โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คกก.ควบคุมโรคฯ งัดมาตรการเฝ้าระวังโรคจากฝุ่น PM 2.5 กำหนดพื้นที่ควบคุมโรค

The Bangkok Insight

อัพเดต 22 ม.ค. 2568 เวลา 14.27 น. • เผยแพร่ 22 ม.ค. 2568 เวลา 14.27 น. • The Bangkok Insight

"สมศักดิ์"เผย คณะกรรมการควบคุมโรคฯ ออกมาตรการในการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรค/อาการ ที่เกิดจากการสัมผัสฝุ่น PM 2.5 พร้อมเสนอครม.ใช้ในพื้นที่ควบคุมโรค

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการควบคุมโรคจากการประกอบอาชีพและโรคจากสิ่งแวดล้อม ครั้งที่ 1/2568 โดยมี นายแพทย์ภาณุมาศ ญาณเวทย์สกุล อธิบดีกรมควบคุมโรค นายแพทย์โสภณ เอี่ยมศิริถาวร หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิและคณะกรรมการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม

ฝุ่น PM 2.5

และกล่าวว่า ในการประชุมครั้งแรกของปี 2568 วันนี้ มีประเด็นสำคัญเกี่ยวกับมาตรการป้องกันและการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศที่จะนำเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เนื่องจากสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 มีค่าเกินมาตรฐานจนส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในหลายพื้นที่

ที่ประชุมฯ มีการกำหนดแนวทางปฏิบัติในการเฝ้าระวัง การป้องกัน และการควบคุมโรคหรืออาการที่เกิดจากการสัมผัสฝุ่น PM2.5 ด้วยการประกาศเขตพื้นที่ที่ต้องมีการเฝ้าระวัง การป้องกัน และการควบคุมโรคจากการประกอบอาชีพและโรคจากสิ่งแวดล้อมตามมาตรา 14 (2) ซึ่งเป็นการเสนอเขตพื้นที่ที่ต้องมีการเฝ้าระวัง การป้องกันและการควบคุมโรคจากการประกอบอาชีพและโรคจากสิ่งแวดล้อมเป็นการเฉพาะต่อคณะรัฐมนตรี และตามมาตรา 35 ซึ่งให้อธิบดีกรมควบคุมโรค หรือผู้ซึ่งอธิบดีกรมควบคุมโรคมอบหมาย โดยคำแนะนำของคณะกรรมการควบคุมโรคฯ มีอำนาจประกาศเขตพื้นที่ รวมทั้งประกาศยกเลิกเมื่อมีเหตุอันสมควรหรือสภาวการณ์ของโรคนั้นสงบลง

สมศักดิ์ เทพสุทิน

ทั้งนี้ จะกำหนดเป็นเขตพื้นที่ควบคุมโรค เมื่อจังหวัดมีค่าเฉลี่ยปริมาณฝุ่น PM2.5 ในรอบ 24 ชม. มากกว่า 75 มคก./ลบ.ม. ระยะเวลาหนึ่ง และยกเลิกเมื่อค่า PM2.5 น้อยกว่า 37.5 มคก./ลบ.ม. ติดต่อกัน 7 วัน ขณะที่กระทรวงสาธารณสุขมีข้อแนะนำว่า เมื่อค่าฝุ่นเกิน 37.5 มคก./ลบ.ม. ก็ควรยกระดับมาตรการเฝ้าระวังสุขภาพอย่างเข้มข้น

นายสมศักดิ์ กล่าวต่อว่า เมื่อมีการประกาศเป็นเขตพื้นที่เสี่ยงแล้ว ควรมีมาตรการที่เข้มข้นขึ้น ดังนี้

1. สนับสนุนหน้ากากป้องกันฝุ่น PM2.5 แก่ประชาชนกลุ่มเปราะบาง (เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ ผู้มีโรคประจำตัว ได้แก่ โรคหืดและโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โดยพิจารณาชนิดหน้ากากตามที่กระทรวงสาธารณสุขแนะนำ

2. ออกประกาศ Work from home / ทำงานผ่านระบบออนไลน์ และงดทำกิจกรรมกลางแจ้ง

3. จัดทำศูนย์พักคอยกลุ่มเปราะบาง และผู้มีโรคประจำตัว

4. ขอความร่วมมือเกษตรกร เจ้าของสถานประกอบกิจการ และผู้ประกอบการขนส่ง ดำเนินการลดฝุ่น

ในส่วนของโรงพยาบาล ให้จัดทำห้องปลอดฝุ่นสำหรับกลุ่มเปราะบาง เช่น ห้องเด็กแรกคลอด ห้องพักหลังคลอด เป็นต้น และแจ้งการพบผู้ป่วยโรคจากฝุ่น PM2.5 และให้พนักงานเจ้าหน้าที่ ตาม พ.ร.บ.ควบคุมโรคจากการประกอบอาชีพและโรคจากสิ่งแวดล้อม ใช้กลไกทางกฎหมาย ในการแจ้ง รายงาน และสอบสวนโรคจากฝุ่น PM2.5

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...