เปิดใจ "หมอโบว์" ปั๊มหัวใจช่วยชีวิตช้างป่าแม่ลูกอ่อน
เปิดใจ “หมอโบว์” ปั๊มหัวใจช่วยชีวิตช้างป่าแม่ลูกอ่อน
ภาพหญิงสาวร่างเล็ก ร้องตะโกนโหวกเหวก และพยายามใช้กำลังทั้งหมดที่มีอยู่กดไปตามลำตัว ช้างป่าตัวใหญ่ที่นอนนิ่งไม่ไหวติงกลางสายฝน ถูกเผยแพร่ผ่านคลิปข่าว กระจายไปทั่วโลกโซเชียล
ผู้คนพากันลุ้นระทึก ส่งแรงใจให้หญิงสาว สามารถ กระชากชีวิต ร่างใหญ่ไร้สติตรงหน้าให้ฟื้นคืนมาได้อีกครั้ง
“ตอนนั้นกังวลหลายอย่างมาก ทั้งลูกช้างที่ยังอยู่ในหลุม และแม่ช้าง ซึ่งดุมากและหวงลูกมากตามธรรมชาติของช้างแม่ลูกอ่อน แต่พอนาทีที่เห็นเขาหมดสติเพราะฤทธิ์ยาซึมที่เราฉีดเข้าไป ต้องทำทุกวิธีให้เข้าฟื้นขึ้นมาก่อน” สัตวแพทย์หญิง(ส.พญ.) ชนัญญา กาญจนสาขา สัตวแพทย์ประจำอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช หรือ หมอโบว์ เล่าให้ “มติชนออนไลน์” ฟัง
จากเหตุการณ์เข้าไปช่วย ช้างป่าแม่ลูกในรีสอร์ตแห่งหนึ่งใกล้กับอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ โดยลูกช้างอายุประมาณ 1 ปี ตกบ่อพักท่อระบายน้ำ ที่มี ลึกราวๆ 2 เมตร กว้าง 2 เมตร ยาว 3 เมตร ไม่สามารถขึ้นมาเองได้ ซึ่งแม่ช้างเดินไปเดินมาอยู่บริเวณปากหลุมไม่ยอมไปไหน และไม่ยอมให้ใครเข้าไปใกล้ พร้อมกันนั้นทั้งแม่ทั้งลูกยังร้องหากันเสียงดังลั่นบริเวณ
ยิ่งกว่าน่าเวทนาและบีบหัวใจทีมงานที่เข้าไปช่วยยิ่งนัก
หมอโบว์ ทีมชุดผลักดันช้างป่าตำบลสาริกา บดินทร์ จันทรศรีคำ หรือลุงหมู สาลิกา ผู้ก่อตั้งชมรมฅนรักสัตว์-ป่า และผู้ก่อตั้งทีมอาสาช่วยเหลือสัตว์ป่าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ รวมไปถึงเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ได้ร่วมวางแผนการ สำหรับการช่วยเหลือครั้งนี้
โดยแบ่งการทำงานออกเป็น 3 ชุดคือ 1. ชุดขึ้นเขาเพื่อทำแนวป้องกันโขลงช้างที่จะตามออกมาจากป่า เพื่อช่วยแม่ลูกคู่นี้ ตามเสียงร้องขอ โดยให้มีรัศมีห่างจากจุดเกิดเหตุ ประมาณ 1 กิโลเมตร 2. ชุดหมอโบว์ที่จะแบ่งย่อยออกเป็นอีก 3 ทีม โดยแบ่งเป็นทีมยิงยาสลบ ทีมคอยเฝ้าระวัง และทีมคอยตรวจสอบพฤติกรรมของสัตว์ และ ชุดที่ 3. คือชุดหลังจากที่หมอโบว์ส่งสัญญาณว่าสามารถเข้าทำงานได้คือทีมที่จะเข้าไปช่วยเอาลูกช้างขึ้นมาจากบ่อ
“ทีมหมอเตรียมยาซึมเอาไว้ 3 หลอด เป็นหลอดใหญ่ 1 หลอด และหลอดเล็กอีก 2 หลอด ช้างตัวแม่นั้นดุมาก เราต้องสะกัดไม่ให้แม่ช้างเข้าใกล้ลูกก่อนถึงจะช่วยลูกช้างในหลุมได้ ยิงยาไปหลอดแรก สำเร็จ กำลังจะยิงอีกหลอดปรากฏว่า ปืนขัดลำกล้อง แต่เห็นว่า เริ่มซึมแล้ว จึงยิงอีกหลอดที่เป็นหลอดเล็กตามไป แม่ช้างอยู่ในอาการซึมและยืนเฝ้าลูกอยู่ที่ขอบบ่อก่อนที่หน้าจะทิ่มลงไปในบ่อที่ลูกช้างอยู่
โดยส่วนหัวชนกับขอบบ่อ ขาหน้าลงไปในบ่อ ส่วนช่วงขาหลังทั้งสองข้าง พาดอยู่บนขอบบ่ออีกฝั่ง โดยมีลูกช้างอยู่ใต้ท้องแม่ช้างและได้กินนมจากเต้าแม่หลังจากไม่ได้กินนมมาตลอดทั้งคืน จากนั้นรถกระเช้าองค์การบริหารส่วนตำบลสาลิกาได้เคลื่อนมายังขอบบ่อ เจ้าหน้าที่เร่งใช้สายพานขนาดใหญ่ มาคล้องลำตัวแม่ช้าง เพื่อยกให้ขึ้นจากบ่อเนื่องจากกังวลว่างวงแม่ช้างที่ปักลงไปในบ่อจะทำให้แม่ช้างขาดอากาศหายใจ” หมอโบว์ กล่าว
และบอกว่า เมื่อช่วยแม่ช้างขึ้นมาจากบ่อได้แล้ว ปรากฏว่า แม่ช้างหมดสติ ก็พยายามกระตุ้นเพื่อให้แม่ช้างมีสติกลับมา
“ลักษณะที่เห็นหมอกับเจ้าหน้าที่อีกคนพยายามปั๊มหัวใจแม่ช้างนั้น อาจจะดูเหมือนการทำ พีซีอาร์ในคน แต่จริงๆแล้ว ช้างนั้นตัวใหญ่มาก การทำซีพีอาร์แบบคนจะไปไม่ถึง เพราะช่องอกช้างกว้าง และลึกลงไปมาก แต่ทำแบบนั้นจะเป็นการกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด กระตุกให้ช่องอกกระเพื่อม ก็ช่วยได้ในระดับหนึ่ง บวกกับที่ลูกช้างซึ่งขึ้นมาจากหลุมได้พอดีวิ่งเข้ามาดูดนมแม่ บวกกับยาที่ก่อนหน้าที่เราฉีดให้ฟื้นจากอาการซึมออกฤทธิ์ด้วย แม่ช้างจึงฟื้นคืนมาได้”
“พอเขาฟื้น ทีมหมอ ทีมช่วยเหลือก็กระจายกันคนละทีเลย เพราะธรรมชาติช้างเขาดุ และหวงลูกเขาอยู่ เราก็ได้แต่มองเขาพากันเดินเข้าป่า ดีใจ ค่ะ ซึ่งเชื่อว่า หมอทุกคนของกรมอุทยานฯก็เป็นแบบนี้ เรามีทีมที่ดี และผู้สนับสนุนที่พร้อมจะทำงานตลอดเวลาค่ะ”
หลังจากนี้ต้องทำอย่างไรต่อไป ยังต้องติดตามดูอาการ ช้างป่าแม่ลูกคู่นี้ไหม
ส.พญ.ชนัญญา กล่าวว่า ยังต้องติดตามดูอยู่ โดยเวลานี้ชุดติดตามร่องรอยช้างป่าของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ได้ติดตามสังเกตพฤติกรรมอยู่ห่างๆ
“ตอนแรกเรากังวล ในประเด็น ยาซึม และยาแก้ซึม ว่าจะส่งผลอะไรกับลูกช้างที่ยังกินนมแม่หรือเปล่า แต่จากร่องรอยที่ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ที่ตามรอยเข้าไปในป่า ยังไม่เห็นอะไรที่น่ากังวล ทั้งนี้ยาจะถูกขับออกมาเองตามธรรมชาติทางฉี่ ภายใน 24-48 ชั่วโมง ซึ่งภายใน วันสองวันนี้ก็จะถูกขับออกหมดไป และไม่น่าจะมีผลกับลูกช้าง”หมอโบว์ กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
คลิปช่วยชีวิตช้างป่าแม่ลูกอ่อน