โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“มูดีส์” ชี้ไทยมีนโยบาย “เศรษฐกิจ-ทุนสำรอง“ ระดับดีพอใช้! คงเครดิต ลดมุมมองเป็น Negative

ข่าวหุ้นธุรกิจ

เผยแพร่ 29 เม.ย. 2568 เวลา 16.14 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (29 เม.ย. 68) "มูดี้ส์ เรทติ้งส์" บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ ประกาศปรับแนวโน้มเครดิตประเทศไทยเป็น “เชิงลบ” จากเดิม “มีเสถียรภาพ” โดยยังคงอันดับเครดิต Baa1 และคงอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศของประเทศไทยที่ระดับ P-2

สำหรับการปรับแนวโน้มเป็น “เชิงลบ” นั้น "มูดีส์" ประเมินว่าเศรษฐกิจและสถานะการคลังของประเทศไทยมีความเสี่ยงที่จะอ่อนแอลงในอนาคต จากมาตรการภาษีศุลกากรจากสหรัฐฯจะส่งผลกระทบอย่างมากต่อการค้าโลก และการเติบโตของเศรษฐกิจโลกซึ่งจะกระทบต่อไทย

นอกจากนี้ความไม่แน่นอนหลังจากช่วงผ่อนผัน 90 วัน สหรัฐฯจะมีการเก็บภาษีเพิ่มเติมต่อไทยและประเทศอื่น ๆ หรือไม่ ความไม่แน่นอนนี้จะซ้ำเติมการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของไทย ซึ่งยังอ่อนแอหลังโควิด-19 และอาจลดศักยภาพการเติบโตของเศรษฐกิจในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม “มูดีส์” ยังคงอันดับเครดิต Baa1 เพราะโครงสร้างสถาบันของไทยยังคงแข็งแกร่ง และมีนโยบายการเงินการคลังที่พอใช้ได้ แม้หนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นแต่ยังอยู่ในระดับที่จัดการได้ และประเทศไทยยังมีทุนสำรองเงินตราต่างประเทศแข็งแกร่ง

ส่วนเพดานอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศและสกุลเงินต่างประเทศของไทยยังคงไม่เปลี่ยนแปลงที่ Aa3 และ A1 ตามลำดับ ความแตกต่างระหว่างเพดานอันดับเครดิตภายในประเทศและอันดับเครดิตภายในประเทศ 4 อันดับ สะท้อนถึงความสมดุลระหว่างดุลยภาพภายนอกที่แข็งแกร่งของประเทศกับสถาบันที่มีประสิทธิภาพ เมื่อเทียบกับฐานเศรษฐกิจที่ค่อนข้างสูงของรัฐบาลและความเสี่ยงทางการเมืองที่อยู่ในระดับปานกลาง

โดยช่องว่างระหว่างเพดานอัตราแลกเปลี่ยนกับเพดานอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศจะพิจารณาถึงประวัติศาสตร์ของไทยในการควบคุมเงินทุน แม้ว่าภาระหนี้ต่างประเทศและประสิทธิภาพด้านนโยบายที่สูงจะลดความเสี่ยงจากการโอนและการจำกัดการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์

ทั้งนี้ หากพิจารณาการจัดอันดับของ "มูดีส์" จะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน เริ่มจาก 1. อันดับความน่าเชื่อถือของประเทศ หรือที่มักจะเรียกกันว่า Sovereign Credit Rating ที่จะบอกถึงความสามารถในการชำระคืนเงินต้นและดอกเบี้ยที่ครบกำหนด อันดับเครดิตจะถูกกำหนดจากปัจจัยสำคัญ ๆ หลายส่วน โดย ณ ขณะนี้ "มูดีส์" ยังคงอันดับของไทยไว้ที่ Baa1 ซึ่งเป็นการบ่งชี้ว่าสถานการณ์ในปัจจุบันของประเทศไทยยังไม่มีเหตุใดที่น่ากังวลจนนำไปสู่การปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือ

2.แนวโน้มอันดับความน่าเชื่อถือ หรือที่เรียกกันว่า Outlook ซึ่งจะเป็นสัญญาณที่ใช้บ่งชี้ถึงความเป็นไปได้ในอนาคตของประเทศ ในอีก 6-12 เดือนข้างหน้าเป็นอย่างน้อย หากพิจารณาสถานการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นในเวลานี้ ถือว่ายังมีความไม่แน่นอนสูง หรือเป็นไปตามที่สถาบันจัดอันดับกังวลไว้ ก็อาจนำไปสู่การปรับลด Sovereign Credit Rating ได้ อย่างไรก็ตาม การปรับ Outlook ของสถาบันจัดอันดับนั้นสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ขึ้นอยู่กับพัฒนาการของประเทศนั้น ๆ

ดังนี้หากพิจารณาการประเมินของ "มูดีส์" ที่ออกมาล่าสุดจะเห็นได้ว่า เศรษฐกิจไทยในขณะนี้ยังไม่มีอะไรที่น่าเป็นห่วง จึงเป็นที่มาที่มีการคงเครดิต Baa1 แต่อาจมีปัจจัยอื่นๆที่ไม่อาจคาดเดาได้ว่าผลออกมาจะเป็นอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นมาตรการทางภาษีของสหรัฐ และการเจรจาที่จะเกิดขึ้นระหว่าง 2 ประเทศ ซึ่งเรื่องที่กล่าวมานี้ล้วนเป็นความไม่แน่นอนที่คาดเดาไม่ได้ จึงเป็นเรื่องปกติที่สถาบันประเมินเครดิตจะมองแนวโน้มของไทยว่าอยู่ในความเสี่ยง และจำเป็นต้องปรับลดแนวโน้มเครดิตประเทศลง แต่หากสถานการณ์ดีขึ้น หรือมีปัจจัยเชิงบวกเข้ามา ก็อาจส่งผลให้การประเมินแนวโน้มเครดิตประเทศมีมุมมองเชิงบวกได้อีกครั้ง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...