เคยจนเลยเข้าใจ! หมอใจดี สอนเด็กดีดพิณฟรี หลังคลินิกปิด
ปลื้มอ่ะ! คุณหมอใช้เวลาว่างจากการตรวจรักษาคนไข้ ภายในคลินิคของตนเอง รับสอนดีดพิณให้กับเด็กๆ ฟรีทุกวันอาทิตย์
เรื่องนี้เกิดขึ้นที่ จังหวัดยโสธร ค่ะ
วันนี้ (18 ก.พ.68) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่คลินิกหมอทรงพล ตั้งอยู่ริมถนนอรุณประเสริฐในตัวอำเภอป่าติ้ว จังหวัดยโสธร ซึ่งเป็นคลินิกเวชกรรมเปิดรับรักษาคนไข้ทั่วไป โดยมี นายแพทย์ทรงพล ยืนสุข หรือ หมอยีนส์ เจ้าของคลินิก นอกจากได้ตรวจรักษาคนไข้ภายในคลินิกตามปกติแล้วยังได้ใช้เวลาว่างหลังจากปิดคลินิก ในช่วงเวลาประมาณ 11.00 – 12.00 น.ทุกวันอาทิตย์ รับสอนดีดพิณให้กับเด็กๆ ที่สนใจเรียนดีดพิณได้เข้าไปเรียนดีดพิณได้ฟรี
ซึ่งก็ได้มีเด็กๆ ในพื้นที่ของอำเภอป่าติ้ว จังหวัดยโสธร ให้ความสนใจเข้าไปเรียนดีดพิณกับหมอยีนส์เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จากเปิดสอนครั้งแรกมีเด็กไปเรียนแค่ 2 คน จนล่าสุดมีเด็กๆ สนใจเข้าไปเรียนถึง 10 คน โดยเด็กที่ไปเรียนดีดพิณมีอายุตั้งแต่ 7 – 13 ปี และหมอยีนส์ได้เปิดสอนดีดพิณให้กับเด็กๆ มาแล้วประมาณ 1 เดือน
หมอยีนส์ บอกว่า ตนมีความชื่นชอบการดีดพิณมาตั้งแต่สมัยยังเป็นเด็ก เวลามีงานบุญในหมู่บ้านก็จะมีคณะกลองยาวไปร่วมขบวนแห่ ซึ่งก็จะมีการดีดพิณประกอบเสียงกลองยาวในขบวนแห่ ตนก็จะปั่นจักรยานตามไปดูตามประสาเด็ก แล้วก็จะจดจำจังหวะทำนองแล้วนำกลับมาฝึกดีดพิณด้วยตนเอง จนสามารถดีดได้ตั้งแต่อายุประมาณ 13 ปี และเคยร่วมดีดพิณกับคณะกลองยาวภายในหมู่บ้านมาก่อนด้วย
จนกระทั่งตนเองไปเรียนแพทย์ที่มหาลัยขอนแก่น 6 ปี ก็ไม่ได้ดีดพิณอีกเลย เพราะให้เวลากับการเรียนแพทย์มากกว่า หลังจากเรียนจบกลับมาทำงานใช้ทุนจนหมดแล้วและขณะนี้ก็ได้ลาออกจากราชการแล้ว เพราะต้องใช้เวลาดูแลคลินิกของตน จึงได้ไปเรียนดีดพิณอย่างจริงจังกับอาจารย์อาคม ทับถนน ที่จังหวัดอุบลราชธานี จนมีความเชี่ยวชาญในการดีดพิณจึงคิดว่าเราจะใช้ความรู้ความสามารถที่เรามีช่วยสอนดีดพิณให้กับเด็กๆ ที่สนใจดีดพิณ
ตนคิดว่าเด็กๆ ตามชนบทหลายคนมีต้นทุนชีวิตที่ไม่เหมือนกัน หลายคนมีฐานะยากจนซึ่งตนก็มาจากครอบครัวที่ยากจน จึงอยากจะช่วยเหลือเด็กๆ กลุ่มนี้ จึงได้ใช้เวลาว่างหลังจากตรวจรักษาคนไข้ภายในคลินิกของตนเอง รับสอนดีดพิณให้กับเด็กๆ ที่สนใจฟรีทุกวันอาทิตย์วันละ 1 ชั่วโมง ตั้งแต่เวลา 11.00 – 12.00 น.
จากวันแรกที่มีเด็กสนใจเข้าไปเรียนเพียง 2 คน พอครั้งที่ 2 และ 3 ก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆจนกระทั่งล่าสุดมีเด็กที่สนใจเข้าไปเรียนดีดพิณถึง 10 คน มีอายุตั้งแต่ 7 – 13 ปี และหลังจากนี้คาดว่าตนจะต้องเพิ่มเวลาสอนดีดพิณให้กับเด็กๆ เพิ่มอีกอาจะเพิ่มเป็นวันเสาร์อีก 1 ชั่วโมง และอาจจะมีการแยกกลุ่มในการสอนเนื่องจากเด็กๆ ที่เข้ามาเรียนจะมีทั้งกลุ่มที่มีพื้นฐานมาบ้างแล้ว และกลุ่มที่ไม่มีพื้นฐานมาเลย ซึ่งกลุ่มที่ไม่มีพื้นฐานจะต้องใช้วิธีการสอนแบบตัวต่อตัว เริ่มตั้งแต่การสอนจับปิ๊กและการดีดอย่างไรให้มีเสียงไพเราะ
โดยตนมองว่าการดีดพิณหรือการเล่นดนตรี จะช่วยทำให้เด็กมีการคิดอย่างเป็นระบบ มีสมาธิมีความอดทนฝึกการใช้สมอง และฝึกการใช้กล้ามเนื้อทั้งมือซ้ายและมือขวา ซึ่งเด็กๆ คนไหนที่สนใจอยากจะเรียนดีดพิณก็สามารถเข้าไปเรียนได้ฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ และยังไม่ต้องซื้อพิณมาก่อนก็ได้ ตนมีพิณให้ยืมได้ฝึกหัดก่อนพอเล่นได้แล้วค่อยซื้อ