โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เจาะลึก 4 ปัจจัยที่ทำให้ ‘เสียวหมี่’ เป็นม้ามืดขึ้นเบอร์ 1 ตลาดสมาร์ทโฟนไทย

Positioningmag

อัพเดต 22 มิ.ย. 2563 เวลา 12.56 น. • เผยแพร่ 22 มิ.ย. 2563 เวลา 12.05 น.

แม้ว่าในตลาดโลก เสียวหมี่ (Xiaomi) จะเป็นที่ 4 แต่ในช่วง Covid-19 ที่ผ่านมา เสียวหมี่เป็นแบรนด์เดียวในโลกที่สามารถเติบโตได้ถึง 1.4% ขณะที่แบรนด์อื่น ๆ ติดลบหมด และสำหรับในประเทศไทย การ์ดเนอร์ระบุว่า เสียวหมี่ได้ก้าวเป็นเบอร์ 1 ในตลาดครั้งแรกด้วยส่วนแบ่งการตลาด 16.2% มีจำนวนยอดขายกว่า 691,000 เครื่อง เป็นไปตามคำมั่นสัญญาเมื่อปี 2018 ที่บอกว่าจะขึ้นเป็น เบอร์ 1 ภายใน 3 ปี อะไรเป็นปัจจัยให้น้องใหม่ในตลาดสามารถผงาดขึ้นเป็นเบอร์ 1 ได้ตามที่เคยลั่นวาจาไว้ ไปหาคำตอบกัน

เน้นขายออนไลน์ตั้งแต่ต้น

ในช่วง Covid-19 ทำให้ห้างร้านต่าง ๆ ต้องปิดลง ดังนั้น การจะจับจ่ายซื้อของจึงถูกเปลี่ยนมาอยู่บนออนไลน์ ซึ่งนี่เป็นจุดที่เสียวหมี่ได้เปรียบมาก เพราะช่องทางออนไลน์เป็นช่องทางการขายหลักตั้งแต่ต้นของแบรนด์ โดยในระเทศไทยนั้น เสียวหมี่สามารถทำยอดขายได้สูงสุดทั้งในลาซาด้า และช้อปปี้ ก่อนจะขยาย ‘Mi Store’ เข้าสู่ตลาดออฟไลน์จนมีกว่า 50 สาขาในไทยควบคู่กับการขายออนไลน์เพื่อสร้างการรับรู้

ถูก และ ดี มีอยู่จริง

ปฏิเสธไม่ได้ว่า หากอยากได้สมาร์ทโฟนสเป็กเทพในราคาสุดคุ้ม เสียวหมี่ถือเป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ แน่นอน อย่างเรือธงบางแบรนด์ราคาทะลุ 3 หมื่นบาท แต่ถ้าเป็นเสียวหมี่จะอยู่ที่ 2 หมื่นเท่านั้น แถมเสียวหมี่ยังมีสมาร์ทโฟนทุกระดับราคาให้จับจองตั้งแต่ล่าง-กลาง-บน และสาเหตุที่เสียวหมี่ทำราคาได้ดีกว่าชาวบ้าน ก็เพราะกำไรสุทธิมีกำไรเพียง 5% เท่านั้น โดยเสียวหมี่จะเน้นสร้าง ecosystem เพื่อสร้างที่จะสร้างกำไรในระยะยาวมากกว่า

นวัตกรรม และecosystem ที่แข็งแรง

หลายคนคงรู้แล้วว่า เสียวหมี่ไม่ได้มีดีแค่สมาร์ทโฟน แต่มีสินค้า IoTs เยอะแยะไปหมด ของบางอย่างไม่น่ามีก็มี และที่เสียวหมี่สามารถมีสินค้ามากมายที่ออกมาโดนในลูกค้าก็เพราะ ‘Xiaomi Ecosystem Product’ ที่เสียวหมี่เปิดโอกาสให้สตาร์ทอัพและ SME ได้ผลิตสินค้าโดยเสียวหมี่จะเป็นผู้ลงทุน นอกจากนี้เสียวหมี่ยัง ‘ฟังเสียงผู้ใช้’ โดยเปิดรับ Feedback จากผู้ใช้งานเพื่อไปปรับปรุงและออกผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ผ่านมาออนไลน์โดยตรง

อ่าน >>> ไขข้อข้องใจ ทำไม ‘Xiaomi’ ถึงมีสินค้าสากกะเบือยันเรือรบ?

Mi Fan สุดยอดกลยุทธ์ Loyaty

นอกจากที่จะรับฟังความต้องการของผู้ใช้ไปพัฒนาสินค้าแล้ว ก็ถือเป็นอีกหนึ่ง Loyalty โปรแกรมชั้นเยี่ยม เพราะทำให้เหล่า ‘Mi Fans’ รู้สึกภูมิใจในการมีส่วนร่วมพัฒนาสินค้า นอกจากนี้ เมี่อมีกิจกรรมอื่น ๆ อาทิ เปิดตัวสินค้าใหม่ เสียวหมี่ก็จะไม่ลืมเชิญเหล่า Mi Fans ไปร่วมงานด้วย และสำหรับประเทศไทย เหล่า Mi Fans ก็มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยในปี 2018 สามารถเพิ่มฐานจาก 3 หมื่นรายเป็น 1.5 แสนราย หรือ 5 เท่าภายในปีเดียว

แม้ว่าทั่วโลกจะเผชิญกับพิษ Covid-19 แต่ในไตรมาสแรกของปีนี้ เสียวหมี่เติบโตถึง 13.6% มีรายได้ 4.97 หมื่นล้านหยวน ทำกำไรไป 2.3 พันล้านหยวน โดยในตลาดสมาร์ทโฟนทำรายได้ 3.03 หมื่นล้านหยวน เติบโต 12.3% และในส่วนของ IoTs ก็มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ด้วยรายได้ 1.3 หมื่นล้านหยวน ขณะที่รายรับจากต่างประเทศของเสียวหมี่เกือบครึ่งมาจากต่างประเทศ ส่วนแอปพลิเคชัน Mi Home มีผู้ใช้งานถึง 40 ล้านคนต่อเดือน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...