โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รู้จัก อายาวัสกา คืออะไร? หลังดราม่านท พิธีกรรมดื่มน้ำรากไม้ นำไปสู่การทดลองตาย

MATICHON ONLINE

อัพเดต 26 พ.ค. 2567 เวลา 13.02 น. • เผยแพร่ 26 พ.ค. 2567 เวลา 06.55 น.

รู้จัก อายาวัสกา คืออะไร? หลังดราม่านท พิธีกรรมดื่มน้ำรากไม้ นำไปสู่การทดลองตาย

เป็นกระแสไปทั่วออนไลน์ ก่อนหน้านี้สาวนท พนายางกูร หรือ นท เดอะสตาร์ ได้ออกมาเล่าประสบการณ์ชีวิตผ่านรายการ ป๋าเต็ดทอล์ก ถึงวิธีการเยียวยาตนเองผ่านจิตวิญญาณ จักระมนุษย์ และศาสตร์การบำบัดด้วยเสียง

นทเล่าว่า ครั้งหนึ่งในชีวิตเคยร่วมทำพิธีกรรม ‘อายาวัสกา’ (ayahuasca) คือพิธีกรรมที่จะต้องดื่มน้ำสมุนไพรชนิดหนึ่งที่ถูกสกัดจากรากไม้ที่มาจากแอฟริกาใต้ เมื่อดื่มน้ำสมุนไพรนี้เข้าไปจะทำให้สมองหลั่งสารที่เรียกว่าDMT ซึ่งสารนี้จะมีการหลั่งในสมองมนุษย์แค่ 2 ครั้งเท่านั้นในชีวิต คือตอนที่เกิด และตอนที่ตาย เสมือนเป็นการทดลองตาย นำไปสู่การรู้แจ้งเห็นจริง

นทกล่าวต่อว่า ขณะที่ทำพิธีกรรมเธอรู้สึกถึงความตายจริงๆ เหมือนกำลังหายใจเฮือกสุดท้าย การทำพิธีกรรมนี้จะต้องมีผู้นำจิตวิญญาณที่เชี่ยวชาญมาก เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน หากสนใจทำต้องศึกษาอย่างดี และทดลองทำกับผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น

จากคลิปดังกล่าวเผยแพร่ออกไป มีหลายคนเข้ามาคอมเมนต์มากมาย อาทิ

  • DMT ผิดกฎหมายที่ไทยไม่ใช่เหรอ เราสามารถทำคอนเทนต์ประสบการณ์ทดลองสารออกฤทธิ์/ยากล่อมประสาท ที่ผิดกฎหมาย ออกสื่อแบบนี้ได้เลยเหรอ
  • เข้าใจว่ามันต่างวัฒนธรรมกัน แต่ควรขึ้นคำเตือนหน่อยนะว่าสารนี้มันผิดกฎหมายในประเทศไทย และเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีควรได้รับคำแนะนำ
  • การที่เรากินสารใดๆ เข้าไปในร่างกายแล้วรู้สึกไฮรู้สึกบรรลุอะไรขนาดนั้นไม่สงสัยเหรอว่ามันก็คือการหลอนประสาทแบบหนึ่ง แค่เปลี่ยนชื่อเรียกแต่หลักการทำงานมันก็คือยาหลอนประสาทไหมนะ ถ้าอยากทำสมาธิจริงๆ ก็ทำแบบปกติไปไม่ได้เหรอ ทำไมต้อง fast track สรรหากินของแปลกๆ
  • หลอนยาแหละเอาง่ายๆ

ข้อมูลจากเว็บไซต์ adf ระบุว่า

Ayahuasca เป็นยาประสาทหลอนจากพืช อาการประสาทหลอนส่งผลต่อประสาทสัมผัสทั้งหมด เปลี่ยนแปลงความคิด ความรู้สึกของเวลา และอารมณ์ของบุคคล สิ่งเหล่านี้อาจทำให้บุคคลเกิดอาการประสาทหลอน เช่น การมองเห็นหรือได้ยินสิ่งที่ไม่มีอยู่จริงหรือถูกบิดเบือน

Ayahuasca เป็นยาต้มที่ทำโดยการให้ความร้อน หรือต้มเถา Banisteriopsis caapi เป็นเวลานานกับใบของไม้พุ่ม Psychotria viridis แม้ว่าอาจมีพืชชนิดอื่นหลายชนิดรวมอยู่ในยาต้มเพื่อจุดประสงค์ดั้งเดิมที่แตกต่างกันก็ตาม ซึ่งสารเคมีออกฤทธิ์ใน ayahuasca คือ DMT (dimethyltryptamine) นอกจากนี้ยังมีสารยับยั้ง monoamine oxidase (MAOIs) ด้วย

อย่างไรก็ตามAyahuasca ถูกนำมาใช้มานานหลายศตวรรษโดยชนเผ่า First Nations จากเปรู บราซิล โคลอมเบีย และเอกวาดอร์ เพื่อวัตถุประสงค์ในพิธีกรรมทางศาสนาและการบำบัดรักษา

ทั้งนี้ กองควบคุมวัตถุเสพติดระบุว่า สาร DMT (dimethyltryptamine) เป็นวัตถุออกฤทธิ์ใน 4 ประเภท ดังนี้

1.เป็นสารที่มีศักยภาพในการก่อให้เกิดการใช้ยาในทางที่ผิด มีความเสี่ยงอันตรายต่อสุขภาพสูง และไม่มีการใช้ทางการแพทย์ ส่วนใหญ่มีฤทธิ์หลอนประสาท ได้แก่ Mescaline, Psilocybin, DMT, DET, Cathinone เป็นต้น กฎหมายจึงห้ามเด็ดขาดไม่ให้ผู้ใดมีไว้ในครอบครองวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท

2.เป็นสารที่มีศักยภาพในการก่อให้เกิดการใช้ในทางที่ผิดสูง มีอันตรายต่อสุขภาพมากหากใช้ไม่เหมาะสมหรือไม่อยู่ภายใต้การดูแลของผู้ประกอบวิชาชีพ แต่มีประโยชน์ทางการแพทย์ ได้แก่ Phentermine, Midazolam, Zolpidem, Methylphenidate, Ketamine, Pseudoephedrine เป็นต้น กฎหมายห้ามมิให้ผู้ใด ผลิต ขาย นำเข้า หรือส่งออก ซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 ยกเว้นกระทรวงสาธารณสุข หรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจากกระทรวงสาธารณสุขวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท

3.เป็นยามีประโยชน์ทางการแพทย์ แต่ที่มีศักยภาพในการก่อให้เกิดการใช้ในทางที่ผิดปานกลาง เช่น Amobarbital, Pentobarbital, Pentazocine เป็นต้น วัตถุออกฤทธิ์ในประเภท

4.เป็นยาที่มีประโยชน์ทางการแพทย์ และศักยภาพในการก่อให้เกิดการนำไปใช้ในทางที่ผิดต่ำ เช่น Diazepam, Lorazepam, Clorazepate, Chlordiazepoxide เป็นต้น

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : รู้จัก อายาวัสกา คืออะไร? หลังดราม่านท พิธีกรรมดื่มน้ำรากไม้ นำไปสู่การทดลองตาย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

youtube
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...