โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“ไทวัสดุ” ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ดำเนินธุรกิจกว่า 14 ปี จุดพลุรายได้ปี 66 ทะลุ 4 หมื่นล้าน

BTimes

อัพเดต 15 พ.ค. 2567 เวลา 19.28 น. • เผยแพร่ 15 พ.ค. 2567 เวลา 11.47 น. • BTimes.Biz

นายสุทธิสาร จิราธิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีอาร์ซี ไทวัสดุ จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทลกล่าวว่าปี2566 นับเป็นปีแห่งความสำเร็จของซีอาร์ซี ไทวัสดุ ที่มียอดขายรวมโตสูงสุด40,000 ล้านบาท จาการดำเนินธุรกิจตลอด14 ปีที่ผ่านมา ภายใต้งบลงทุนกว่า7,000 ล้านบาท มีอัตราการเติบโตต่อปีที่11% โดยนอกจากความสำเร็จในเชิงรายได้แล้ว ยังได้มุ่งเร่งแผนการขยายสาขาไทวัสดุ และบีเอ็นบี โฮมทุกฟอร์แมตถึง14 สาขา ภายในปีเดียว ถือว่าเป็นปรากฏการณ์การเติบโตที่สวนกระแสเศรษฐกิจ ทำให้ภาพรวมมีจำนวนสาขาถึง90 แห่ง ครอบคลุม47 จังหวัดทุกภูมิภาค

โดยในภาพของการเติบโตของช่องทางการขายออนไลน์ตั้งแต่ปี2563 - 2566 ที่ได้รับแรงผลักดันต้องปรับตัวจาก วิกฤติCOVID 19 และDigital Disruption ก่อให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภค จึงทำให้เร่งพัฒนาระบบE-Commerce เพื่อขายสินค้าและให้บริการผ่านช่องทางออนไลน์เต็มรูปแบบทุกช่องทาง พัฒนาเพื่อสร้างประสบการณ์การช็อปปิ้งแบบไร้รอยต่อ ซึ่งมียอดขายพุ่งแตะระดับ1,400 ล้านบาท ภายในเวลา4 ปี อัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี(CAGR) ถึง145% มีลูกค้าใหม่ที่ ช็อปออนไลน์มากกว่า5,000 คน/เดือน ครองใจลูกค้าเดิมให้มีการซื้อซ้ำถึง60% และซื้อเฉลี่ย(basket size) สูงขึ้น12%YoY โดยจำนวนลูกค้าในภาพรวมที่ซื้อทั้งหน้าร้านและออนไลน์(Omnichannel Customers) เติบโตสูงขึ้น46%YoY จากตัวเลขดังกล่าวช่วยการันตีได้ว่าในทุกช่องทางการขายสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

จากความสำเร็จที่ผ่านมา ซีอาร์ซี ไทวัสดุ ได้ดำเนินธุรกิจและยึดมั่นCore value ในด้านของราคา และคุณภาพเป็นหลัก ภายใต้แนวคิดLow-Cost Business Model โดยมี3 ปัจจัยหลัก ได้แก่

1) Adequate Staff การจัดจ้างพนักงานในจำนวนที่เหมาะสมกับขนาดของแต่ละพื้นที่สาขา และพัฒนาบุคลากรอย่างต่อเนื่อง

2) No Fancy Decor การตกแต่งสาขาเรียบง่าย และการจัดวางดิสเพลย์ที่เน้นใช้งานได้จริง

3) Big Volume Order การซื้อและจัดหาสินค้าที่เน้นVolume สูง เพื่อให้ได้ต้นทุนต่ำ แต่ยังคงคุณภาพที่ดีทำให้ลูกค้าได้ซื้อสินค้าในราคาที่คุ้มค่าและถูกกว่าที่อื่น

นอกจากนี้ ยังได้มีการพัฒนาขีดความสามารถด้านปฏิบัติการ(In-House Operations) ด้วยความเชี่ยวชาญของบุคลากร เพื่อช่วยลดต้นทุนภายในองค์กร ไม่ว่าจะเป็นด้านการบริหารจัดการขนส่ง(Own Transport Fleet) ด้านการออกแบบ(Store Design) และการมีบุคลาการทางด้านไอที(IT Management) เพื่อพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ใช้ภายในองค์กร ทำให้ลดการพึ่งพาจากหน่วยงานภายนอก ส่งผลดีต่อลูกค้าที่สามารถเลือกซื้อสินค้าได้ในราคาย่อมเยา

ในส่วนของการยกระดับประสบการณ์ ช็อปให้ตรงใจลูกค้าCustomer Oriented Category Development ด้วยการเพิ่มไลน์สินค้า และบริการเฉพาะทางให้ตอบโจทย์ทุกไลฟสไตล์เรื่องงานช่างและเรื่องบ้าน ได้อย่างสมบูรณ์มากขึ้น ตรงตามกระแส อาทิSolar World กลุ่มสินค้าโซล่าร์เซลล์ที่ครบครันในทุกฟังก์ชันคุณภาพมาตรฐานTier 1 พร้อมแพคเกจติดตั้งโซนเฟอร์นิเจอร์โฉมใหม่แบรนด์CALINA ที่ยกระดับความหลากหลายสำหรับทุกห้องภายในบ้าน เน้นคอนเซปต์DIY Wardrobe ที่มีบริการออกแบบ3D ให้ลงตัวตามพื้นที่ และงบประมาณBike Shop โซนจักรยานเพื่อทุกคนในครอบครัวที่รักการออกกำลังกายConsumer Electrics แผนกสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าแบรนด์ชั้นนำLine up Range ครบทุกขนาดและฟังก์ชั่น บนพื้นที่ดิสเพลย์กว่า1,000 ตร.ม. และConstruction Showroom ที่ไทวัสดุเป็นเจ้าแรกในวงการที่จัดทำห้องConstruction Showroom เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ในการเลือกซื้อสินค้าโครงสร้างขนาดใหญ่ให้เป็นเรื่องง่าย โดยได้รวบรวมสินค้าจริงกว่า5,000 รายการ จัดดิสเพลย์ตัวอย่างวัสดุ ข้อมูลสินค้าเชิงลึก และโซลูชั่นต่างๆ ในพื้นที่กว่า450 ตร.ม.

รวมถึงการพัฒนาช่องทางOmnichannel ยังถือเป็นหัวใจหลัก เพื่อให้การเลือกซื้อและจับจ่ายสินค้าได้หลากหลายตอกย้ำการเป็นตัวจริงเรื่องO2O (Online-to-Offline) ผสานทั้งจุดแข็งของออฟไลน์ และความสะดวกสบายของออนไลน์ไว้ด้วยกัน ถึงแม้ว่าลูกค้าส่วนใหญ่จะยังคงนิยมเดินทางมาซื้อสินค้าหน้าร้าน(Physical) เพื่อสัมผัสและทดลองใช้จริง แต่เรายังคงมีการพัฒนาช่องทางออนไลน์(Digital) ทุกแพลตฟอร์มอย่างต่อเนื่องผ่านช่องทางWebsite, Social Commerce (Line -Chat & Shop, Facebook, Call & Shop, Call Center, Application, Call center 1308) นำเสนอในคอนเซ็ปต์“Phygital” คือ การเชื่อมต่อประสบการณ์ ช็อปปิ้งอย่างไร้รอยต่อ ไม่ว่าจะซื้อผ่านช่องทางใด ลูกค้าจะได้รับการนำเสนอสินค้าและบริการที่เหมือนกัน ทั้งการซื้อที่ร้านและออนไลน์ คือ

· One Price / One Promotion - ไม่ต้องเสียเวลาเช็คราคาและโปรโมชั่นที่ดีที่สุด เพราะราคาขายเท่ากันทั้งในสาขาและหน้าเว็บไซต์

· One Coupon - คูปองส่วนลดที่ได้รับจากการซื้อสินค้า สามารถนำไปช็อปต่อได้ทุกช่องทาง พกง่าย เพราะอยู่ในCoupon Wallet ในแอปพลิเคชันไทวัสดุ

· One Payment System - ช่องทางการชำระเงินที่หลากหลายและปลอดภัย (Credit card, QR PromptPay, ผ่อน 0%, แลกคะแนนสะสม The1)

· The1 Identity – สะสมคะแนนThe1 สามารถเชื่อมโยงข้อมูลตัวตนได้ เพื่อแค่ใช้เบอร์สมาชิกเท่านั้น ทั้งยอดสะสมคะแนน และประวัติการซื้อ

สำหรับทิศทางสร้างการเติบโตของไทวัสดุในปี2567 นี้ยังคงขับเคลื่อนการปูพรมขยายสาขาทุกภูมิภาคทั่วไทย(Ambitious Expansion) ภายใต้แบรนด์แบรนด์ไทวัสดุ และบีเอ็นบี โฮม ตั้งเป้าขยายทุกโมเดล ทั้งRed Format รูปแบบมาตรฐาน, Hybrid Format (White Format) และBlue Format ขนาดเล็ก เจาะกลุ่มผู้รับเหมารายย่อย รวมทั้งสิ้น103 แห่ง บนพื้นที่ขายรวมกว่า1,400,000 ตร.ม.

ส่วนแผน5 ปี(2567-2571) ได้มุ่งเป้าหมายตอกย้ำความเป็นผู้นำอันดับ1 ในธุรกิจค้าปลีกวัสดุก่อสร้างและสินค้าตกแต่งบ้านอย่างครบวงจร“No.1 Omnichannel DIY Home Retailer ตั้งเป้าส่วนแบ่งการตลาดด้วยยอดขาย70,000 ล้านบาท และอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี(CAGR) อยู่ที่12% เหนือการเติบโตของตลาดในภาพรวม โดยมี3 กลยุทธ์สำคัญที่จะช่วยนำไทวัสดุเดินหน้าสู่ความสำเร็จได้อย่างยั่งยืน3 เรื่องหลักๆ คือ1) Hybrid Format (White Format) เมื่อปี2564 ได้สร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญของวงการธุรกิจค้าปลีก ในการผู้นำรายแรกเปิดตัวNew Store Model รูปแบบHybrid Format (White Format) โดยผนึกจุดแข็งของแบรนด์ไทวัสดุ และบีเอ็นบี โฮม ให้เป็นศูนย์รวมสินค้าวัสดุก่อสร้าง อุปกรณ์งานช่าง เครื่องใช้ไฟฟ้า สินค้าเพื่อบ้าน ของตกแต่ง และซ่อมแซมบ้าน สามารถตอบโจทย์ทุกกลุ่มลูกค้าทั้งผู้รับเหมา ช่าง และเจ้าของบ้าน ด้วยพื้นที่กว่า20,000 ตร.ม. รวบรวมสินค้ามากถึง50,000 รายการ และยังเป็นกุญแจสำคัญในการเพิ่มยอดขายได้ถึง30% โดย ณ สิ้นปี2567 จะมีสาขารวมทั้งสิ้น16 สาขา ได้แก่ ศรีสมาน, บางแสน, รังสิต คลอง4, ภูเก็ต ฉลอง, เมืองเอก, สมุทรปราการ, เชียงใหม่ สันทราย, บางใหญ่,นครอินทร์, อุดรธานี กุดสระ, พระราม3 , บางนา, บางบัวทอง, สุขาภิบาล3, ภูเก็ต และขอนแก่น

2) Outperforming Online Shopping ยกระดับการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อช่วยให้การ ช็อปปิ้งออนไลน์ไม่มีสะดุด โดยเฉพาะการพัฒนาฟีเจอร์(Feature) ที่มีความเป็นUnique only at Thaiwatsadu ที่เดียวเท่านั้นผ่านเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชั่น ไม่ว่าจะเป็น

· Daily Steel Price Ordering Online: เจ้าแรกในตลาดที่อัพเดตราคาเหล็กออนไลน์รายวัน สั่งซื้อได้ทันที และมีตัวช่วยในการคำนวนน้ำหนักรวมเหล็ก ช่วยให้ผู้รับเหมาสามารถบริหารจัดการสต๊อกและต้นทุนเหล็กได้อย่างมีประสิทธิภาพ

· Feature Mixed Paint & Calculator: ครั้งแรกในวงการสีเมืองไทยที่ลูกค้าและผู้รับเหมาสามารถเลือกซื้อสีผสมทาอาคารกว่า20,000 เฉดสีได้ด้วยตัวเอง รวมถึงสามารถคำนวนปริมาณสีที่ต้องใช้ในพื้นที่ที่ต้องการ

· Tailor Made Curtains Calculator: โปรแกรมสำเร็จรูปที่ช่วยให้การคำนวนผ่าม่านสั่งตัดเป็นเรื่องง่าย สามารถคำนวนความกว้าง ความยาวตามที่ต้องการ มีให้เลือกหลากหลายสไตล์ และเฉดสี พร้อมมีบริการติดตั้งจากช่างมือ1 vFIX

ทั้งนี้ จากการเสริมความแข็งแกร่งด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล คาดว่าจะช่วยเพิ่มยอดขายในช่องทางออนไลน์ได้ไม่ต่ำกว่า5,000 ล้านบาท ภายในปี2571 ด้วยปัจจัย

· Mobile-First DIY Features - พัฒนาฟีเจอร์ใหม่ๆบนมือถือก่อนเพื่อความสะดวกแก่ลูกค้า และออกแบการใช้งานเฉพาะทางสำหรับผู้รับเหมาโดยเฉพาะ

· Quick Fulfillment - ยกระดับการให้บริการส่งสินค้าที่รวดเร็ว อาทิ ซื้อสินค้าออนไลน์ สามารถได้ทุกสาขา รวมถึงการส่งคืนหรือเปลี่ยนสินค้าด้วย(Click & Collect) หรือ จัดส่งด่วน(Express Delivery) ภายใน2 ชม., การจัดส่งสินค้าภายในวัน และวันถัดไป(Same Day & Next Day Delivery)

· Complete Product Range – มีสินค้าครบหมวดเรื่องบ้านกว่า50,000 รายการนอกจากจะมีสินค้าที่มีจำหน่ายเหมือนในร้านแล้ว ยังมีสินค้าพิเศษ(Extended Range) ให้เลือกอีกมากมายตามความต้องการ ลูกค้าได้ของครบ จบงานง่าย ใน1 คำสั่งซื้อ

3) Supply Chain Movement เป็นผู้นำเจ้าแรกในวงการธุรกิจค้าปลีกวัสดุก่อสร้าง เปิดตัวการใช้รถบรรทุกพ่วงแม่ลูกพลังงานไฟฟ้า(EV Truck) เข้ามาใช้ในการขนส่งสินค้ารองรับการเติบโตของธุรกิจ จึงได้พัฒนาระบบกรีนโลจิสติกส์(Green Logistics) ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ในปี2567 จะเพิ่มจำนวนรวม80 คัน คิดเป็น32% จากรถขนส่งทุกประเภททั้งหมด ขนส่งสินค้าได้มากกว่า700,000 พาเลท ช่วยลดการปล่อยก๊าซCO2 ถึง7,000 ตัน ทั้งนี้ แม้ว่าต้นทุนราคารถพ่วงEV Truck จะสูงกว่ารถบรรทุกดีเซล แต่ในระยะยาวจะสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายเชื้อเพลิง และการดูแลเครื่องยนต์ลดลงได้ถึง16% ต่อปี

นอกจากนี้ ยังคงมุ่งมั่นขับเคลื่อนธุรกิจฮาร์ดไลน์สีเขียวตามเจตนารมณ์ของเซ็นทรัล รีเทล ในการเป็นGreen & Sustainable Retail ผลักดันนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมเข้ากับการดำเนินธุรกิจตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำด้วยกลยุทธ์CRC’s “ReNEW”

“ซีอาร์ซี ไทวัสดุยังคงเดินหน้าด้วยกลยุทธ์อย่างแข็งแกร่ง พร้อมรับความท้าทายใหม่ๆ ที่เปลี่ยนแปลงตามยุคสมัย และมุ่งพัฒนาทุกแพลตฟอร์มออมนิชาแนล ซึ่งเชื่อมั่นได้ว่าในอีก5 ปีข้างหน้านี้ ไทวัสดุ จะก้าวขึ้นสู่การเป็นสุดยอดผู้นำธุรกิจค้าปลีกวัสดุก่อสร้างและสินค้าตกแต่งบ้าน สามารถสร้างความยั่งยืนในทุกมิติด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ไปด้วยกัน” นายสุทธิสารกล่าวทิ้งท้าย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...