โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ทลายแก๊งคอลฯจีน รวบบอสตัวการ ลวงเล่นเกมส์ฉกข้อมูลส่วนตัวกว่า 8.8 หมื่นราย

Khaosod

อัพเดต 18 ก.พ. 2568 เวลา 13.21 น. • เผยแพร่ 18 ก.พ. 2568 เวลา 09.24 น.

เปิดปฏิบัติการทลายรังแก๊งคอลเซ็นเตอร์จีน ลวงเล่นเกมส์ล้วงข้อมูลส่วนตัว หลอกเอาข้อมูลกว่า 8.8 หมื่นรายขายแก๊งคอลฯ ตร.แฝงตัวขึ้นรถเมล์ บุกรวบ "บอส-พนักงาน 12 ราย"

เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 18 ก.พ.2568 พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น./รองหัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์ข้อมูล ศปอส.ตร. พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น. นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุด PCT, สืบนครบาล และ สน.สุทธิสาร กว่า 50 นาย นำหมายค้นศาลอาญา เข้าตรวจค้น บริษัท ลัคคิง Luckking จำกัด ตั้งอยู่ ชั้น 8 ภายในอาคารแห่งหนึ่ง ถ. รัชดาภิเษกซอย11 แขวงรัชดาถิเษก เขตดินแดง พร้อมจับกุมนาย MR.ZHANG HONGXIANG อายุสัญชาติจีน บอสแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ได้ที่คอนโดแห่งหนึ่งบนถนนรัชดา ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้าม

พร้อมตรวจยึดของกลาง ป้ายบริษัท ลัคคิง จำกัด, บัตรห้อยคอพนักงาน 13 ใบ, เสื้อโปโล โลโก้ลายปัก LUCKKING จำนวน 8 ตัว, วงล้อเสี่ยงทาย จำนวน 1 อัน, แผ่นสติกเกอร์คิวอาร์โค๊ดไลน์ LUCKKING 1 แผ่น, แผ่นคูปองเติมเงิน LUCKKING จำนวน 10 ใบ, โบชัวร์ จำนวน 1 ชุด, อุปกรณ์สำหรับไลฟ์สด 1 ชุด, เอเทอร์นอล ฮาร์ดดิส จำนวน 3 อัน, ไข่ทองสำหรับจับรางวัล จำนวน 1 กล่อง, สมุดโน๊ต จำนวน 13 เล่ม, เอกสารที่เกี่ยวข้องของบริษัท ลัคคิง จำกัด จำนวนหนึ่ง และตู้เซฟ จำนวน 1 ตู้

พล.ต.ต.นพศิลป์ เปิดเผยว่า การจับกุมในครั้งนี้เป็นการขยายผลจากการจับกุม 2 บิ๊กบอสชาวจีน คอลเซ็นเตอร์ คือ นายยี วานโยว (Mr.YE Wanyou) อายุ 29 ปี สัญชาติจีน และ นายลี่ เว่ยเจีย (Mr.Li Weijie) อายุ 30 ปี สัญชาติจีน ซึ่งเป็นบอสคอลเซ็นเตอร์ในตึก 25 ชั้น (เมืองปอยเปต) โดยจับกุมได้ ณ หมู่บ้านหรูย่านรัชดาภิเษก เมื่อวันที่ 6 ก.พ.ที่ผ่านมา พร้อมยึดทรัพย์สินได้จำนวนประมาณ 15 ล้านบาท

สืบสวนขยายผลกระทั่งพบกระเป๋า “วอลเล็ตลับ” จนนำไปสู่การอายัดเงินได้จำนวน 2,477,294.91 USDT หรือเป็นจำนวนประมาณ 84 ล้านบาท รวมทรัพย์สินที่เจ้าหน้าที่ตรวจยึดและอายัดไว้ได้ทั้งหมดประมาณ 100 ล้านบาท และยังพบหลักฐานว่าทั้งสองพัวพันกับการเป็น ธุระ จัดหา คนไปยังพื้นที่ประเทศเพื่อนบ้านผ่านทาง อ.แม่สอด จ.ตาก และภายในโทรศัพท์มือถือของบอสจีนทั้งสองพบว่าเป็น Admin ที่ควบคุมระบบหลังบ้านบราวเซอร์ที่ใช้หลอกลวง

และยังทราบว่าบอสชาวจีนนั้นยังเป็นเจ้าของบริษัทภายในประเทศไทย ซึ่งเป็นบริษัทที่เปิดมาเพื่อใช้ “ขโมยข้อมูลส่วนบุคคล” นำไปขายให้กับกลุ่มแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยตรวจพบว่ามีข้อมูลบุคคลรั่วไหลไปแล้วกว่า 88,000 ราย โดยใช้ชื่อบริษัทว่า Luckking อำพรางให้ประชาชนโอนเงินเข้ามาเล่นเกมส์ลุ้นชิงของรางวัล หลังจากที่ได้รางวัลแก๊งคอลเซ็นเตอร์ก็จะขอข้อมูลส่วนตัว แต่แท้จริงเป็นการหลอกลวงเอาทั้งเงินและข้อมูลบัตรประชาชน

ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจชุด PCT ได้พบพยานหลักฐานสำคัญว่า office ดังกล่าวตั้งอยู่ภายในตึกสำนักงานชื่อดังย่านห้วยขวาง (พื้นที่ สน.สุทธิสาร) เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน PCT ได้แอบย่องเข้าไปสอดแนมภายในตึกพบว่ามี “ออฟฟิศคนจีนต้องสงสัย” อีกหลายบริษัททำการอยู่ในตึกดังกล่าว

พล.ต.ต.ธีรเดช กล่าวว่า จากการจับกุมสองบอสชาวจีน ก็พบว่าทั้งสองเป็นเจ้าของธุรกิจโดยมีการมาเปิดบริษัทชื่อ ลัคคิง จำกัด โดยใช้คนไทยเป็นนอมินี วิธีการคือจะมีการยิงแอดไปใน TikTok โดยคนที่จะเล่นเกมส์จะต้องเสียเงิน 100 บาทแล้วเข้าไปเล่นเกมส์ ผู้ชนะจะได้รางวัลเป็น iPhone 16 จากนั้นจะขอ ข้อมูลส่วนตัวเพื่ออ้างว่าเป็นหลักฐานข้อมูลยืนยันตัวตนในการรับรางวัล

จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดจะพบว่าสองบอสชาวจีนมีการเข้ามาประชุม กับพนักงานคนไทยโดยมีการเขียนสคริปต์ ที่ใช้พูดคุยหลอกลวงเหยื่อ และได้มีการตั้งกฎกติกาว่าห้ามพูดว่าตัวเองเป็นมิจฉาชีพในบริษัทนี้ มิฉะนั้นจะถูกไล่ออกทันที ซึ่งวันนี้เจ้าหน้าที่สามารถตามยึดทรัพย์ได้เป็นจำนวนเงิน 84 ล้านบาท และเจอผู้เสียหายทั่วประเทศจำนวน 85 ราย ความเสียหาย 55 ล้านบาท ตอนนี้เจ้าหน้าที่กำลังจะดำเนินการเฉลี่ยทรัพย์คืนให้กับผู้เสียหายบางส่วน จากนั้นเร่งติดตามตัว พนักงานที่มีรายชื่ออยู่ในบัตร 13 คน มาสอบสวนขยายผลดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

ต่อมา พ.ต.ต.ธัญพีรสิษฐ์ จุลพิภพ สว.กก.3 กก.สส.บช.น. นำกำลังไป จับกุม MR.ZHANG HONGXIANG สัญชาติจีน บอสคนสุดท้าย ของบริษัทลัคคิง ได้ที่คอนโดแห่งหนึ่งบนถนนรัชดา ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามซอยรัชดาฯ 11 และจากการตรวจค้นห้องพักพบของกลางหลายรายการ อาทิ คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก จำนวน 9 เครื่อง, โทรศัพท์มือถือจำนวน 1 เครื่อง, แฟ้มเอกสารบริษัท ลัคคิง จำกัด จำนวน 5 แฟ้ม, แฟลชไดรว์จำนวน 6 อัน, ใบรับเงินเดือนจำนวน 1 ชุด และสติกเกอร์บริษัท ลัคคิง จำกัด จำนวน 1 ชุด

รายงานข่าวแจ้งว่า หลังจากนี้ตํารวจจะขยายผลต่อว่าใน 88,000 รายชื่อนั้น ถูกนําไปใช้ในการกระทําความผิดแล้วหรือไม่ และเชื่อมโยงกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในประเทศเพื่อนบ้านหรือไม่ รวมทั้งจะตรวจสอบว่าเป็นบริษัทที่เชื่อมโยงกับ “แก๊งโอริโอ้” ด้วยหรือไม่ เนื่องจากมีการรับสารภาพกับตํารวจว่าซื้อข้อมูลมาจากบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งเพื่อใช้ในการประกาศไล่เช็กบิลคู่อรินอกเกม Five M

พล.ต.ต.ธีรเดช กล่าวว่า การตรวจค้นและจับกุมดังกล่าวเจ้าหน้าที่ชุดสืบนครบาลร่วมกับชุด PCT และ สน.สุทธิสาร ได้สนธิกําลังกว่า 30 คน นั่งรถเมล์ ขสมก. ปอ.สาย 516 จากศูนย์สืบนครบาลมายังบริษัทดังกล่าว ที่ตั้งอยู่บริเวณถนนรัชดาภิเษก เนื่องจากในพื้นที่มีกลุ่มคนจีนและท่องเที่ยวจำนวนมาก จึงแฝงตัวมากับรถ ขสมก.เมื่อมาถึงได้เข้าจู่โจมทันที สามารถจับกุมพนักงานคนไทย 12 ราย แต่มีบางส่วนหลบหนีไปได้ ขณะนี้อยู่ระหว่างเร่งติดตามตัวดําเนินคดีตามกฎหมาย

ทั้งนี้ พล.ต.ต.นพศิลป์ ฝากเตือนพี่น้องประชาชนอย่าหลงเชื่อการหลอกลวงให้เล่นเกมต่าง ๆ บนแอปพลิเคชั่น และเมื่อกรอกข้อมูลส่วนบุคลไป อาจถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์นำไปใช้หลอกลวง และเสียทรัพย์สินได้

เบื้องต้นจึงนำตัว MR.ZHANG HONGXIANG ดำเนินคดีในข้อหา “เป็นบุคคลต่างอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุดลง” และ“ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน” ส่วนพนักงานทั้ง 12 ราย อาจถูกดำเนินคดีข้อหา จัดให้มีการเล่นการพนันออนไลน์โดยผิดกฎหมาย ส่งพนักงานสอบสวน สน.สุทธิสาร ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ทลายแก๊งคอลฯจีน รวบบอสตัวการ ลวงเล่นเกมส์ฉกข้อมูลส่วนตัวกว่า 8.8 หมื่นราย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...