โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“พระปฐมเจดีย์” ไม่ใช่เจดีย์แห่งแรกในดินแดนที่เป็นประเทศไทยในปัจจุบัน

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 22 ต.ค. 2567 เวลา 03.24 น. • เผยแพร่ 19 ต.ค. 2567 เวลา 00.45 น.

พระปฐมเจดีย์ ไม่ใช่เจดีย์แห่งแรกในดินแดนที่เป็นประเทศไทยในปัจจุบัน

การที่ “พระปฐมเจดีย์” เจดีย์องค์ใหญ่แห่งจังหวัดนครปฐมได้ชื่อนี้มานั้น ควรเป็นเพราะองค์เจดีย์แห่งนี้เป็นเจดีย์แห่งแรกที่สร้างขึ้นก่อนที่ไหนๆ หาไม่แล้วคนคงไม่เรียกชื่อที่มีความหมายสื่อไปเช่นนั้น

แต่จากข้อมูลของคุณสุจิตต์ วงษ์เทศ จริงๆ แล้วพระปฐมเจดีย์หาใช่เจดีย์แห่งแรกที่ถูกก่อสร้างขึ้นในดินแดนที่เป็นประเทศไทยในปัจจุบันไม่ (ขออภัยที่ต้องใช้คำรุงรัง เพราะหลายท่านชอบให้แยกไทย-สยาม ก่อนไทย-ก่อนสยามให้ชัด ผู้เขียนจึงขอเทียบจากสิ่งที่เป็นปัจจุบันเพื่อความสะดวก) ด้วยดินแดนแถบนี้มีสถูปเจดีย์ทั้งร่วมสมัย และก่อนหน้าอยู่แล้ว

คุณสุจิตต์กล่าวว่า เมืองในลุ่มน้ำท่าจีนที่เก่ายิ่งกว่าเมืองนครไชยศรี หรือนครปฐมโบราณก็คือเมืองอู่ทอง ที่ตั้งอยู่ในจังหวัดสุพรรณบุรีในปัจจุบัน ด้วยเป็นชุมชนเก่าแก่มีพัฒนาการมาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ ก่อร่างเป็นบ้านเป็นเมืองมาตั้งแต่ก่อนยุคทวารวดี มีโบราณสถานที่เกี่ยวเนื่องกับพระพุทธศาสนาอยู่มากมาย

เมืองนครปฐมโบราณก้าวขึ้นมามีความสำคัญนำหน้าเมืองอู่ทองตั้งแต่ยุคหลังทวารวดีลงมา (หลัง พ.ศ. 1100) ซึ่งคุณสุจิตต์อธิบายว่า ความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเกิดขึ้นเนื่องจากปากน้ำชายทะเลร่นมาอยู่ที่นครไชยศรี ทำให้นครไชยศรีได้เปรียบ ครองความรุ่งเรืองได้อยู่หลายร้อยปี จนถึงราวๆ พ.ศ. 1600 จึงถูกทิ้งร้างไป

ถ้าพระปฐมเจดีย์ ไม่ใช่เจดีย์แห่งแรก แล้วเหตุใดจึงได้ชื่อว่า

“พระปฐมเจดีย์” ?

คุณสุจิตต์ อธิบายว่า เจดีย์องค์นี้ถูกเรียกว่า “พระปฐมเจดีย์” เป็นครั้งแรกโดยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ขณะที่พระองค์ยังผนวชอยู่ และได้เสด็จธุดงค์ไปนมัสการองค์เจดีย์ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ทั้งนี้ตามเอกสารเก่าระบุว่า

“พระปฐมเจดีย์เป็นมหาเจดีย์สถานที่บรรจุพระบรมธาตุของพระพุทธเจ้า สร้างแต่แรกพระศาสนามาประดิษฐานในสยามประเทศนี้ เก่าก่อนพระสถูปเจดีย์องค์อื่นๆ ทั้งหมด แม้มหานครเดิมอันตั้งอยู่ที่ประดิษฐานพระปฐมเจดีย์นั้นร้างกลายเป็นป่าเปลี่ยว มหาชนก็ยังเลื่อมใสไปบูชาพระปฐมเจดีย์ต่อมามิได้ขาด จึงทรงพระราชศรัทธาโปรดฯ ให้ปฏิสังขรณ์พระปฐมเจดีย์ทั่วทั้งบริเวณ…” (ประชุมพงศาวดาร ภาคที่ 2, อธิบายเรื่องตำนานวังเก่า ตอนที่ 5 ว่าด้วยสร้างวังในรัชกาลที่ 4)

ชื่อพระปฐมเจดีย์จึงถือกำเนิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 นี่เอง ซึ่งแต่เดิมมาชาวบ้านก็ไม่ได้เรียกว่า “พระปฐมเจดีย์” แต่เรียกกันว่า “พระธาตุหลวง” หรือบ้างก็เรียกว่า “พระธม” ตามที่ปรากฏหลักฐานในศิลาจารึกสุโขทัยหลักที่ 2 จารึกวัดศรีชุม

ซึ่งคุณสุจิตต์ อธิบายว่า “ธม” เป็นภาษาเขมรแปลว่าใหญ่ “พระธม” จึงหมายถึงพระธาตุองค์ใหญ่โตมโหฬารหรือพระธาตุหลวง แต่คนทั่วไปอาจจะเรียกเพี้ยนจาก “พระธม” เป็น “ประธม” หรือ “ประทม” สืบมาจนถึงยุคกรุงรัตนโกสินทร์

แต่รัชกาลที่ 4 ทรงเห็นว่าไม่ถูกต้อง “เพราะทรงมีพระราชศรัทธาเลื่อมใสว่า เป็นมหาเจดีย์ใหญ่กว่าพระเจดีย์ในประเทศสยามทุกๆ แห่ง ทั้งทรงเลื่อมใสอีกว่าเป็นของเก่าที่มีมาช้านานก่อนพระเจดีย์อื่นใดในสยามประเทศ จึงทรงเรียกชื่อว่า ‘พระปฐมเจดีย์’**”

นี่จึงเป็นที่มาของชื่อเจดีย์ใหญ่แห่งนครไชยศรี ซึ่งภายหลังเมืองนครไชยศรี ที่ถูกย้ายศูนย์กลางไปอยู่บริเวณสถานีรถไฟใกล้องค์พระปฐมเจดีย์ ก็ถูกเปลี่ยนชื่อเป็นเมือง “นครปฐม” เพื่อให้คล้องกับชื่อองค์เจดีย์สำคัญที่มีมาแต่โบร่ำโบราณ แต่ชื่อเป็นทางการที่เรียกกันติดปากในปัจจุบันเพิ่งตั้งมั่นได้ไม่นานมานี้

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

“นครปฐม และพระปฐมเจดีย์”. สุจิตต์ วงษ์เทศ. ชื่อบ้านนามเมือง ศิลปวัฒนธรรม ฉบับเมษายน 2538

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 31 มกราคม 2560

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “พระปฐมเจดีย์” ไม่ใช่เจดีย์แห่งแรกในดินแดนที่เป็นประเทศไทยในปัจจุบัน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...