โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วสท.ลงพื้นที่วิเคราะห์เหตุเครนถล่ม เตือนระวังอาจเกิดเหตุซ้ำอีก

MATICHON ONLINE

อัพเดต 24 ม.ค. 2562 เวลา 05.11 น. • เผยแพร่ 24 ม.ค. 2562 เวลา 03.42 น.

รศ.เอนก ศิริพานิชกร ประธานวิศวกรรมโยธา วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) เปิดเผยว่า เมื่อเย็นวันที่ 23 มกราคม ทีมวสท. มีรศ.เอนก รศ.สิริวัฒน์ ไชยชนะ ที่ปรึกษา คุณหฤษฏ์ ศรีนุกูล คณะอนุกรรมการวิศวกรรมยกหิ้วและปั้นจั่นไทย และทีมวิศวกรอาสา ได้ลงพื้นที่เกิดเหตุเครนถล่มในไซต์ก่อสร้างคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง ย่านถนนพระราม 3 ซอย 45 แขวงบางโพงพาง เขตยานนาวา เพื่อตรวจสอบวิเคราะห์เหตุดังกล่าว โดยภายในพื้นที่เกิดเหตุพบทาวเวอร์เครนสูงประมาณ 40 เมตร ซึ่งเป็นปั่นจั่นหอสูงแบบคอห่าน (Goose Neck) มี 2 แขนต่อด้วยจุดหมุน ติดตั้งเสร็จแล้ว 12 เมตร ยังเหลือท่อนสุดท้าย โดยโครงการนี้เป็นการต่อเสาแบบยาก ปกติจะใช้ลักษณะซองดีดเป็นตัวประคอง โดยมีเสาเหล็กอยู่ด้านข้าง แต่กรณีนี้เป็นการสอดเสาจากด้านบนลงมา จึงอาจเป็นไปได้ของสาเหตุที่เกิดเหตุคือระหว่างการตอกยึดใช้แรงมากเกินไป ทำให้เครนเสียสมดุลจนแขนบูมกระดก 180 องศาไปกระแทกแขนบูมอีกอันหนึ่งหักลงมา

รศ.เอนก กล่าวว่า ปัจจุบันกฎหมายกำหนดให้ผู้ที่ทำงานร่วมกับเครนมีทั้งหมด 3 คน คือผู้ขับเครนซึ่งต้องผ่านการอบรมความรู้และทักษะความเชี่ยวชาญตามมาตรฐาน ผู้ให้สัญญาณ และผู้ผูกของ ควบคุม ซึ่งต้องมีใบอนุญาตตามวิชาชีพวิศวกร

รศ.เอนก กล่าวว่า ในการลดปัญหาเครนถล่ม มีคำแนะนำว่าควรเพิ่มความรู้ความเชี่ยวชาญในการติดตั้ง ปฏิบัติการเครน โดยอบรมอย่างเข้มข้นตามมาตรฐานที่ถูกต้อง โครงการอสังหาริมทรัพย์และงานก่อสร้างต่าง ๆ ควรให้ความสำคัญและเพิ่มมูลค่างบประมาณด้านความปลอดภัยอย่างมีคุณภาพให้มากขึ้น และเข้มงวดในการปฏิบัติตามกฎหมายความปลอดภัย ขั้นตอน และการควบคุมตามกฎหมายด้วย

รศ.สิริวัฒน์ ไชยชนะ ที่ปรึกษา วสท. กล่าวว่า จากการตรวจสอบของ วสท. สาเหตุเครนถล่ม มีความเป็นไปได้จากการติดตั้งด้วยความแรงเกินก่อนจะยึดสลัก เนื่องจากเครนชนิดนี้จะตั้งประมาณ 90 องศา ซึ่งมีโอกาสที่จะท้อยหลังได้เสมอ หากช่างหรือผู้ควบคุมไม่มีความชำนาญในการขับจะทำให้เกิด Shock load อย่างรุนแรง จนเครนเสียสมดุลเอียงไปด้านหลังและถล่มลงมาในที่สุด ส่วนด้านความแข็งแรงของเครนนั้น เครนถูกออกแบบมาให้อยู่ภายใต้เงื่อนไขความสมดุลและใช้หลักการทางกลศาสตร์เข้ามาช่วย

รศ.สิริวัฒน์ กล่าวว่า หลังจากนี้ควรมีการรื้อถอนทั้งเครนที่พังลงมาเสียหาย และเครนอีกตัวที่ได้รับผลกระทบซึ่งยังมี Counter Weight ถ่วงอยู่ หากร่วงลงมาซ้ำอีกอาจสร้างความเสียหายในบริเวณดังกล่าวได้อีก อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าโครงการคอนโดฯยังไม่สามารถดำเนินการรื้อถอนเครนได้ทันที จึงขอให้แจ้งเตือนประชาชนใกล้เคียงรับทราบก่อน

หฤษฏ์ ศรีนุกูล คณะอนุกรรมการวิศวกรรมยกหิ้วและปั้นจั่นไทย วสท. กล่าวว่า ปั้นจั่นหรือเครนแยกได้เป็นหลายชนิด เช่น ปั้นจั่นหอสูง (Tower Crane) ปั้นจั่นชนิดเคลื่อนที่ (Mobile Crane) รวมถึงรถเครน ปั้นจั่นเหนือศีรษะ (Overhead Crane) ปั้นจั่นขาสูง (Gantry Crane) และรอกไฟฟ้า (Electric Hoist) ตามโรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ เป็นต้น ซึ่งตามกฎหมายกำหนดให้มีการตรวจสอบและทดสอบส่วนประกอบและอุปกรณ์ของปั้นจั่นตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ แต่ไม่เกินกว่า 1 ปี ในต่างประเทศมีการพัฒนาเทคโนโลยีเครนก้าวหน้า แต่ในประเทศไทยเกินกว่าครึ่งหนึ่งของตลาดการใช้งานเป็นเครนเก่ามือสองมือสาม ดังนั้นการบำรุงรักษาในขั้นตอนก่อนการติดตั้งหรือขั้นตอนการติดตั้งต้องมีการตรวจสอบตามคู่มือที่ผู้ผลิตกำหนดไว้อย่างเคร่งครัด ผู้บังคับเครนและผู้ยึดเกาะวัสดุอีกไม่น้อยที่ยังขาดความรู้ความเข้าใจควรเข้าฝึกอบรมตามมาตรฐานในการใช้งาน รวมถึงผู้รับเหมาและผู้รับจ้างจำเป็นต้องใส่ใจเรื่องคุณภาพ ความพร้อมของเครนและความปลอดภัยในการใช้งาน และในอนาคตประเทศไทยจะมีการปรับปรุงข้อกฎหมายปั้นจั่นฉบับใหม่ เรียกว่า กฎกระทรวงการบริหารความปลอดภัยอาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมเกี่ยวกับเครื่องจักรปั่นจั่น หม้อน้ำ พ.ศ. …” คาดว่าจะออกภายในกลางปีนี้ โดยจะมีการเพิ่มมาตรการของการวางแผน (ทำแผนการยกก่อนใช้งานจริง) ลงนามรับรองการใช้งานโดยวิศวกรผู้ควบคุมเครน บังคับใช้ในงานที่มีความเสี่ยงค่อนข้างสูง หรือในการยกที่อยู่ในภาวะวิกฤติ เช่น ยกของที่มีน้ำหนักมาก ๆ การยกของที่ใกล้เคียงกับพิกัดยก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...