จับตาหุ้นไทย รับความตึงเครียด ‘ไทย-กัมพูชา’ ผลต่อธุรกิจ
The Bangkok Insight
อัพเดต 22 มิ.ย. 2568 เวลา 08.43 น. • เผยแพร่ 22 มิ.ย. 2568 เวลา 08.40 น. • The Bangkok Insightจับตาเป็นพิเศษหุ้นไทย รับความตึงเครียด "ไทย-กัมพูชา" อาจส่งผลต่อยอดขาย การลงทุน นักวิเคราะห์เชื่อว่า ความตึงเครียดยังไม่กระทบหนักแต่ต้องเฝ้าระวัง
เป็นช่วงที่สถานการณ์ระหว่างประเทศไทยและกัมพูชากำลังเผชิญแรงกดดันทางการเมืองและสังคม นักลงทุนในตลาดหุ้นไทยเริ่มหันมาให้ความสนใจกับผลกระทบทางธุรกิจที่อาจเกิดขึ้น โดยเฉพาะกับบริษัทจดทะเบียนที่ มีการดำเนินงานในกัมพูชา หรือพึ่งพารายได้จากประเทศเพื่อนบ้านรายนี้
ล่าสุดบทวิเคราะห์ บล. ดาโอ เปิดเผยว่า หากความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชายังคงตึงเครียดต่อเนื่อง อาจส่งผลต่อยอดขาย การลงทุน รวมถึงความสามารถในการบริหารแรงงานต่างด้าวของหลายธุรกิจในไทย โดยกลุ่มที่ควรจับตาเป็นพิเศษ ดังนี้
หุ้นไทย บนความตึงเครียดไทย-กัมพูชา
กลุ่มเครื่องดื่มและอาหาร (Food & Beverage)
เป็นธุรกิจที่พึ่งพายอดขายจากกัมพูชา อาจได้รับผลกระทบโดยตรงหากเกิดความล่าช้าในการขนส่ง หรือความไม่แน่นอนทางด้านนโยบาย เช่น
CBG: บริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) มีสัดส่วนรายได้จากกัมพูชาประมาณ 13% ผ่านด่านอรัญประเทศและสระแก้ว ซึ่งปัจจุบันยังคงดำเนินการได้ตามปกติ แต่หากเกิดการหยุดชะงัก จะทำให้การบริโภคในกัมพูชาเพียง 1 เดือน อาจกระทบต่อกำไรปี 2568 ราว 1.7%
SNNP: บริษัท ศรีนานาพร มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากกัมพูชา 4% และมีโรงงานผลิตในประเทศ 1 แห่ง หากปิดด่านทั้งหมด 1 เดือน จะกระทบกำไรราว 0.3%
OSP: บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากกัมพูชาประมาณ 1% โดยผลกระทบหลักจะอยู่ที่แรงงานกัมพูชาในไทยที่เป็นฐานผู้บริโภคหลักของเครื่องดื่มชูกำลัง
กลุ่มค้าปลีก (Commerce)
แม้จะเป็นธุรกิจที่มีการขยายธุรกิจเข้าสู่กัมพูชา แต่สัดส่วนรายได้ยังไม่สูงนัก จึงอาจรับแรงกระทบน้อยในระยะสั้น
GLOBAL: บริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) มี 2 สาขาในพนมเปญและพระตะบอง (ถือหุ้น 55%) สัดส่วนรายได้จากกัมพูชาน้อยกว่า 2%
CPAXT: บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) มี 3 สาขาในพนมเปญและเสียมเรียบ รายได้จากกัมพูชาน้อยกว่า 1%
CPALL: บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) มีร้าน 7-Eleven ในกัมพูชา 112 สาขา แต่คิดเป็นรายได้น้อยกว่า 1% ของทั้งกลุ่ม
กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง (Contractor)
แม้จะมีแรงงานต่างด้าวกัมพูชาคิดเป็น 15% ของแรงงานต่างด้าวทั้งหมด แต่เมื่อเทียบกับแรงงานรวมในประเทศยังคิดเป็นเพียงราว 5% จึงมองว่ากระทบจำกัด ทั้งนี้ ฝ่ายวิเคราะห์ยังให้น้ำหนัก “Overweight” กับกลุ่มนี้
กลุ่มสื่อ (Media)
รายได้จากลิขสิทธิ์ละครและรายการจากประเทศกัมพูชายังมีอยู่ แต่ถือว่าเป็นสัดส่วนไม่มากนัก
ONEE: บริษัท เดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากกัมพูชาราว 1% ของรายได้รวม
BEC: บริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน) มองว่าได้รับผลกระทบจำกัดจากการขายลิขสิทธิ์
นอกจากนี้ กลุ่มอื่นๆ ที่ควรติดตาม เช่น OR: บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) เนื่องจากมี EBITDA จากกัมพูชาคิดเป็น 4% ขณะที่ปริมาณขายน้ำมันคิดเป็น 28-30% ของยอดขายต่างประเทศในไตรมาส 1/2568) รวมถึง SAV: บริษัท สปีด แอสเซท วิชั่น จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการด้านวิทยุการบินในกัมพูชา โดยรายได้จากเที่ยวบินไทย-กัมพูชาคิดเป็น 5% ของรายได้รวม ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเที่ยวบินประจำที่ยังดำเนินการตามปกติ
สรุปแล้วมุมมองของนักวิเคราะห์เชื่อว่า ความตึงเครียดยังไม่กระทบหนัก แต่ต้องเฝ้าระวัง ในระยะสั้นแม้ธุรกิจส่วนใหญ่ยังสามารถดำเนินงานได้ตามปกติ แต่หากสถานการณ์ยืดเยื้อ ความไม่แน่นอนอาจขยายวงกว้าง โดยเฉพาะธุรกิจที่พึ่งพาการส่งออก หรือมีฐานลูกค้าแรงงานกัมพูชาในไทย แนะให้นักลงทุนติดตามพัฒนาการใกล้ชิด โดยเฉพาะในกลุ่ม Food & Beverage ที่ความผันผวนอาจกระทบกำไรชัดเจนกว่ากลุ่มอื่น
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- ด่วน! แม่ทัพภาคที่ 2 จ่อลงนามปิดอีก 2 ด่าน 'ช่องสะงำ-ช่องจอม'
- ‘ฮุน มาเนต’ สั่งปิด 2 ด่านชายแดน ตอบโต้ไทยปิดด่านช่องสายตะกู
- ด่วน! กองทัพภาค 2 สั่งปิดด่าน 'ช่องสายตะกู' บุรีรัมย์
ติดตามเราได้ที่