นเรื่องค่าแรง ที่ราคาพลังงาน ราคาวัตถุดิบ ต้นทุนการเงิน ฯลฯ ที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงการแข่งขันด้านราคาระหว่างธุรกิจ จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ต่ำกว่าคาดการณ์ จำนวนเที่ยวบินไม่เพียงพอ ค่าเงินบาทผันผวน ฯลฯ

ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังต้องการมาตรการช่วยเหลือจากทางภาครัฐใน 5 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1.มาตรการกระตุ้นท่องเที่ยวทั้งในเมืองหลักและเมืองรอง แก้ไขภาพลักษณ์ที่ไม่ดีของการท่องเที่ยวไทย เช่น ความปลอดภัย ความสะอาด และปัญหา PM 2.5 2.มาตรการช่วยเหลือด้านค่าใช้จ่าย ลดต้นทุนค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าแรง รวมถึงการลดหย่อนภาษีเพิ่มเติม

3.มาตรการด้านการเงิน มีมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำสำหรับ SMEs เพื่อปรับปรุงโรงแรม 4.มาตรการด้านแรงงาน โดยเฉพาะการพัฒนาทักษะแรงงาน และ 5.มาตรการอื่น ๆ เช่น พัฒนาระบบสาธารณูปโภคให้มีความสะดวกและมีมาตรฐาน

ปี’68 ศก.โลกมีความเสี่ยงสูง

ก่อนหน้านี้ “ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย” กรรมการผู้จัดการ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์และหัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์เศรษฐกิจและการลงลงทุน กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร มองว่า หากวิเคราะห์จากเป้าหมายจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติของรัฐบาลที่ตั้งไว้ที่ 38 ล้านคนในปีนี้ เท่ากับว่าเพิ่มขึ้นอีกแค่ 3 ล้านคน

สะท้อนว่าแรงส่งจากการท่องเที่ยวในปี 2568 กำลังชะลอตัวลง โดยสาเหตุหลักน่าจะมาจากทั้งสภาพเศรษฐกิจของประเทศต่าง ๆ ในโลก รวมถึงพฤติกรรมการท่องเที่ยวที่เปลี่ยนไปหลังโควิด และ “การท่องเที่ยว” อาจไม่ใช่เสาหลักที่แบกเศรษฐกิจไทยเหมือนในอดีตได้อีกต่อไป

ดังนั้น ทุกภาคส่วนของเศรษฐกิจควรแข็งแรงและช่วยผลักดัน GDP ไทยไปด้วยกัน เพราะในปี 2568 นี้ เศรษฐกิจโลกเต็มไปด้วยความเสี่ยง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสงครามการค้าที่น่าจะกระทบบรรยากาศการค้าไปทั่วโลก

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : หวั่นเศรษฐกิจโลกป่วนท่องเที่ยว สัญญาณเติบโตกุมภาฯ เริ่มชะลอ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...