โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดชีวิต LGBT ในเกาหลีใต้ ดูความหลากหลายทางเพศผ่านซีรีส์ ‘The King’s Affection’

TODAY

อัพเดต 23 ธ.ค. 2564 เวลา 10.50 น. • เผยแพร่ 22 ธ.ค. 2564 เวลา 11.42 น. • workpointTODAY

เราได้กันยินเสมอว่าสังคมเกาหลีเป็นสังคมหัวเก่า ที่ยังยึดถือแนวคิดแบบผู้ชายเป็นใหญ่ ผู้หญิงเป็นรอง ส่วนกลุ่มรักร่วมเพศนั้นไม่เป็นที่ยอมรับในเกาหลีใต้ แต่ในปีสองปีนี้มีซีรีส์ที่มีตัวละครรักร่วมเพศหรือข้ามเพศเป็นตัวนำให้เห็นบ่อยครั้งขึ้น และเนื้อเรื่องที่มีตั้งแต่การสะท้อนชีวิตของกลุ่ม LGBTQI+ หรือการ Normalise (ทำให้เป็นปรกติ) รสนิยมทางเพศที่หลากหลาย อย่างนี้มันแปลว่าสังคมเกาหลีเปิดกว้างขึ้นหรือยัง หรือภาพความเท่าเทียมที่ค่อย ๆ มีมากขึ้นจะจำกัดอยู่แค่ในจอเท่านั้น

หลายคนอาจสงสัยว่า The King’s Affection ที่เป็นเรื่องราวของ 'ดัมอี’ เด็กสาวที่เกิดมาเป็นฝาแฝดขององค์รัชทายาท แล้วดันมีเหตุที่ทำให้องค์รัชทายาทตัวจริงตาย ทำให้เธอต้องมาปลอมตัวเป็น พี่ชายฝาแฝดของตัวเอง จะสะท้อนสังคมที่เปิดกว้างขึ้นของเกาหลีใต้ได้อย่างไร เพราะฟังดูแล้วนี่มันก็เรื่องหญิงปลอมเป็นชายแล้วแอบรักกันในวังคล้ายกับ Love in the Moonlight หรือ Sungkyunwan Scandal แต่สิ่งที่น่าสนใจและต่างออกไปของ The King’s Affection คือการเบลอเส้นแบ่งของความเป็นหญิงและชายในเรื่อง และเส้นเรื่องความรักที่พระเอกตกหลุมรักแบบสุดตัวโดยที่ไม่ได้คำนึงเรื่องเพศของอีกฝ่าย อาจจะนับได้ว่าเป็นการช่วย normalise ความรักแบบไร้ขอบเขตทางเพศ และทลายกรอบของเพศหญิงและชายที่ยังฝังลึกอยู่ในสังคมเกาหลีใต้ได้เช่นกัน

The King’s Affection เล่นกับฉากที่ถูกผลิตซ้ำทุกเรื่อง เช่น ฉากที่นางเอกล้มและพระเอกมาประคอง ฉากพระเอกเอาหน้าไปใกล้ให้นางเอกใจเต้นแบบควบคุมไม่ได้ แล้วนำฉากเหล่านี้มาล้อเลียน บิด สลับเพศให้พระเอกอย่าง จองจีอุน (รับบทโดย โรอุน) กลายเป็นฝ่ายที่เขินอาย คิดมากจิตฟุ้ง จัดดอกไม้กวาดบ้านกวาดเรือน แบบที่ปรกติตัวละครหญิงมักจะเป็น ในขณะที่นางเอกในคราบรัชทายาท (รับบทโดย พัคอึนบิน) จะนิ่ง ๆ ขี่ม้า ยิงธนู ฉากเหล่านี้นอกจากจะเป็นเครื่องมือสร้างความตลกสนุกสนานให้กับเรื่องแล้วยัง อาจเป็นมองว่าเป็นการทลายกรอบ-บทบาทที่ชัดเจนของความเป็นชายและหญิงที่พบได้มากเป็นพิเศษในะซีรีส์ย้อนยุคด้วยก็ได้

นอกจากนี้การอ้างอิงถึงขงจื๊อและการกำหนดบทบาททางเพศในเรื่องยังทำให้แนวความคิดที่ความเชื่อแบบดั้งเดิมไม่ควรเป็นตัวกำหนดความผิดถูกทางเพศอีกต่อไป ซึ่งหากใครเคยอ่านประวัติศาสตร์เกาหลีมาก่อนอาจจะทราบว่าแนวคิดของขงจื๊อนี่ มีอิทธิพลกับแนวคิดแบบชายเป็นใหญ่เกาหลีใต้อย่างมากด้วยคำสอนที่สนับสนุนการเคารพกฏของชนชั้นทางสังคม และการกำหนดบทบาทของของเพศชายและหญิงอย่างชัดเจน จากทั้งฉากในตอนต้นเรื่องที่จองจีอุนกล่าวว่ารัชทายาทอีฮวีนั้นเหมือนหลุดมาจากตำรางขงจื๊อ จนถึงตอนนท้ายในการตัดสินคดีที่ดัมอีปลอมตัวเป็นรัชทายาทอีฮวี ว่า

‘ในยามขึ้นครองบัลลังก์พระองค์ทรงทุ่มเทต่อการปกครอง เพื่ออาณาจักร และราษฏร ยิ่งกว่าราชาองค์ใดในประวัติศาสตร์ เช่นนั้นแล้ว จะสามารถลงโทษพระองค์ โดยใชัเกณฑ์จากหลักคำสอนและคตินิยมเพียงอย่างเดียวได้อย่างไรเล่าพะย่ะค่ะ’ เพราะสิ่งที่เหยีดหยามประชาชนไม่ใช่การที่มีคนเพศไหนครองบัลลังก์แต่การมีคนชั่วที่กุมอำนาจอยู่ต่างหาก

อีกประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจคือการไม่ว่าซีรีส์เรื่องไหนที่มีนางเอกปลอมเป็นผู้ชาย ปมที่เจอได้บ่อยครั้ง ไม่ว่าจะในซีรีส์ย้อนยุคเหมือนเรื่องที่กล่าวถึงไปก่อนหน้านี้ หรือในยุคสมัยใหม่อย่าง Coffee Prince ฉากที่เราต้องเจอแน่ ๆ คือพระเอกนั่งกลุ้มว่า นี่เราชอบผู้ชายหรือ เราเปลี่ยนไปหรือเปล่า หรือ ทำไมเราถึงชอบผู้ชาย แต่เรื่องนี้ไม่มีเลย สิ่งที่จองจีอุนคิดมีแค่ว่าเขารักคน ๆ หนึ่งที่เป็นรัชทายาทเท่านั้น และการที่เรื่องเลือกจะทำให้พระเอกรู้ความจริงว่านางเอกเป็นผู้หญิงหลังจากที่ทั้งสองรักกันไปแล้ว ต่างกับเรื่องอื่นที่พระเอกจะรักนางเอกได้อย่างเปิดเผยและหมดใจในตอนที่รู้ หรือไปแอบรู้มาว่านางเอกเป็นผู้หญิง ก็อาจจะเป็นการสะท้อนการเปิดกว้างรับความคิดแบบความรักไม่มีเพศ

King’s Affection จึงเป็นเหมือนการทะลายกรอบเดิม ๆ ของการนำเสนอความรักและบทบาทที่ผูกไว้กับความเป็นชายและหญิงในซีรีส์เกาหลี โดยเฉพาะในซีรีส์ย้อนยุคที่มักจะเน้นความรักระหว่างชายหญิงแบบอนุรักษ์นิยม นอกจากนี้ยังเป็นคร้ังแรก ๆ ที่เราได้เห็นบทบาทของผู้หญิงในฐานะที่สูงระดับพระราชา ต่างกับเรื่องอื่นที่ผู้หญิงมักจะปลอมตัวไปเพื่อจะมีสิทธิ์ได้ตำแหน่งที่มักจะสงวนให้ผู้ชายเท่านั้น

นอกจาก The King’s Affection แล้วถ้าเราย้อนกลับไปดูที่จริงก่อนหน้านี้ก็มีภาพยนตร์หลายเรื่องที่นำเสนอเรื่องราวของเพศทางเลือกมาเรื่อย ๆ เช่นภาพยนตร์ที่มีชื่อเสียงในอดีต เช่น The King and the Clown, Antique, A Frozen Flower หรือภาพยนตร์ที่นำเสนอความรักแบบเลสเบี้ยนที่ได้รับการตอบรับอย่างดีจากทั่วโลกอย่าง Handmaiden ในปี 2016

ส่วนในฝั่งซีรีส์ก็มีตัวละครชายรักชายในซีรีส์ดังให้เห็นอยู่เรื่อย ๆ อาทิ Life is Beautiful ซีรีส์ไพร์มไทม์ที่ออกฉายเมื่อปี 2010 ทางช่อง SBS ที่นำเสนอความรักชาย-ชาย และประสบความสำเร็จอย่างดี แต่เพศทางเลือกก็มักจะต้องแบ่งเวลากับเส้นเรื่องอื่น หรือไม่ก็จะเป็นตัวละครสมทบ หรืออยู่ในเส้นเรื่องรองเสียมากกว่า

จนกระทั่งกระแสซีรีส์วาย ชายรักชายเริ่มเข้าสู่เกาหลีใต้ จนในปี 2020 When Your Eyes Linger ก็ประเดิมเป็น Boy’s Love drama หรือละครชายรักชายเรื่องแรกของประเทศ ตามมาด้วยเรื่องอื่น ๆ อย่าง Noble Man Ryu’s Wedding ซีรีส์วายย้อนยุค หรือ Colour Rush แต่ทุกเรื่องก็ยังเป็นเว็บดราม่าที่ฉายทางออนไลน์หรือฉายตาม OTT platform และจนถึงวันนี้ก็ยังไม่มีซีรีส์วายที่ฉายทางช่องหลักหรือช่อง cable

ส่วนความรักนอกเหนือจากชายรักชาย ยิ่งมีพื้นที่สื่อที่น้อยลงไปอีก จนกระทั่งในช่วง 1-2 ปีนี้เช่นกัน ที่เริ่มมีตัวละครและเส้นเรื่องที่นำเสนอประเด็นความหลากหลายทางเพศให้เห็นบ่อยครั้งขึ้นโดยที่ไม่ได้เน้นไปที่ชายรักชายอย่างเดียว

● อย่างใน Itaewon Class ที่มีตัวละครอย่าง ‘มาฮยอนอี’ ที่เป็นหญิงข้ามเพศ
● หรือ Mine ที่มีหนึ่งในเส้นเรื่องหลักที่ถ่ายทอดความสัมพันธ์แบบเลสเบี้ยนที่แสนงดงาม
● และ Nevertheless ก็มีคู่รักหญิง-หญิงด้วยเช่นกัน

Media representation ที่มากขึ้นของกลุ่มเพศทางเลือกสอดคล้องกับข้อมูลจากเซอร์เวย์ของ Statista ในปี 2019 ทีระบุว่า 67% ของผู้ตอบแบบสอบถามบอกว่าไม่มีปัญหากับการนำเสนอเรื่องเพศทางเลือกบนหน้าสื่อ และคนในช่วงวัย 20 กว่า 87% สนับสนุนให้มีการสำเสนอเกี่ยวกับเพศทางเลือกในสื่ออีกด้วย อย่างไรก็ตามนี่ยังเป็นก้าวแรก ๆ ของสื่อที่จะนำเสนอประเด็นเกี่ยวกับ LGBTQI+ เท่านั้น เพราะฉากที่แสดงความรักผ่านทางกายยังมีอยู่น้อย เมื่อเทียบกับซีรีส์เรื่องราวความรักของชาย-หญิง และยังมีนักแสดงที่ต้องเผชิญกับเสียงวิจารณ์เชิงลบจากผู้ชมบางกลุ่มเมื่อรับบท LGBTQI+ ในจอ

กลุ่มเพศทางเลือกมีพื้นที่ในหน้าสื่อก็จริงแล้วพื้นที่ในสังคมจะมีจริงหรือไม่?

หากมาดูข้อกฏหมายก็จะพบว่าที่เกาหลี ความรักร่วมเพศนั้นถูกกฏหมาย นอกจากนี้ยังสามารถแปลเพศเปลี่ยนสถานะทางเพศได้ แต่อย่างไรก็ตาม ก็ยังไม่มีกฎหมายที่ปกป้องกลุ่ม LGBTQI+ จาก การเลือกปฏิบัติ (Discrimination) ยกเว้นในการจ้างงานโดยเลือกจากเพศ และกฏหมายสมรสเท่าเทียมก็ยังดูห่างไกล

การใช้ชีวิตโดยเปิดเผยว่าเป็นเพศทางเลือกยังเป็นเรื่องที่ยากลำบากในเกาหลีใต้ บทความจากสำนักข่าว BBC ในปี 2019 ระบุว่า ในประเทศเกาหลีใต้ การเป็น LGBTQ ถูกมองว่าเป็นความพิการ ความบกพร่องทางจิต หรือเป็นคนบาปในมุมมองของคริสเตียนแนวอนุรักษ์นิยม ในบทความเดียวกัน มีบทสัมภาษณ์ของนาย ‘คิมอูซอก’ (นามสมมุติ) เกย์ชาวเกาหลีใต้ที่เล่าประสบการณ์ของเขาว่าเมื่อเขาถูกเปิดเผยว่าเป็นเกย์กลางงานกินเลี้ยงของบริษัท เขาก็โดนไล่ออกจากงานทันทีและเจ้าของร้านอาหารที่เป็นคริสเตียนนิกายโปรเตสแสตนท์ก็ไล่เขาออกจากร้าน ด้วยเหตุผลว่าความรักร่วมเพศเป็นบาปและนำมาซึ่งโรคเอดส์ การไล่ออกจะป้องกันไม่ให้คิมอูซอกแพร่ความรักร่วมเพศใส่พนักงานคนอื่น ๆ นอกจากนี้ คิมอูซอกยังต้องกลายเป็นคนไร้บ้านเพราะรสนิยมทางเพศของเขาอีกด้วย

การโดนกีดกันอย่างที่คิมอูซอกเจอไม่ใช่เรื่องแปลกในเกาหลีใต้ และทำให้หลายคนที่กลัวการเปิดเผยรสนิยมทางเพศของตัวเองเพราะพวกเขาอาจจะต้องเสียงาน อนาคต สังคม หรือแม้กระทั่งครอบครัว สะท้อนในรายงานของ The Diplomat ในปี 2019 ที่เผยว่ามีคนเพียง 15.85% เท่านั้นที่ตอบว่าพวกเขาสามารถยอมรับได้หากคนในครอบครัวเผยว่าเขามีรสนิยมรักร่วมเพศ และน้อยกว่าครึ่งตอบว่าพวกเขารู้สึกสบายใจที่จะเป็นร่วมงานหรือเป็นเพื่อนกับกลุ่มรักร่วมเพศ ซึ่งอาจจะส่งผลให้คนไม่กล้าเผยตัว สังเกตได้จากสถิติที่เผยมีคนแค่ 10.15% เท่านั้นที่บอกว่าพวกเขารู้จักคนรักร่วมเพศ

เมื่อไม่ได้รับการยอมรับจากสังคม ก็ทำให้มี LGBTQ มากมายที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ด้วยความหวาดกลัว Between Friends องค์กรที่เรียกร้องสิทธิให้กลุ่ม LGBTQ เปิดเผยผลโพลจัดทำโดย National Human Rights Commission of Korea พบว่า 92% ของกลุ่ม LGBTQ กังวลว่าพวกเข้าจะตกเป็นเป้าของอาชญากรรมที่เกิดจากความเกลียดชัง (Hate Crime) ทั้งความรุนแรง การไม่ได้รับการยอมรับจากครอบครัว และปัญหาที่รุมเร้าทำให้หลายคนตัดสินจบชีวิตตัวเอง จากเซอร์เวย์ในกลุ่มวัยรุ่น LGBTQ ระบุว่ากว่า 45% เคยพยายามฆ่าตัวตายและ 53% เคยพยายามทำร้ายตัวเอง

และถึงการเป็นเพศทางเลือกจะไม่ผิดกฏหมายข้างนอกแต่ในค่ายทหารนั้นต่างออกไป เพราะการมีเซ็กส์ทางทางทวารหนักขอระหว่าเจ้าหน้าที่ชายนั้นมีโทษสูงสุดถึง 2 ปี และแม้อาชีพทหารอาจจะเป็นความฝันของคนหลายคน แต่สำหรับคนข้ามเพศแล้วเป็นฝันที่เกินเอื้อม เช่นเดียวกับ ‘บยอน ฮีซู’ นายทหารที่โดนไล่ออกจากตำแหน่งในกองทัพหลังจากที่เขาเข้ารับการผ่าตัดแปลงเพศเป็นเพศหญิง โดยเหตุผลของการถอดถอนระบุว่าการเข้าผ่าตัดอวัยวะเพศชายออกทำให้เขาจัดเป็นผู้พิการทางร่างกายหรือจิตใจ การตัดสินที่ไม่เป็นธรรมส่งผลให้เขาฆ่าตัวตายในเวลาถัดมา ก่อนศาลจะตัดสินมาว่าเป็นการสั่งปลดที่ไม่เป็นธรรม

นี่เป็นเพียงเรื่องราวแสนเศร้าบางส่วนที่กลุ่มคนข้ามเพศในเกาหลีใต้ต้องเผชิญ เพราะยังมีคนบางกลุ่มที่ต่อต้านความหลากหลายทางเพศอย่างรุนแรง เช่นกลุ่มคริสเตียนนิกายโปรเตสแตนท์อนุรักษ์นิยมบางกลุ่มที่ออกมาประท้วงที่ ไพรด์พาเหรดด้วยความเชื่อที่ว่าเขากำลังช่วยกลุ่มรักร่วมเพศจากการลงนรก และกลุ่มศาสนาคืออุปสรรคใหญ่ที่สุดสำหรับการเรียกร้องสิทธิของกลุ่ม LGBTQI+ ในเกาหลีใต้เพราะแรงต้านจากกลุ่มเหล่านี้ สามารถปัดให้ร่างกฎหมายต่อต้านการเลือกปฏิบัติที่ถูกเสนอหลายต่อหลายครั้งในปี 2007, 2010 และ 2013 ตกโต๊ะไปได้

ทุกวันนี้ LGBTQ หลายคนยังต้องใช้ชีวิตหลบซ่อน แต่ความเปลี่ยนแปลงของมุมองในโลกและหน้าสื่ออาจจะทำให้พวกเขารู้สึกได้ว่าความเปลี่ยนแปลงที่ดีกำลังใกล้เข้ามาทุกที สะท้อนผ่านการที่คนไม่ค่อยปิดหน้าด้วยหน้ากากและแว่นกันแดดอีกต่อไปเมื่อเดินขบวนใน Pride Parade ต่างกับปีแรก ๆ

เหตุการณ์เหล่านี้สอดคล้องกับเซอร์เวยของ Korea Institute of Public Administration ในปี 2018 ที่แบบสอบถามกลุ่มตัวอย่างกว่า 8,000 คน เปิดเผยกว่ากลุ่มคนที่ไม่ยอมรับการรักร่วมเพศ ร่วงลงไปต่ำกว่า 50% เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ และรายงานในปี 2019 ก็ยังระบุอีกว่า 44% ของชาวเกาหลีใต้ คิดว่าความรักร่วมเพศควรเป็นที่ยอมรับในสังคม ซึ่งเปอร์เซ็นต์เยอะขึ้นกว่าปี 2002 เกือบ 20% และ
หลังจากการล็อบบี้มานานหลายปี ขณะนี้มีร่างพระราชบัญญัติต่อต้านการเลือกปฏิบัติสี่ฉบับอยู่ในการพิจรณาของหน้าคณะกรรมการฝ่ายนิติบัญญัติของรัฐสภา และมีเสียงสนับสนุนจากประชาชนจำนวนมาก

https://youtu.be/55RkU8rTocs

ฉะนั้นถึงแม้จะช้ากว่าญี่ปุ่นหรือไต้หวัน แต่ความเปลี่ยนแปลงและสิทธิที่เท่าเทียมของกลุ่ม LGBTQI+ ในเกาหลีใต้จะต้องมาถึงอย่างแน่นอน และการสนับสนุนของสื่อและประชาชนจะเป็นหนึ่งในแรงสำคัญที่จะกำหนดความเปลี่ยนแปลงนี้ในเกาหลีใต้

อ้างอิง
● http://www.koreaherald.com/view.php?ud=20200622000760
● https://www.kpopmap.com/4-korean-bl-dramas-that-started-the-genre-in-korea/
● https://www.statista.com/statistics/1131189/south-korea-opinions-on-lgbt-representation-in-the-media/
● http://www.koreaherald.com/view.php?ud=20200622000760
● https://www.equaldex.com/region/south-korea
● https://www.bbc.com/news/world-asia-49751410
● https://thediplomat.com/2019/03/whats-behind-south-koreas-persistent-lgbt-intolerance/
● https://www.nytimes.com/2019/07/10/world/asia/south-korea-army-gay.html
● https://www.theguardian.com/world/2021/mar/04/south-koreas-first-transgender-soldier-found-dead
● https://www.theguardian.com/world/2021/mar/04/south-koreas-first-transgender-soldier-found-dead
● https://www.thechicagocouncil.org/commentary-and-analysis/blogs/south-koreans-becoming-more-accepting-lgbtq-community
● https://www.wordswithoutborders.org/dispatches/article/lgbt-korea-on-film-anonymity-and-representation
● https://journals.sagepub.com/doi/pdf/10.1177/21582440211031886
● https://time.com/6094503/south-korea-lgbtq-discrimination/

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...