หุ้นผู้ผลิตเหล็กเอเชีย ร่วง หลังทรัมป์ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าเหล็ก-อะลูมิเนียมเป็น 50% มีผล 4 มิ.ย.
หุ้นผู้ผลิตเหล็กเอเชีย ร่วง หลังทรัมป์ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าเหล็ก-อะลูมิเนียมเป็น 50% มีผล 4 มิ.ย. จุดชนวนสงครามการค้ารอบใหม่
วันที่ 2 มิถุนายน 2568 เวลา 12.21 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ราคาหุ้นของบริษัทยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมเหล็กของเกาหลีใต้และเวียดนาม ซึ่งเป็นผู้ส่งออกเหล็กหลักในเอเชียไปยังสหรัฐ ร่วงลงในวันจันทร์ หลังจากโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ประกาศว่าจะเพิ่มภาษีนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียมเป็น 50% มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 4 มิถุนายน 2568
การประกาศขึ้นภาษีครั้งนี้มีขึ้นไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่ทรัมป์กล่าวหาจีนว่าละเมิดข้อตกลงที่เคยตกลงกันไว้ ในการผ่อนคลายภาษีและข้อจำกัดทางการค้าสำหรับแร่แร่สำคัญ (critical minerals)
ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมเหล็กกล่าวว่า แม้ภาษีที่เพิ่มขึ้นจะส่งผลกระทบต่อผู้ส่งออกรายใหญ่ แต่ก็มีความเป็นไปได้ที่ภาษีนี้จะ ถูกปรับลดลงในภายหลัง เนื่องจากนโยบายการค้าของทรัมป์มักผันผวนอยู่เสมอ
เชลซี เย่ นักวิเคราะห์อาวุโสจาก McCloskey บริษัทวิจัยด้านโลหะ กล่าวว่า “นโยบายภาษีของรัฐบาลทรัมป์ที่เปลี่ยนบ่อย ทำให้ยากที่จะประเมินผลกระทบที่แท้จริง… ฉันคิดว่าผลลัพธ์สุดท้ายจะไม่รุนแรงเท่าที่คาดไว้ โดยเฉพาะในเรื่องระยะเวลา”
โดยเกาหลีใต้ตอบโต้ทันที กระทรวงอุตสาหกรรมระบุว่าจะหารือเรื่องภาษีใหม่ในกรอบการเจรจาการค้ากับสหรัฐ เพื่อลดผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรม
ข้อมูลจาก American Iron and Steel Institute ระบุว่าเกาหลีใต้เป็นประเทศส่งออกเหล็กไปสหรัฐมากเป็นอันดับ 4 รองจากแคนาดา เม็กซิโก และบราซิล
กระทรวงอุตสาหกรรมเกาหลีใต้จัดประชุมฉุกเฉินร่วมกับบริษัทผู้ผลิตเหล็กรายใหญ่ของประเทศ เช่น POSCO และ Hyundai Steel ราคาหุ้นของ POSCO และ Hyundai Steel ร่วงลง 3% ส่วนหุ้นของ SeAH Steel Corp ร่วงถึง 6.3% ในช่วงเช้าวันจันทร์
ฝั่งเวียดนาม บริษัท Hoa Sen Group และ Nam Kim Steel ร่วงลง 2.8% และ 3.4% ตามลำดับ ขณะที่ Vietnam Steel Corp ลดลง 2.7% ข้อมูลจากรัฐบาลเวียดนามระบุว่าการส่งออกเหล็กและผลิตภัณฑ์เหล็กของเวียดนามไปยังสหรัฐลดลง 27% ในช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้
ผู้บริหารในอุตสาหกรรมเกาหลีกล่าวว่า ภาษีใหม่นี้จะเป็นภาระหนักต่อผู้ส่งออกที่ก่อนหน้านี้ได้หลีกเลี่ยงการเพิ่มปริมาณส่งออกไปยังสหรัฐ เพื่อไม่ให้ถูกจับตามอง แม้ว่าราคาเหล็กในสหรัฐจะเพิ่มสูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม แม้มีภาษี แต่การส่งออกเหล็กของเกาหลีใต้ไปยังสหรัฐในเดือนเมษายนเพิ่มขึ้น 12% จากปีที่แล้ว
ภาษีเหล็กและอะลูมิเนียมเป็นหนึ่งในมาตรการแรก ๆ ที่ทรัมป์นำกลับมาใช้เมื่อต้นปี โดยภาษี 25% สำหรับเหล็กและอะลูมิเนียมส่วนใหญ่ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 12 มีนาคม เจ้าหน้าที่อุตสาหกรรมระบุว่าภาษีเหล่านี้ทำให้ ราคาเหล็กในสหรัฐพุ่งสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อหลายภาคส่วน เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า รถยนต์ และการก่อสร้าง
ทั้งนี้เกาหลีใต้ ซึ่งเป็นพันธมิตรใกล้ชิดของสหรัฐ เรียกร้องให้สหรัฐยกเว้นภาษีสำหรับสินค้าอย่างเหล็ก รถยนต์ และสินค้าอื่น ๆ ในระหว่างการเจรจา ในปลายเดือนเมษายนเกาหลีใต้ตกลงจะจัดทำ “แพ็กเกจการค้า” ให้แล้วเสร็จภายในช่วงพักภาษี 90 วัน ซึ่งจะสิ้นสุดในเดือนกรกฎาคม แต่ความคืบหน้ายังล่าช้าเนื่องจากสุญญากาศทางการเมืองก่อนการเลือกตั้ง
เมื่อปลายเดือนมีนาคม Hyundai Steel ประกาศแผนสร้างโรงงานในรัฐลุยเซียนา มูลค่า 5.8 พันล้านดอลลาร์ เพื่อตอบสนองต่อภาษีสหรัฐ แต่โรงงานจะเปิดดำเนินการได้ในปี 2572
ในเดือนเมษายน POSCO ซึ่งเป็นคู่แข่งรายใหญ่กว่าก็ลงนามข้อตกลงเบื้องต้น เพื่อเข้าถือหุ้นในโครงการโรงงานนี้
ในอินเดีย ซึ่งพึ่งพาการส่งออกอะลูมิเนียมไปยังสหรัฐอย่างมาก ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า อาจได้รับผลกระทบหนัก
นาย B.K. Bhatia ผู้อำนวยการใหญ่ของสมาพันธ์อุตสาหกรรมแร่ของอินเดีย (Federation of Indian Mineral Industries) กล่าว “สหรัฐ คือตลาดส่งออกอะลูมิเนียมที่ใหญ่ที่สุดของอินเดีย รัฐบาลอินเดียกำลังเจรจาอยู่ และเราหวังว่าภาษีจะลดลงในที่สุด”
อ้างอิง : reuters.com