คนไทยใช้ digital payment ในชีวิตประจำวัน แต่เงินสดยังครองสัดส่วนใหญ่ กดเงินไม่ใช้บัตรเติบโต 3 เท่าใน 5 ปี
ในปี 2566 คนไทยชำระเงินช่องทางดิจิทัล 538 ครั้ง/คน/ปี ยังคงสูงขึ้นทุกปี แต่เงินสดยังเป็นสัดส่วนใหญ่ โดยคนไทยใช้เงินสด 66% สูงกว่าค่าเฉลี่ยหลายประเทศ ขณะที่กดเงินไม่ใช้บัตรเติบโต 3 เท่าใน 5 ปี
ช่วง2-3 ปีที่ผ่านมาพฤติกรรมการชาระเงินของคนไทยเปลี่ยนแปลงไปประชาชนมีการเปลี่ยนจากใช้เงินสดเป็น digital payment มากขึ้นส่งผลให้การชาระเงินดิจิทัลของไทยเติบโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัดซึ่งนำไปสู่“less cash society” หรือ “สังคมที่ใช้เงินสดน้อยลง”
ธนาคารแห่งประเทศไทย เผยแพร่รายงาน “The Way We Pay 2023” สรุปข้อมูลพฤติกรรมการชำระเงินของคนไทยในปี 2566 พบว่า การชำระเงินดิจิทัลเติบโตอย่างต่อเนื่องแต่สัดส่วนการใช้เงินสดของไทยยังคงสูง โดยไทยมีสัดส่วนการใช้เงินสด 66% สูงกว่าค่าเฉลี่ยหลายประเทศ เช่น เกาหลีใต้มีสัดส่วนการใช้เงินสด 22% ออสเตรเลียมีสัดส่วน 27% สหรัฐอเมริกา 18% ส่วนสหราชอณาจักร 15%
โดยเงินสดยังคงเป็นสื่อการชำระเงินหลักของคนไทย ผู้บริโภคนิยมใช้จ่ายด้วยเงินสดในชีวิตประจำวัน และด้วยพฤติกรรมการใช้ digital payment ที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้ปริมาณและมูลค่าการถอนเงินลดลง 12% และ 25% ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา แต่สัดส่วนช่องทางการถอนเงินไม่ใช้บัตร (mobile app) เพิ่มขึ้นกว่า 3 เท่า
ขณะเดียวกันการชำระเงินดิจิทัลของไทยเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกปี โดยในปี 2566 คนไทยชำระเงินด้วยช่องทางดิจิทัล 538 ครั้ง/คน/ปี เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ 425 ครั้ง/คน/ปี
อย่างไรก็ดีการเติบโตของ digital payment เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการชำระเงินด้วย Internet & Mobile Banking ที่มีสัดส่วนปริมาณและมูลค่าสูงถึง 96% และ 84% ตามลำดับ แสดงให้เห็นถึงพฤติกรรมการชำระเงินของประชาชนที่มีความคุ้นชินในการใช้ digital payment ในชีวิตประจำวัน
ซึ่ง Internet & Mobile Banking ยังคงเป็นช่องทาง digital payment ที่ได้รับความนิยมและเติบโตสูงสุด โดยมีจำนวนบัญชีถึง 136.1 ล้านบัญชี ณ สิ้น ธ.ค. 2566 โดยในปี 2566 การใช้ Internet & Mobile Banking มีปริมาณการใช้งานสูงถึง 29.4 พันล้านรายการ คิดเป็นมูลค่า 105.3 พันล้านบาท
“การใช้ Mobile Banking ได้รับความนิยมสูง แสดงให้เห็นถึงพฤติกรรมของคนไทยที่มีความคุ้นชินกับการใช้ digital payment ในชีวิตประจำวันเพิ่มมากขึ้น”
ด้าน “PromptPay” เป็นบริการชำระเงินที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด ณ เดือน ธันวาคม 2566 มีจำนวนผู้ลงทะเบียน 77.2 ล้านหมายเลข โดยทั้งปีมีการโอนเงินเฉลี่ยต่อวัน 54.5 ล้านรายการ มูลค่า 129.9 พันล้านบาท โดยมีมูลค่าเฉลี่ยต่อรายการของธุรกรรมที่มีมูลค่าที่ต่ำกว่า 5,000 บาท ลดลงจากต้นปี 2566 ที่ 570 บาท มาเป็น 510 บาท ณ สิ้นปี 2566
“เห็นได้ว่าประชาชนใช้พร้อมเพย์ในชีวิตประจำวัน และมีสถิติการใช้งานต่อวันสูงสุดที่ 75.9 ล้านรายการ”
ด้านบัตรอิเล็กทรอนิกส์ (บัตรเดบิต และบัตรเครดิต) ถือเป็นอีกหนึ่งช่องทางการชำระเงินที่ประชาชนมีความคุ้นชิน ถึงแม้ว่าการใช้บัตรชำระผ่านช่องทาง offline (ผ่านเครื่อง EDC) ยังคงมีสัดส่วนสูงในปัจจุบัน การใช้บัตรชำระเงินผ่านช่องทาง online ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีสัดส่วนเกือบ 30% ของปริมาณธุรกรรมในปี 2566 โดยเฉพาะการใช้จ่ายในหมวดร้านค้า การเดินทาง และร้านอาหาร ได้รับความนิยมสูงสุด
ขณะที่ e-Money หรือเงินอิเล็กทรอนิกส์ เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการชำระเงินที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น โดย ณ สิ้นเดือน ธันวาคม 2566 มีจำนวนบัญชี e-Money 116.5 ล้านบัญชี โดยจำนวนบัญชี e-Money ลดลงจากปี 2565 ที่มี 125.2 ล้านบัญชีเนื่องจากมีผู้บริการบางแห่งปิดให้บริการ แต่มีปริมาณธุรกรรมในปี 2566 สูงถึง 3,065.6 ล้านรายการ มูลค่า 713.4 พันล้านบาท
เมื่อพิจารณาแยกตามวัตถุประสงค์ในการใช้งาน พบว่า การชำระค่าสินค้าและบริการ และการโอนเงินได้รับความนิยมสูงสุด สัดส่วนปริมาณธุรกรรมการชำระค่าสินค้าและบริการ มีสัดส่วนถึง 59% และมูลค่าการใช้งานที่ 49% ตามลำดับ
ข่าวอื่นๆ
ธปท. ปรับเกณฑ์ธนาคารกลุ่ม D-SIBs เพิ่ม mobile banking เป็นตัวชี้วัดด้วย