โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“กรณ์” เตือน ขายหุ้น ช่วง panic มีแต่เสียกับเสีย

การเงินธนาคาร

อัพเดต 05 เม.ย. 2568 เวลา 17.15 น. • เผยแพร่ 05 เม.ย. 2568 เวลา 10.15 น.

กรณ์ จาติกวณิช เตือนใคร ขายหุ้น ช่วง panic มีแต่เสียกับเสีย แชร์พอร์ตส่วนตัว เพิ่มสัดส่วนทองคำและ Swiss Franc บ้างเล็กน้อย แต่ balance portfolio ยังคงอยู่

กรณ์ จาติกวณิช ประธานกรรมการและกรรมการอิสระ บริษัท หลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน (บลน.) ฟินโนมีนา จำกัด ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว เกี่ยวกับสถานการณ์ตลาดหุ้นทั่วโลกที่ปั่นป่วนอยู่ในขณะนี้ว่า

เวลาหุ้นตกแบบช่วงนี้ สิ่งที่ยากมากคือการมองอนาคต ทุกคนมีคำถามว่า ลงมาเยอะขนาดนี้แล้วจะลงไปอีกเท่าไร?

ผมไม่มีคำตอบ เพราะความผันผวนจากท่าทีของทรัมป์นั้นประเมินยากมาก แต่ผมยังเชื่อว่า หากพอร์ตของคุณมีความ balance อยู่แล้ว (กระจายความเสี่ยงตามประเทศ และประเภทสินทรัพย์) ดีที่สุดตอนนี้คืออย่าทิ้งพอร์ต ปรับเล็กปรับน้อยได้

“ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาหุ้นอเมริกันลงแรงก็จริง แต่ยุโรปและจีนกลับปรับขึ้นอย่างเหนือความคาดหมาย (ทองคำอีก) เอาว่าแทบไม่มีเซียนคนไหนคาดการณ์ได้เลย”

เปิดข้อมูลประวัติศาสตร์เพื่อเป็นกำลังใจ

กรณ์ เปิดเผยว่าช่วง Covid ตลาดหุ้นอเมริกา S&P500 ปรับลดลง 34% ภายในเพียง 23 วัน ช่วงนั้นทุกคนให้ความสำคัญกับ Vix index ที่เป็นตัววัดความผันผวน เพราะไม่เคยมี volatility สูงเท่านั้นมาก่อน

แต่ภายในไม่ถึงปี ตลาดไม่เพียงแค่ฟื้น แต่ได้ปรับเพิ่มขึ้น 78% จากจุดตํ่าสุด

ใครขายช่วง panic มีแต่เสียกับเสีย

ทุกครั้งที่มีสถานการณ์ที่ทำให้หุ้นลงแรงๆ (หรือขึ้นแรงๆ) จะต้องมีคำอธิบายว่า ‘ครั้งนี้ไม่เหมือนเดิม‘ ครั้งนี้มีเหตุผลอะไรบางอย่างที่แตกต่างที่จะทำให้หุ้นขึ้น/ลง ต่อไป

แต่ในช่วงชีวิตผม (และก่อนหน้านั้น) เราได้เห็นตลาดหุ้น (อเมริกา) ฟื้นจากเหตุการณ์ผิดปกติครั้งแล้วครั้งเล่า ตั้งแต่ยุค Great Depression, สงครามโลก, อภิมหาเงินเฟ้อในยุค ‘70’s, Black Monday ‘87, dotcom bust, Great Recession’08 และ Covid

ผมขอยืนยันจากประสบการณ์ตั้งแต่ Black Monday ว่าแต่ละวิกฤติ ความรู้สึกของเราในขณะนั้นคือมืดมน มองไม่เห็นทางออก แต่แล้วก็มีทางออกทุกครั้ง

คราวนี้ผมได้พบสถิติที่น่าคิดมาก และเป็นเหตุผลที่ทำให้เราควรต้องชั่งใจว่าควรจะเทรดเข้าออกดีหรือไม่

นาย David Booth (เป็นผู้ก่อตั้งกองทุน Dimension Funds) ได้เขียนบทความลงหนังสือพิมพ์ Financial Times ว่า เงินลงทุน 10,000 USD ในดัชนีตลาดหุ้นอเมริกาในต้นปี 2000 ได้เพิ่มเป็น 66,038 USD ณ สิ้นปี 2024

แต่ในช่วง 25 ปีนั้น หากคุณถอนเงินออกไปเพียงแค่ 1 อาทิตย์ระหว่างวันที่ 20-28 พฤศจิกายน 2008 มูลค่าพอร์ทคุณในช่วง 25 ปีที่ว่าจะลดลงเหลือ 55,114 USD ทันที

และหากคุณดันถอนเงินออกไปในช่วง 3 เดือนที่ร้อนแรงที่สุด April-June 2020 มูลค่าพอร์ทจะเหลือเพียง 46,554 USD

หมายความว่า ตลอด 25 ปี หากคุณถอนเงินผิดจังหวะไปแค่ 3 เดือนเศษ ผลตอบแทนคุณจะหายไปถึงกว่า 30%

คือการถอนเข้าถอนออกเสี่ยงต่อการสูญเสียกำไรอย่างมาก

“แต่ผมอยากเสริมว่าสมมุติฐานสำคัญในทฤษฎีนี้คือ fundamental (ปัจจัยพื้นฐาน) ของเศรษฐกิจของประเทศต้องยังดี และที่สำคัญกลไกตลาดต้องยังทำงาน”

นี่คือความต่างในช่วงที่ผ่านมาระหว่างอเมริกากับไทย หรือประเทศอื่นๆ เช่นอังกฤษ และเป็นคำอธิบายว่าทำไมของไทย เกือบ 30 ปีจากต้มยำกุ้งแล้วเรายังไม่ไปไหน

คราวนี้กลับมาที่ปัจจุบัน คำถามคือ คุณคิดว่าทรัมป์ จะเปลี่ยนอเมริกาอย่างถาวรในทางที่ไม่ดีหรือไม่?

ถ้าคำตอบคือ‘ไม่’ ก็อดทนเอาไว้ ถ้าคิดจริงๆว่า‘จบแล้วอเมริกา’ ก็ขายหุ้นสหรัฐฯ ไปซื้อทอง

“ส่วนตัวผมเพิ่มสัดส่วนทองคำและ Swiss Franc บ้างเล็กน้อย แต่ balance portfolio ยังคงอยู่”

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ ตลาดหุ้นทั้งไทยและเทศ ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...