โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

เศรษฐกิจไม่ฟื้นตัว ทำธุรกิจสร้างบ้านปี 67 รายได้ลดฮวบ 20%

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 17 ก.พ. 2568 เวลา 18.20 น. • เผยแพร่ 17 ก.พ. 2568 เวลา 11.20 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

กรุงเทพฯ 17 ก.พ.- สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน เผยธุรกิจสร้างบ้าน ปี 67 รายได้ลดฮวบ 20% เหตุเศรษฐกิจลงยังไม่ฟื้นตัว ชี้ กทม. ครองแชมป์สร้างบ้านสูงสุด 5.1 หมื่นล้านบาท เสนอรัฐกระตุ้นการบริโภค-การเมืองเสถียรภาพ-แก้กฎหมายแรงงานต่างด้าว มองบ้านเพื่อคนไทย-จีนเทาศูนย์เหรียญ ไม่กระทบธุรกิจสร้างบ้าน

นายอนันต์กร อมรวาที นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน เปิดเผยว่า สถิติการรับสร้างบ้านในปี 2567 โดยแบ่งเป็นรายพื้นที่ ได้แก่ กรุงเทพฯ และปริมณฑล 24.37% มูลค่า 51,421 ล้านบาท และต่างจังหวัด 75.63% มูลค่า 159,579 ล้านบาท ที่กระจายอยู่ในทุกภูมิภาคทั่วประเทศ ภาพรวมตลาดปี 2567 มีมูลค่าประมาณ 211,000 ล้านบาท ซึ่งลดลงจากปีก่อนหน้า 20% มาจากปัจจัยคนไทยสร้างบ้านเองลดน้อยลง โดยการสร้างบ้านในพื้นที่ กทม. ลดน้อยลงมากกว่าต่างจังหวัด สถิติการรับสร้างบ้านในปี 2567 โดยแบ่งเป็นรายพื้นที่ ได้แก่ กรุงเทพฯ และปริมณฑล 24.37% มูลค่า 51,421 ล้านบาท และต่างจังหวัด 75.63% มูลค่า 159,579 ล้านบาท ที่กระจายอยู่ในทุกภูมิภาคทั่วประเทศ

ขณะที่มูลค่าตลาดรับสร้างบ้านในส่วนของสมาชิกสมาคมฯ อยู่ที่ราว 10,000 ล้านบาท ส่วนใหญ่อยู่ใน กทม-ปริมณฑล ยังอยู่ในภาวะทรงตัว เนื่องจากขาดปัจจัยสนับสนุนที่ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นอัตราดอกเบี้ยที่จูงใจ ความเชื่อมั่นผู้บริโภคต่อภาวะเศรษฐกิจ ตลอดจนภาระหนี้สินครัวเรือนที่เพิ่มขึ้น

ส่วนกรณีที่สภาพัฒน์ มองว่าในปี 2568 หากรัฐบาลต้องการให้จีดีพีไปแตะระดับ 3.5% ควรต้องมาตรการเสริมการลงทุนและกระตุ้นการบริโภค โดยเฉพาะการลงทุนภาคเอกชน นั้น มองว่าไม่ว่าเศรษฐกิจจะถดถอยหรือเติบโต ธุรกิจรับสร้างบ้านก็ไม่ได้ถดถอยตาม แต่ยอมรับว่า คนที่จะสร้างบ้านในปัจจุบัน ชะลอการตัดสินใจสร้างบ้านลงบ้าง อย่างไรก็ตาม ถือว่าได้รับผลกระทบน้อยมาก ดังนั้น ในปี 2568 มองว่าน่าจะเติบโตใกล้เคียงกับปี 2567 โดยเทรนด์การสร้างบ้านในปี 2568 คือ การผสมผสานระหว่างความทันสมัยและธรรมชาติเข้าด้วยกันอย่างลงตัว เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างพื้นที่อยู่อาศัยที่ทั้งสวยงามและยั่งยืน

อย่างไรก็ตาม มีข้อเสนอต่อภาครัฐถึงมาตรการในการกระตุ้นภาคการบริโภค การเมืองต้องมีเสถียรภาพ แก้ไขข้อจำกัดกฎหมายแรงงาน เพื่อให้แรงงานต่างด้าวสามารถเข้ามาทำงานได้อย่างถูกต้องง่ายขึ้น ตามขั้นตอนทางกฎหมาย

นายอนันต์กร ยังให้ความเห็นถึง โครงการบ้านเพื่อคนไทย ไม่มีผลต่อตลาดรับสร้างบ้าน เนื่องจากอยู่คนละกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งบ้านเพื่อคนไทยเน้นกลุ่มเป้าหมายเพื่อคนมีบ้านหลังแรก รายได้ไม่สูงมาก แต่บริษัทฯ ที่เป็นสมาชิกสมาคมฯ มีกลุ่มเป้าหมายมูลค่าบ้านตั้งแต่ 2-3 ล้านบาทขึ้นไปจนถึง 100 ล้านบาท

รวมถึงกระแสข่าวการปรับเงื่อนไขบ้าน BOI จูงใจเอกชนร่วมบ้านเพื่อคนไทย มองว่าไม่กระทบเช่นกัน เนื่องจากเป็นคนละกลุ่มกับบริษัทรับสร้างบ้านของสมาคมฯ โดยบ้านลูกค้าของบริษัทฯ ในสมาคมเป็นเจ้าของมีที่ดินเป็นของตนเอง

กรณีต่างชาติ หรือ กลุ่มจีนเทา ลงทุนธุรกิจครบวงจรในไทย (อสังหาฯ ศูนย์เหรียญ) นายอนันต์กร มองว่า ไม่กระทบต่อบริษัทฯ สมาชิกสมาคม แต่น่าจะกระทบกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มากกว่า.-516-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...