เขื่อนปราณบุรีเร่งพร่องน้ำรับมือ"พายุโคนี"
นายพิมล สกุลดิษฐ์ ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาปราณบุรี เปิดเผยว่า ตามประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยา เมื่อเวลา 04.00 น. (วันที่ 2 พ.ย.63) พายุโซนร้อน”โคนี” บริเวณประเทศฟิลิปปินส์ได้เคลื่อนลงสู่ทะเลจีนใต้ตอนกลางแล้ว คาดว่าจะอ่อนกำลังลงก่อนเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนามตอนกลางในช่วงวันที่ 4-5 พฤศจิกายน 2563 ส่งผลทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบนมีฝนเพิ่มขึ้นกับมีลมแรง ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้ นั้น เขื่อนปราณบุรีจึงได้ออกหนังสือแจ้งผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ และท้องถิ่น เกี่ยวกับการระบายน้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนปราณบุรีเพื่อรองรับสถานการณ์พายุโซนร้อน โคนี ในประเทศฟิลิปปินส์ และกำลังเคลื่อนตัวขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนามตอนกลางในช่วงวันที่ 4-5 พฤศจิกายนนี้ ซึ่งอาจส่งผลให้ประเทศไทยมีฝนตกเพิ่ม และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์อาจมีผลกระทบ จึงทำให้เขื่อนปราณบุรีต้องระบายน้ำเตรียมพร้อมรับสถานการณ์
โดยปัจจุบันอ่างเก็บน้ำปราณบุรีมีปริมาณน้ำ 353.54 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 90.42 เปอร์เซ็นต์ของความจุอ่างฯเขื่อนปราณบุรีมีศักยภาพกักเก็บน้ำสูงสุด 391 ล้านลูกบาศก์เมตร เพื่อเป็นการควบคุมปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำปราณบุรีให้อยู่ในเกณฑ์ที่ปลอดภัย และบริหารจัดการน้ำตามเกณฑ์ควบคุมปริมาณที่กำหนดไว้(Rule Curve) โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาปราณบุรี จึงดำเนินการระบายน้ำจากอ่างเก็บน้ำปราณบุรีผ่านอาคารระบายน้ำล้น (Service spillway) ลงสู่แม่น้ำปราณบุรีในอัตรา 50 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยทยอยเพิ่มการระบายน้ำในอัตรา 10 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีทุกๆ 3 ชั่วโมง ทั้งนี้ระดับน้ำในแม่น้ำปราณบุรีจะเพิ่มขึ้นจากเดิมประมาณ 0.50-0.65 เมตร ซึ่งอาจจะทำให้มีผลกระทบต่อพื้นที่ลุ่มต่ำตลอดจนสิ่งของเครื่องใช้ที่ตั้งอยู่ต่ำกว่าตลิ่งจนเกิดความเสียหายได้ จึงขอให้ผู้ที่อาศัยอยู่ริมสองฝั่งแม่น้ำปราณบุรีได้เตรียมย้ายสิ่งของออกไป และหากมีความจำเป็นจะต้องระบายน้ำเพิ่มขึ้นจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้าตามลำดับต่อไป