‘SCB’ ปิดดีลขาย ‘Robinhood’ เรื่องนี้ดียังไง?
The Bangkok Insight
อัพเดต 04 ต.ค. 2567 เวลา 02.50 น. • เผยแพร่ 04 ต.ค. 2567 เวลา 02.29 น. • The Bangkok Insight"SCB" ปิดดีลขาย "Robinhood" เรื่องนี้ดียังไง? การขายครั้งนี้ช่วย SCB ลดผลขาดทุนปี 2567 ได้ 500-600 ล้านบาท
หลังจากที่ก่อนนี้ SCB หรือ บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) ได้แจ้งยุติการให้บริการแอปพลิเคชัน Robinhood ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 31 กรกฎาคม 2567 ที่ผ่านมา โดยยังเหลือการให้บริการเพียงบางส่วน เนื่องจากบริษัทอยู่ระหว่างการพิจารณาข้อเสนอเข้าซื้อกิจการทั้งหมดจากผู้ที่สนใจ
ล่าสุด 30 กันยายน 2567 ทาง SCB ก็ได้ปิดดีลขาย Robinhood เรียบร้อยแล้ว ด้วยการขายหุ้นทั้งหมดที่ถืออยู่ในบริษัท เพอร์เพิล เวนเจอร์ส จำกัด ผู้ให้บริการแอปพลิเคชัน Robinhood คิดเป็นมูลค่า 2,000 ล้านบาท ให้กลุ่มผู้ลงทุน นำโดย กลุ่มยิบอินซอย หนึ่งในบริษัทชั้นนำด้านเทคโนโลยีสารสนเทศครบวงจร พร้อมผนึกกำลังกับ Brooker Group ธุรกิจที่ปรึกษาด้านการเงินและการลงทุนที่ทันสมัย และกลุ่ม SCT Rental Car ผู้นำด้านธุรกิจเช่าซื้อรถยนต์สำหรับใช้งานส่วนบุคคลและเชิงพาณิชย์ รวมถึงบริษัทย่อยของ Loxley คือ LOXBIT ซึ่งเป็นผู้ให้บริการไอทีโซลูชั่นของประเทศไทย
สำหรับมูลค่าการซื้อขายรวมสูงสุด 2,000 ล้านบาท ประกอบด้วยมูลค่าเบื้องต้นชำระทันที 400 ล้านบาท และส่วนเพิ่มตามผลประกอบการสูงสุดไม่เกิน 1,600 ล้านบาท ทั้งนี้ สัดส่วนการถือหุ้นใหม่ใน Robinhood จะแบ่งออกเป็น
1. กลุ่มยิบอินซอน สัดส่วน 50%
2. บริษัท บรุ๊คเคอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) สัดส่วน 30%
3. บริษัท เอสซีที เรนทอล คาร์ จำกัด สัดส่วน 10%
4. บริษัท ล็อกซ บิท จำกัด สัดส่วน 10%
นายอาทิตย์ นันทวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า Robinhood เริ่มต้นธุรกิจด้วยความมุ่งมั่นให้ประเทศเราได้มีแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีสัญชาติไทย และเมื่อถึงเวลาที่ต้องตัดสินใจส่งต่อธุรกิจ Robinhood ไปยังกลุ่มผู้ลงทุนรายต่อไป หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่เราใช้เป็นเกณฑ์พิจารณาผู้ที่สนใจซื้อกิจการ คือต้องเป็นกลุ่มธุรกิจสัญชาติไทย ที่มีความมุ่งมั่นพัฒนาให้ Robinhood เป็นแพลตฟอร์มของคนไทยเพื่อคนไทยที่มีความแข็งแกร่งยิ่งขึ้น กลุ่มผู้ลงทุนนำโดยกลุ่มยิบอินซอย มีความแข็งแกร่งและเชี่ยวชาญในเรื่องของโซลูชันเทคโนโลยีแบบครบวงจร ที่สำคัญยังมีเจตนารมณ์ที่จะนำพา Robinhood ให้อยู่คู่กับสังคมไทยต่อไป
หุ้น SCB ดีดขึ้นกว่า 1%
หลังจากมีการเปิดเผยรายละเอียดของดีลดังกล่าว ส่งผลให้ความเคลื่อนไหวของราคาหุ้น SCB ณ วันที่ 1 ตุลาคม 2567 ปรับตัวขึ้นกว่า 1% อยู่ที่ระดับ 110 บาทต่อหุ้น ด้วยมูลค่าการซื้อขายหนาแน่น 1,776.68 ล้านบาท
บทวิเคราะห์ บล.หยวนต้า เปิดเผยว่า เดิม SCB มีแผนที่จะเลิกให้บริการแอปพลิเคชัน Robinhood ตั้งแต่ไตรมาส 2/2567 ที่ผ่านมา และได้ตั้งด้อยค่าในกรณีไปแล้ว 797 ล้านบาท และผู้บริหารประเมินว่ายังเหลือส่วนที่จะมีการตั้งด้อยค่าอีกราว 1,000 ล้านบาท ในครึ่งหลังปี 2567
ทว่าการขายธุรกิจ Robinhood ให้กับผู้สนใจรายอื่นได้สำเร็จ จะส่งผลบวกต่อ SCB เพราะช่วยลดผลกระทบจากการตั้งด้อยค่าให้ลดต่ำลง โดยขั้นต่ำคือ 400 ล้านบาทที่จะได้รับชำระทันที และมีโอกาสได้รับผลตอบแทนเพิ่มเติมหากผลดำเนินงานของ Robinhood ปรับตัวดีขึ้น
บทวิเคราะห์ บล.ฟิลลิป ให้ความเห็นตรงกันว่า การหยุดทำธุรกิจของ Robinhood จะทำให้ SCB ต้องตั้งด้อยค่าสินทรัพย์ประมาณ 2,000 ล้านบาท แต่ Robinhood ยังคงมีมูลค่าสินทรัพย์ล่าสุดอยู่ที่ประมาณ 1,000 ล้านบาท และการได้รับชำระเงินค่าหุ้น 400 ล้านบาท เป็นการชำระเบื้องต้นส่วนแรก ดังนั้น จะทำให้ SCB ต้องตั้งด้อยค่าสินทรัพย์เหลือประมาณ 600 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม หากมีส่วนเพิ่มสูงกว่าจำนวน 1,000 ล้านบาท SCB จะสามารถรับรู้กำไรจากการขายนี้ได้มากที่สุดที่ประมาณ 1,000 ล้านบาท แต่เนื่องจากผลประกอบการของ Robinhood ยังขาดทุนอยู่ จึงทำให้การรับรู้กำไรนั้นเป็นไปได้ยาก แต่การขายในครั้งนี้จะช่วยให้ SCB ลดผลขาดทุนในปี 2567 ได้ประมาณ 500-600 ล้านบาท
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- 'SCBX' ปิดดีล 2 พันล้าน ขาย 'Robinhood' ให้ 'ยิบอินซอย' ส่งต่อแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีเพื่อคนไทย
- เปลี่ยนใจ!! แอปฯ Robinhood ทำต่อ Food Delivery จากเดิมประกาศยุติบริการ 31 ก.ค.นี้
- SCB ตัดขาดทุน Robinhood ทนเจ็บช่วงสั้น แต่จะดีระยะยาว
ติดตามเราได้ที่
เว็บไซต์: https://www.thebangkokinsight.com/
Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
X:https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube:https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg