โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

SCB เด่นสุดของกลุ่ม ผู้บริหารคาดปันผลไม่น้อยกว่าปี 67 โบรกฯ อัพเกรด “ซื้อ” เป้า 140 บาท

Share2Trade

อัพเดต 22 ก.ค. 2568 เวลา 02.34 น. • เผยแพร่ 22 ก.ค. 2568 เวลา 02.50 น. • Share2Trade

SCB Top pick กลุ่ม นักวิเคราะห์อัพเกรดเป็น “ซื้อ” ชูปันผลสูงที่สุดในกลุ่มธนาคารที่ 9% ผู้บริหารลุยรักษา Dividend payout ให้เท่ากับปี 2567 ที่ 80% คาดไตรมาส 3/68 ผลงานโตต่อ ปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2568 ขึ้น 7% สู่4.6 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% จากปีก่อน

SCB เด่นสุดของกลุ่ม_S2T (เว็บ) copy_0.jpg

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ปรับคำแนะนำขึ้นเป็น “ซื้อ” จากเดิมที่ให้ “ถือ” SCB และปรับราคาเป้าหมายเพิ่มขึ้นเป็น 140 บาท จากเดิมที่ 120 บาท จากการปรับกำไรและ PBV เพิ่มขึ้น

โดยเรามีมุมมองเป็นบวกทั้งจากการประชุมนักวิเคราะห์ และกำไรไตรมาส 2/2568 ที่ออกมาดีกว่าคาด ซึ่งผู้บริหารคาดว่า Cost to Income ratio จะทำได้ต่ำกว่าเป้าหมายที่ให้ไว้ ขณะที่จะพยายามรักษา Dividend payout ให้เท่ากับปี 2567 ที่ 80% ให้ได้

ผู้บริหารยังคงเป้าหมายทางการเงินปี 2568 และคาดว่า กนง. จะปรับดอกเบี้ยลงอีก 2 ครั้ง เหลือ 1.25% ทำให้คาด NIM จะอยู่ Lower-end จากเป้าที่ 3.6-3.8% (ฝ่ายวิจัยคาด 3.6%), Credit cost จะอยู่ upper-end ที่ 1.5-1.7% (ฝ่ายวิจัยคาด 1.7%) เพราะมีการใส่ management overlay มากขึ้น ส่วนสินเชื่อจะต่ำเป้าที่ให้ไว้ที่ 1-2% (ฝ่ายวิจัยคาด -2%) แต่ Cost to Income ratio จะมี upside จากเป้าที่ 42-44%

ส่วนโครงการคุณสู้ เราช่วย ปัจจุบันมีคนเข้าร่วมโครงการแล้วที่ 5 หมื่นล้านบาท ซึ่งคิดเป็นเพียง 2% ของสินเชื่อรวม โดยเป็นสินเชื่อบ้าน 65%, สินเชื่อเช่าซื้อ18%, สินเชื่อSME 12% และสินเชื่อใน Gen 2 อีก 5%

ด้านกำไรสุทธิไตรมาส 2/2568 อยู่ที่ 1.28 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 27% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 2% จากไตรมาสก่อน เพราะมีกำไรจาก FVTPL เข้ามาช่วยหนุน ขณะที่มีการตั้งสำรองฯมากกว่าคาดจากการใส่ Management Overlay เพิ่มขึ้น ด้าน NPL ลดลงได้ดีกว่าคาดอยู่ที่ 3.31% จากไตรมาสก่อนที่ 3.45% จากสินเชื่อ SME และเช่าซื้อที่ดีขึ้น

ทั้งนี้กำไรสุทธิครึ่งแรกปี 2568 คิดเป็น 59% จากประมาณการทั้งปี ทำให้มีการปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2568 ขึ้น 7% และปี 2569 ขึ้น 6% จากการปรับ Cost to Income ลดลง ทำให้ได้กำไรสุทธิปี 2568 อยู่ที่ 4.6 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% จากปีก่อน ซึ่งเป็นการเติบโตที่สูงที่สุดในกลุ่มธนาคาร จากสำรองฯที่ลดลง ขณะที่คาดว่ากำไรสุทธิไตรมาส 3/2568 จะเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากฐานสำรองฯที่สูงในปีก่อน

อย่างไรก็ดี SCB มี Dividend yield สูงที่สุดในกลุ่มธนาคารที่ 9% ขณะที่ภาพรวม NPL มีแนวโน้มลดลงได้ดี จึงเลือก SCB เป็น Top pick ของกลุ่ม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...