โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เกษตรตรัง โค่นสวนยาง ปลูก ชมพู่ทับทิมจันทร์ สร้างรายได้หลักแสน !

อีจัน

อัพเดต 24 ม.ค. 2565 เวลา 05.11 น. • เผยแพร่ 24 ม.ค. 2565 เวลา 05.11 น. • อีจัน

นายปรีชา พรหมห้อง อายุ 42 ปี เกษตรกรหมู่ที่ 10 ต.ควนเมา อ.รัษฎา จ.ตรัง ตัดสินใจ โค่นยางพารา หันมาปลูกชมพู่ทับทิมจันทร์ปลอดสารเมื่อ 5 ปีที่ผ่านมา หลังราคายางพาราผันผวน โดยเริ่มปลูกจำนวน 150 ต้นบนเนื้อที่ 20 ไร่ ผ่านไป 1 ปี ชมพู่ทับทิมจันทร์ เริ่มให้ผลผลิตและเก็บขายได้มากขึ้นเรื่อย ๆ ตามขนาดลำต้นที่ใหญ่ขึ้น อีกทั้งยังมีลูกดก และติดผลตลอดทั้งปี แถมราคาขายปลีกสูงถึงกิโลกรัมละ 70 บาท และขายส่งกิโลกรัมละ 45-50 บาท ซึ่งดีกว่าการทำสวนยางพาราหลายเท่า ทำให้ทุกวันนี้มีรายได้ไม่ต่ำกว่า 400,000 บาทต่อปี หรือเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 20,000 บาทต่อเดือน

โดยทางเกษตรกร จึงได้ตัดสินใจขยายพื้นที่ปลูกชมพู่ทับทิมจันทร์เพิ่มอีก 5 ไร่รวม 25 ไร่ พร้อมขายกิ่งพันธุ์ในราคากิ่งละ 80 บาท เพื่อเป็นรายได้เสริมอีกทางหนึ่งด้วย ทำให้ตอนนี้กลายเป็นแหล่งปลูกชมพู่ทับทิมจันทร์แหล่งใหญ่ในจ.ตรัง ซึ่งมีบรรดาพ่อค้าแม่ค้าเดินทางมารับซื้อถึงสวน โดยมีผลผลิตไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด จนแม่ค้าต้องเข้าคิวจองกันเป็นรุ่น ๆ เลยทีเดียว

นอกจากนี้ ยังมีเกษตรกรที่สนใจแวะเวียนไปศึกษาดูงานและซื้อกิ่งพันธุ์ไปปลูกเป็นจำนวนมาก แต่ก็ยังไม่ทำแปลงใหญ่ ซึ่งวิธีการดูแลไม่ยุ่งยาก มีโรคและแมลงรบกวนน้อย ให้ผลผลิต 4-5 รุ่นต่อปี และยังเป็นผลไม้มงคลในพิธีไหว้เจ้าและในเทศกาลต่างๆ ด้วย

เกษตรกรจึงอยากเชิญชวนให้หันมาปลูกชมพู่ทับทิมจันทร์กันมากขึ้น เนื่องจากยังเป็นที่ต้องการของตลาดเป็นอย่างมาก ซึ่งคุณประโยชน์ของชมพู่ทับทิมจันทร์ ช่วยในการบำรุงผิวพรรณ ป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่ ทำให้หัวใจแข็งแรง มีวิตามินซีสูง ช่วยบำรุงกระดูกและฟัน ทำให้ร่างกายกระชุ่มกระชวย เพิ่มความสดชื่น แก้กระหายน้ำ เป็นยาระบายอ่อน ๆ ช่วยลดน้ำหนักตามธรรมชาติ เพราะเป็นผลไม้ฉ่ำน้ำ จึงทำให้รู้สึกอิ่มท้องเร็ว บำรุงสายตาและอื่น ๆ

ด้านนายปรีชา พรหมห้อง เกษตรกรผู้ปลูกชมพู่ทับทิมจันทร์รายใหญ่กล่าวว่า ตนปลูกทั้งหมด 20 ไร่ตอนนี้ปลูกเพิ่มอีก 5 ไร่ ทำให้แต่ละปีมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 4 แสนบาทหรือเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 20,000 บาทต่อเดือน ซึ่งแต่ละปีมีลูก 4-5 รุ่น ราคาขายกิโลกรัมละ 70 บาท หากขายส่งกิโลกรัมละ 45-50 บาท ตอนนี้ยังมีไม่พอขาย จึงอยากให้เกษตรกรหันมาปลูกให้มากขึ้น เพราะตลาดมีความต้องการสูงและได้ราคาดี ส่วนการติดลูกอยู่ที่การจัดการ โดยที่อำเภอรัษฎามีที่นี่ที่เดียวที่หมู่ 10 ต.ควนเมา ที่อื่นไม่มีทำกันจริงจัง โดยมีเกษตรกรมาดูงานและสั่งต้นไปปลูกแต่ไม่จริงจัง ส่วนกิ่งพันธุ์ขายต้นละ 80 บาท เน้นคุณภาพเป็นลูกทั้งปี ไม่เหมือนท้องตลาดเพราะมาจากสวนโดยตรง

ซึ่งหากใครสนใจ สามารถติดต่อได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 095-2744487 หรือ FB สวนชินธรณ์ ชูรัตน์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...