โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

สำรวจ 7 ตลาดหุ้นทั่วโลก ทิ้งนักลงทุนไว้บน “ยอดดอย” มากที่สุด

Share2Trade

อัพเดต 07 ส.ค. 2567 เวลา 23.51 น. • เผยแพร่ 07 ส.ค. 2567 เวลา 08.00 น. • Share2Trade

ตามที่นักลงทุนหลายๆคนได้ติดตามข่าวสารของความเคลื่อนดัชนีตลาดหุ้นทั่วโลกก็จะพบว่าในช่วงที่ผ่านมามีตลาดหุ้นหลายประเทศได้ทำจุดสูงสุดไม่ว่าจะเป็นตลาดหุ้นญี่ปุ่น ตลาดหุ้นจีน และตลาดหุ้นสหรัฐฯ แต่อย่างไรก็ดีเมื่อมีการทำจุดสูงสุดได้ไม่นานก็ย่อมมีการปรับตัวลงด้วยเช่นกัน

ดังนั้นในวันนี้ทางเราก็ได้ทำการสำรวจข้อมูลตลาดหุ้นทั่วโลกที่เป็นขวัญใจของนักลงทุน พร้อมกับรายงานความเคลื่อนไหวของดัชนีตลาดหุ้นหลังจากที่ได้ทำจุดสูงสุดจะเป็นเช่นไรบ้าง มานำเสนอให้แก่ผู้อ่านและนักลงทุนกันในครั้งนี้ ตามรายละเอียดด้านล่างนี้
โดยเริ่มกันตลาดหุ้นที่นักลงทุนหลายคนยกให้เป็นมหาอำนาจของโลก อย่างตลาดหุ้นสหรัฐฯไม่ว่าจะเป็น NASDAQ ศูนย์ของบริษัทจดทะเบียนกลุ่มเทคโนโลยีและบริษัทขนาดกลางถึงเล็ก ที่ดัชนีปิดตลาดทำจุดสูงสุดไปในวันที่ 12 ก.ค. 67 หรือ 18,398 จุด และล่าสุดวันจันทร์ที่ 5 ส.ค.67 ปิดตลาดไปที่ 16,200 จุด ลดลงจากจุดสูงสุด 2,198 จุด หรือราว 11.94%
ขณะที่ ดัชนี S&P 500 เป็นดัชนีมัดรวมหุ้นที่มีมูลค่าตลาดขนาดใหญ่ 500 ตัวแรก ก็ได้ทำจุดสูงสุดไปในวันที่ 5 ก.ค. 2567 โดยระดับดัชนีปิดตลาดที่ 5,667 จุด และล่าสุดในวันจันทร์ที่ 5 ส.ค. 2567 ได้ปิดตลาดไปที่ 5,186 จุด ซึ่งลดลงจากสูงสุดราว 481 จุด หรือคิดเป็น 8.48%
หากจะพูดถึงตลาดหุ้นที่ปรับตัวขึ้นได้อย่างโดดเด่น แน่นอนว่าตลาดหุ้นญี่ปุ่นอย่างดัชนีตลาดหลัก nikkei 225 ที่รวบรวมบริษัทชั้นนำกว่า 225 ไว้ในดัชนีดังกล่าว ได้ทำจุดสูงสุดในประวัติศาสตร์ที่ 41,831 จุด ณ ดัชนีปิดตลาดวันที่ 10 ก.ค. 2567 และในวันที่ 5 ส.ค. 2567 ดัชนีปิดตลาดที่ระดับ 31,458 จุด โดยปรับตัวลดลงมากว่า 10,373 จุดหรือคิดเป็น 24.79%
ถัดมาเป็นอีกหนึ่งตลาดหุ้นในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาที่นักลงทุนหลายๆคนยกให้เป็นดาวรุ่งในช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดโควิท-19 ก็คือตลาดหุ้นจีนอย่างดัชนีฮั่งเส็ง (HSI) ที่จะรวบบริษัทใหญ่ที่สุด 52 แห่ง ซึ่งจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง ดัชนีเคยไปทำสูงสุดที่ 33,154 จุด ณ วันปิดตลาด 26 ม.ค. 2561 ซึ่งดัชนีปิดตลาดในวันที่ 5 ส.ค. 67 ระดับ 16,698 จุด ลดงจากจุดสุงสุดถึง 16,456 จุด หรือกว่า 49.63%
และอีกหนึ่งตลาดอย่างดัชนี CSI300 ที่จะประกอบไปด้วยหุ้นจีนขนาดใหญ่ 300 ตัวของตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้และตลาดหุ้นเซินเจิ้น ทำได้จุดสูงสุดในวันที่ 19 ก.พ. 2564 ด้วยดัชนีปิดตลาดที่ 5,778 จุด และในวันที่ 5 ส.ค. 2567 ดัชนีปิดตลาดไปที่ 3,343 จุด ซึ่งลดลงจากจุดสูงสุดกว่า 2,435 จุด หรือคิดเป็น 42.14%
ต่อมาเป็นตลาดหุ้นที่บ้านใกล้เรือนเคียงกับตลาดไทยอย่างตลาดหุ้นเวียดนาม หรือ ดัชนี VNI ดัชนีหลักของตลาดหลักทรัพย์นครโฮจิมินห์ ครอบคลุมหุ้น 590 ตัว ดัชนีปิดตลาด ณ วันที่ 1ธ.ค. 2564 ได้ทำจุดสูงสุดไปที่ 1,498 จุด และดัชนีปิดตลาดในวันที่ 5 ส.ค. 2567 ได้อยู่ที่ระดับ 1,188 จุด ลดลงจากจุดสูงสุด 310 จุด หรือคิดเป็น 20.69%
และสุดท้ายหากจะไม่พูดถึงก็คงไม่ได้อย่างกับตลาดหุ้นไทย ซึ่งจากการรวบรวมข้อมูลดัชนีตลาดหุ้นไทยได้ทำจุดสูงสุด ณ ตอนปิดตลาดไปในวันที่ 24 ม.ค. 2561 ด้วยระดับดัชนี 1,838 จุด และในวันที่ 5 ส.ค. 67 ได้ปิดตลาดไปด้วยระดับดัชนี 1,274 จุด ลดลงจากจุดสูงสูด 564 จุด หรือคิดเป็น 30.68%

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...