ญี่ปุ่นเผยภาพ "วาฬฟิน" ที่ถูกล่าเชิงพาณิชย์ ครั้งแรกในรอบ 48 ปี
ญี่ปุ่นเผยภาพวาฬฟินที่ถูกล่าเชิงพาณิชย์ ครั้งแรกในรอบ 48 ปี
บริษัทล่าวาฬของญี่ปุ่นได้เผยแพร่ภาพวาฬฟินตัวแรกที่จับได้เชิงพาณิชย์ ในรอบเกือบ 50 ปี ก่อนจะถูกหั่นเป็นชิ้น ๆ และแช่เย็น ส่งกลับไปบริโภค
วาฬฟินก็เป็นสัตว์ที่ตัวใหญ่ที่สุดรองลงมาจากวาฬสีน้ำเงิน มีสถานะใกล้สูญพันธุ์ในบัญชีรายชื่อของ IUCN
รัฐบาลญี่ปุ่นเพิ่งออกประกาศเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2024 ว่า วาฬฟิน (Balaenoptera physalus) จะเป็นหนึ่งในรายชื่อวาฬที่จะถูกล่าในเชิงพาณิชย์ ทำให้ปัจจุบันญี่ปุ่นมีวาฬ 4 สายพันธุ์ได้แก่ วาฬฟิน วาฬมิงค์ วาฬบรูด้า และวาฬเซย์ แม้ประชากรคนรุ่นใหม่จะเริ่มหันมาแบนการล่าวาฬมากขึ้น
เรือที่ล่าวาฬในครั้งนี้เป็นของบริษัท Kyodo Senpaku ในญี่ปุ่น มีชื่อว่า “Kangei Maru” เป็นเรือหนัก 9,300 ตัน จะออกล่าวาฬ 8 เดือนทางตอนเหนือของประเทศญี่ปุ่น
วาฬตัวนี้เป็นวาฬตัวแรกที่ล่ามาได้ หลังจากห่างหาย
การบริโภคเนื้อวาฬในญี่ปุ่นพุ่งสูงขึ้นในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สอง โดยเป็นแหล่งอาหารโปรตีนทดแทนที่สำคัญ ซึ่งมีการบริโภคสูงสุดที่ประมาณ 230,000 ตันในปี 1962 อย่างไรก็ตาม เนื้อวาฬถูกแทนที่ด้วยเนื้อสัตว์อื่น ๆ อย่างรวดเร็ว
ปี 1976 เริ่มมีการแบนการล่าวาฬฟินในซีกโลกใต้ และในปี 1986 คณะกรรมการการล่าวาฬระหว่างประเทศ (ไอดับเบิลยูซี) แบนการล่าวาฬเชิงพาณิชย์ ทำให้ประเทศสมาชิก รวมถึงญี่ปุ่น ไม่สามารถล่าเพื่อการค้าได้ แต่จะยังคงอนุญาตให้ประเทศต่าง ๆ ฆ่าวาฬเพื่อวัตถุประสงค์พิเศษ เช่น การวิจัยทางวิทยาศาสตร์ และการล่าวาฬเพื่อยังชีพของชาวอะบอริจิน
ทว่า ในปี 2019 ญี่ปุ่นถอนตัวออกจากคณะกรรมการการล่าวาฬระหว่างประเทศ (ไอดับเบิลยูซี) และกลับมาล่าวาฬอีกครั้ง อนุญาตให้ล่าได้ในแค่ในน่านน้ำญี่ปุ่นและเขตเศรษฐกิจจำเพาะ (Exclusive Economic Zones) และมีโควต้าจำนวนวาฬที่ล่าได้ 376 ตัวในปีนี้ ซึ่งเป็นจํานวนที่คาดว่ายั่งยืนพอ ส่วนวาฬฟินปีนี้ล่าได้ 59 ตัวจากประมาณ 19,299 ตัว
วาฬฟินตัวนี้จึงเป็นวาฬตัวแรกที่ญี่ปุ่นล่าเชิงพาณิชย์ หลังจากห่างหายไปตั้งแต่ปี 1976
ที่มา