หญิงวัย 61 ปีแทบช็อก ขับรถมากับเพื่อน ป้ายหาเสียงปลิวกระแทกหน้ารถ หม้อน้ำรถแตก
หญิงวัย 61 ปีแทบช็อก ขับรถมากับเพื่อน ป้ายหาเสียงปลิวมากระแทกหน้ารถ หม้อน้ำรถแตก
เมื่อเวลา 17.50 น. วันที่ 28 มีนาคม พ.ต.ท.ชนรดิช เทียนทอง สารวัตรเวร สภ.เมืองราชบุรี ได้รับแจ้งเหตุป้ายหาเสียงปลิวไปกระแทกหน้ารถของประชาชนรายหนึ่งที่กำลังขับอยู่บนถนนจนได้รับความเสียหาย เหตุเกิดที่บริเวณถนนเพชรเกษม หมู่ 7 ต.สามเรือน อ.เมือง จึงได้ให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิประชานุกูลราชบุรี ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า สีดำ หมายเลขทะเบียน กม 3937 ราชบุรี จอดอยู่ข้างทาง ที่ด้านหน้ารถพบว่ามีร่องรอยกระจังหน้ารถบุบ หม้อน้ำรถแตก และแผ่นป้ายทะเบียนด้านหน้าก็หายไป ใกล้กันพบแผ่นป้ายหาเสียงของพรรคภูมิใจไทยที่ติดกับโครงไม้ตกอยู่
จากการสอบถามนางณิชาพัฒน์ ตรีวนิชย์กุล อายุ 61 ปี จ.ราชบุรี เล่าว่า ตนขับรถคันดังกล่าวมากับเพื่อน เพื่อจะเข้าไปทำธุระในตัวเมืองราชบุรี โดยขับมาเรื่อยๆ ซึ่งขณะนั้นมีลมพัดแรง จู่ๆ ก็มีแผ่นป้ายหาเสียงของพรรคภูมิใจไทยที่ติดตั้งอยู่ข้างถนนปลิวมากระแทกด้านหน้ารถอย่างจัง ซึ่งตนกับเพื่อนตกใจมาก แต่ไม่สามารถจอดรถได้เพราะมีรถที่ขับตามหลังมาจำนวนมาก จึงขับเลยมาจากจุดที่ติดตั้งแผ่นป้ายหาเสียงประมาณ 100 เมตร แล้วจึงได้จอดรถลงมาตรวจสอบ ก็พบว่าที่พื้นมีน้ำไหลออกมาจากหม้อน้ำรถยนต์ และเครื่องยนต์ก็มีรอยถูกกระแทก รวมทั้งกรอบแผ่นป้ายทะเบียนแตก
และแผ่นป้ายทะเบียนก็หายไปจึงได้โทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ขอความช่วยเหลือ ทั้งนี้เชื่อว่าป้ายหาเสียงนั้นมีการติดตั้งที่ไม่มั่นคงจนมีลมพัดมาแรงๆ ก็ทำให้ป้ายหลุด ก็อยากให้ทางพรรคภูมิใจไทยออกมารับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการซ่อมรถด้วย ซึ่งหากว่าตนตัดสินใจหักรถหลบป้ายที่ปลิวมาก็อาจจะเกิดอุบัติเหตุที่รุนแรงกว่านี้เพราะในช่วงนั้นการจราจรบนถนนเพชรเกษมค่อนข้างหนาแน่น
ส่วนเพื่อนของนางณิชาพัฒน์ ที่นั่งรถมาด้วยนำไปดูบริเวณที่ติดตั้งป้าย พบว่าโครงไม้นั้นมีขนาดเล็ก ซึ่งอาจจะไม่ทนทานกับแรงลมที่พัดมาได้ จึงได้ฝากแจ้งเตือนขอให้ช่วยติดตั้งให้แข็งแรงกว่านี้และให้ติดตั้งเข้าไปด้านใน ไม่ใช่อยู่ติดริมถนนแบบนี้
เบื้องต้นผู้เสียหายจะเดินทางไปลงบันทึกประจำวันที่ สภ.เมืองราชบุรี พร้อมทั้งแจ้งไปยังบริษัทประกันรถให้มาตรวจสอบความเสียหายของรถด้วย นอกจากนี้จากการตรวจสอบตามเส้นทางพบว่า มีป้ายหาเสียงของหลายพรรคถูกแรงลมพัดจนล้มไปหลายป้าย แต่ไม่ได้ปลิวออกมานอกถนนจนไปสร้างความเสียหายให้กับผู้ที่สัญจรผ่านไปมาในถนนสายดังกล่าว