โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ขั้นตอนการ "ต่อเครื่องบิน" เมื่อต้องบินไปต่างประเทศ

MThai.com

เผยแพร่ 20 ธ.ค. 2561 เวลา 10.44 น.
วันนี้เราเลยขอเจาะลึกเรื่องการเดินทางโดยเครื่องบินแบบ “ต้องต่อเครื่อง” กันค่ะ มันคืออะไร แล้วต้องทำอย่างไรกันบ้าง

ใกล้ช่วงวันหยุดยาว เทศกาลท่องเที่ยวต้องมา เห็นเพื่อนๆเดินทางโดยเครื่องบินกันบ่อยๆ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหา “ตกเครื่อง” หรือ “งง” หากต้องแวะเปลี่ยนเครื่อง หรือ ต่อเครื่องระหว่างทาง วันนี้เราเลยขอเจาะลึกเรื่องการเดินทางโดยเครื่องบินแบบ “ต้องต่อเครื่อง” กันค่ะ มันคืออะไร แล้วต้องทำอย่างไรกันบ้าง ซึ่งสามารถนำไปปรับใช้ได้กับแทบทุกสนามบิน เพราะเป็นการปฏิบัติกันแบบสากล

ขั้นตอนการ “ต่อเครื่องบิน” เมื่อต้องบินไปต่างประเทศ

ว่ากันง่ายๆเวลาเดินทางโดยเครื่องบิน มักจะมี 2 แบบ คือ

  • Direct Flight (บินตรง) – ขึ้นเครื่องปุ๊ปก็นั่งไปเรื่อยๆจนถึงปลายทาง
  • Connecting Flight (ต่อเครื่อง) – มีการแวะพักที่สนามบินระหว่างทาง และค่อยขึ้นเครื่องใหม่อีกครั้ง เพื่อไปยังสนามบินปลายทาง

ศัพท์เกี่ยวกับการบินแบบต่อเครื่อง ที่ได้ยินกันบ่อยๆ

  • Transit (ทรานซิท) คือการแวะพักเครื่องระหว่างทาง และกลับมาขึ้นเครื่องลำเดิมหรือลำใหม่ก็ได้ *แต่เลขเที่ยวบิน (Flight Number) ส่วนใหญ่จะเป็นเลขเดิม! *การ Transit มีเหตุผลต่างๆกันไป เช่น เพื่อรับผู้โดยสารระหว่างทาง หรือ อาจจะแวะเติมน้ำมันระหว่างทาง เป็นต้น แต่เครื่องบินจะอยู่ที่สนามบินระหว่างทางนี้ไม่เกิน 24 ชั่วโมง!
  • Transfer (ทรานสเฟอร์) คือ การเปลี่ยนเครื่องระหว่างทาง และจะกลับมาขึ้นเครื่องของสายการบินเดิม หรือ สายการบินใหม่ก็ได้ โดยเลขเที่ยวบิน (Flight Number) จะแตกต่างกัน
  • Stop Over คือ การแวะพักเครื่องบินระหว่างทาง และพักเกิน 24 ชั่วโมงขึ้นไป
  • Check Through (Check Thru), Fly Thru คือ การเดินทางแบบต่อเครื่อง เมื่อแวะพักสนามบินกลางทาง ไม่ต้องไปรับกระเป๋าสัมภาระ เพราะจะถูกลำเลียงไปยังเครื่องลำใหม่หรือลำเดิมโดยอัตโนมัติ เราไปรับกระเป๋าที่ปลายทางได้เลย
  • Boarding Pass (บอร์ดดิ้ง พาส) คือ เอกสารยืนยันการขึ้นเครื่องบิน ในเที่ยวบินที่ได้ทำการจองไว้

ขั้นตอนการ “ต่อเครื่องบิน”

1. จุดเริ่มต้นที่สนามบินต้นทาง

  • Check in (เช็คอิน) ไม่ว่าจะบินแบบบินตรง หรือ ต่อเครื่อง เมื่อมาถึงสนามบินต้องทำการเช็คอินกับสายการบินก่อน และควรสอบถามกับเจ้าหน้าที่อีกครั้งว่า กระเป๋าสัมภาระเรานั้น Check Through หรือไม่
    ข้อสังเกตุง่ายๆ:
    >หากได้ Boarding Pass มา 2 ใบ แปลว่ากระเป๋า Check Through ให้เลย
    >หากได้ Boarding Pass มา 1 ใบ แปลว่าต้องไปรับกระเป๋าที่สนามบินระหว่างทาง และทำการ Check in ใหม่อีกครั้ง เพื่อไปยังสนามบินปลายทาง

2. จุดพักที่สนามบินระหว่างทาง

  • ตามที่เกริ่นไปตอนแรกในขั้นตอน Check in ให้สอบถามเจ้าหน้าที่ว่าการต่อเครื่องนั้น เราต้องรับกระเป๋าสัมภาระที่สนามบินระหว่างทางหรือไม่ หรือ สัมภาระถูก Check Through ให้  จึงแบ่งเป็น 2 กรณีดังนี้

1. กรณีกระเป๋าสัมภาระถูก Check Through

  • เมื่อออกมาจากเครื่องบินแล้ว เดินตามป้าย Transfer, Transit หรือ Connecting Flight และ เดินตามป้ายนั้นจนถึง Gate ที่เราต้องต่อเครื่อง (เมื่อมาถึงแนะนำให้ตรวจสอบหมายเลข Gate ที่เราต้องไปรอ และไฟล์บินอีกครั้ง)

2. กรณีกระเป๋าสัมภาระไม่ถูก Check Through

  • เมื่อออกมาจากเครื่องบินแล้ว เดินตามป้าย Arrival ผ่าน ตม. ปกติ (อย่าลืมกรอกใบ ตม. และในช่องที่พัก ให้กรอกว่า “Transit”) ส่วนใหญ่ กรณีพักระหว่างทางไม่เกิน 24 ชั่วโมง ไม่ต้องขอวีซ่า แต่ให้พริ้นใบ E-Ticket ไปด้วย (เผื่อกรณี ตม. ขอดู) ทั้งนี้ต้องเช็คข้อมูลการเข้าของแต่ละประเทศอีกครั้ง เพราะบางประเทศอยู่ไม่เกิน 24 ชั่วโมงแต่ก็ต้องทำวีซ่า
  • เมื่อผ่าน ตม. ขาเข้าแล้ว ให้ไปรับกระเป๋าสัมภาระที่สายพานรับกระเป๋า
  • และเมื่อถึงเวลาต้องการเข้าไปใน Gate ก็ต้องทำการ Check in อีกครั้ง สแกนกระเป๋า โหลดสัมภาระ ผ่าน ตม. ขาออก เพื่อไปยัง Gate

3. เมื่อถึงสนามบินปลายทาง

  • เมื่อออกจากเครื่องบินก็เดินตามป้าย Arrival ผ่าน ตม. และไปรับกระเป๋าสัมภาระที่สายพาน
  • ออกจากสนามบินไปท่องเที่ยวได้ตามอัธยาศัย

หวังว่า ใครที่เดินทางท่องเที่ยวแล้วต้องบินแบบต่อเครื่อง จะเดินทางถึงจุดหมายปลายทางกันได้อย่างไม่งง ไม่ตกเครื่อง ไม่หลงนะคะ^^

บทความที่น่าสนใจ

รู้ไว้ไม่ตกเครื่อง! เทียบช่วงเวลาเปิด-ปิด Gate จาก 7 สายการบิน

เอาอะไรขึ้นเครื่องได้บ้าง

ไขข้อข้องใจ พาเด็กขึ้นเครื่องบินต้องเตรียมตัวยังไง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...