โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อสังหาริมทรัพย์

เทรนด์ที่ดินปี’68 พุ่งขึ้นอีก 5-15% อสังหาภูเก็ตบูม ดันราคาแพงแซงกรุงเทพฯ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 28 ธ.ค. 2567 เวลา 15.03 น. • เผยแพร่ 28 ธ.ค. 2567 เวลา 00.44 น.

ส่องเทรนด์ราคาที่ดินปี 2568 ขึ้นได้อีก 5-10% สวนทางแนวโน้มเศรษฐกิจยังชะลอตัว ภาพรวมปรับขึ้นอีก 5-15% ทั่วไทย ท็อป 10 เมืองกรุงยังเป็นทำเลเดิม ๆ “ชิดลม-เพลินจิต” ยืนแชมป์แพงสุดซื้อขายวาละ 3.75 ล้าน ต่างจังหวัดทำเลเด่นรายงานตัวครบทั้ง “เชียงใหม่-โคราช-ชลบุรี-ภูเก็ต” ปรับขึ้นสูงสุด 5-15% ที่ภูเก็ต ราคาขยับแรงแซงกรุงเทพฯ

นายปริสุทธิ์ รอดจากภัย ผู้อำนวยการฝ่ายสำรวจวิจัย บริษัท โปรสเปค แอพเพรซัล จำกัด บริษัทประเมินราคาทรัพย์สินและที่ดินที่มีสาขาทั่วประเทศ เปิดเผยว่า ตลอดปี 2567 ที่มีการขยายตัวของเมืองทำให้มีความต้องการที่ดินเพื่อการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยคาดว่าราคาที่ดินทั่วประเทศในปี 2568 จะปรับตัวสูงขึ้นเฉลี่ย 5-10% ขึ้นอยู่กับทำเล

รถไฟฟ้าเก่า-ใหม่ขึ้นยกแผง

ทั้งนี้ ทำเลที่ดินปรับราคาสูงขึ้นอยู่ในทำเลใกล้กับแนวรถไฟฟ้าทั้งสายใหม่และสายเก่า เพราะตอบโจทย์ความสะดวกสบายในการเดินทาง ใกล้แหล่งใช้ชีวิตและใกล้ที่ทำงาน อาทิ เขตทวีวัฒนา บางแค บางพลัด ธนบุรี ตลิ่งชัน ดอนเมือง บางนา วัฒนา สะพานสูง สายไหม มีนบุรี สวนหลวง

และโซนจังหวัดปริมณฑล เช่น อำเภอเมืองนนบุรี อำเภอบางบัวทอง อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี อำเภอลำลูกกา อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี และอำเภอเมืองสมุทรปราการ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งเป็นพื้นที่รองรับการขยายตัวของเมือง

เมืองหลัก-เมืองท่องเที่ยวพุ่ง

สำหรับราคาที่ดินในต่างจังหวัดมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นในเมืองท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นโซนภาคเหนือที่จังหวัดเชียงใหม่ แนวโน้มปี 2568 ขึ้นเฉลี่ย 5-10% เทียบกับปี 2567 เนื่องจากเป็นทั้งจังหวัดหัวเมืองใหญ่และเมืองท่องเที่ยว โดยปีนี้มีเหตุการณ์พิเศษจากอุทกภัย ทำให้โซนการอยู่อาศัยเด่นชัดขึ้น

คาดว่าขยายพื้นที่เมืองออกไปทาง 3 อำเภอหลัก “สันทราย-สันกำแพง-ฝาง” ซึ่งมีการขยายตัวของโครงการที่พักอาศัย ชุมชน และพาณิชยกรรม และมีโครงการสนามบินนานาชาติเชียงใหม่แห่งที่ 2 ในพื้นที่

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โฟกัสที่จังหวัดนครราชสีมา แนวโน้มปรับสูงขึ้นเฉลี่ย 5-10% จากการเป็นหัวเมืองใหญ่และเป็นเมืองท่องเที่ยว โดยเฉพาะอำเภอปากช่องที่มีเขาใหญ่เป็นแม่เหล็กดึงดูดการลงทุน

ภาคตะวันออกที่จังหวัดชลบุรี แนวโน้มปรับขึ้นเฉลี่ย 5-10% จุดโฟกัสอยู่ที่ 2 ทำเลหลัก “อำเภอบางละมุง-เมืองพัทยา” และภาคใต้ทำเลเด่นตลอดกาลต้องยกให้จังหวัดภูเก็ต แนวโน้มปรับขึ้นเฉลี่ย 10-15% แปลงที่เห็นราคาแพงในปี 2567 ยังเป็นเทรนด์การปรับราคาขาขึ้นในปี 2568 โดยเฉพาะทำเลติดหาดซึ่งนับวันจะหายากมากขึ้น

เพลินจิต-ชิดลมยืนแชมป์แพง

ทั้งนี้ สถิติ ณ สิ้นปี 2567 พื้นที่กรุงเทพฯ-ปริมณฑลที่มีราคาซื้อ-ขายสูงสุด 10 อันดับแรก มีดังนี้ (ดูตารางประกอบข่าว)

1.ถนนชิดลม-เพลินจิต ปิดดีลที่ราคาสูงสุด 3,750,000 บาท/ตารางวา 2.ถนนวิทยุ 3,100,000 บาท/ตารางวา 3.ถนนสุขุมวิทตอนต้น 2,940,000 บาท/ตารางวา 4.ถนนสุขุมวิท 21 อโศก 2,730,000 บาท/ตารางวา 5.ถนนสีลม 2,700,000 บาท/ตารางวา

6.ถนนสาทร 2,400,000 บาท/ตารางวา 7.ถนนสุขุมวิท เอกมัย 1,950,000 บาท/ตารางวา 8.ถนนเยาวราช 1,900,000 บาท/ตารางวา 9.ถนนพญาไท 1,850,000 บาท/ตารางวา และ 10.ถนนพหลโยธินตอนต้น 1,800,000 บาท/ตารางวา

ส่วนพื้นที่ภูมิภาคพบว่าจังหวัดสงขลา ราคาซื้อ-ขายที่ดินในปี 2567 สูงสุด รองจากกรุงเทพฯ ซื้อ-ขายเฉลี่ย 400,000 บาท/ตารางวา และจังหวัดเชียงใหม่ซื้อ-ขายสูงสุดเฉลี่ย 250,000 บาท/ตารางวา

“ปัจจัยที่มีผลต่อการปรับราคาที่ดินในแต่ละทำเล ตัวแปรหลักมาจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐ ทั้งถนน รถไฟฟ้า สนามบิน ทำให้เกิดการขยายของเมือง การเดินทางที่สะดวกขึ้น ทำให้เกิดการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยใหม่ ๆ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการผู้ซื้อ ขณะเดียวกัน ภาคเอกชนขยายการลงทุน โดยเฉพาะห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ ส่งผลต่อการปรับขึ้นของราคาที่ดินอย่างมีนัยสำคัญ”

กรุงเทพกรีฑา-พุทธมณฑลบูม

นายปริสุทธิ์กล่าวต่อว่า เจาะลึกทำเลเด่นในพื้นที่กรุงเทพฯ-ปริมณฑล พบมีอย่างน้อย 4 ทำเลน่าสนใจ แบ่งเป็น 2 ทำเลที่เหมาะสำหรับการพัฒนาโครงการบ้านแนวราบ ได้แก่ 1.กรุงเทพกรีฑาตัดใหม่ช่วง “ถนนศรีนครินทร์-ถนนร่มเกล้า” เขตสะพานสูง รองรับการขยายตัวของเมืองทางด้านกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก

โดยถนนกรุงเทพกรีฑาตัดใหม่ได้รับฉายาเบเวอร์ลี่ฮิลส์เมืองไทย เป็นถนนตัดใหม่มีขนาดใหญ่ เชื่อมต่อกับถนนหลักอื่น ๆ อาทิ ถนนพระราม 9 ถนนศรีนครินทร์ ถนนมอเตอร์เวย์กรุงเทพฯ-ชลบุรี ถนนรามคำแหง ถนนร่มเกล้า ถนนบางนา-ตราด ปัจจุบันมีโครงการที่อยู่อาศัยขนาดกลาง-ใหญ่เกิดขึ้นใหม่จำนวนมาก

2.ทำเล “ถนนพุทธมณฑลสาย 1-2” เขตตลิ่งชันและเขตทวีวัฒนา รองรับการขยายตัวของเมืองด้านกรุงเทพฯ ตะวันตก เชื่อมต่อถนนได้หลายเส้นทาง ทั้งถนนบรมราชชนนี ถนนเพชรเกษม ถนนพรานนก-พุทธมณฑลสาย 4 ถนนกาญจนาภิเษก ซึ่งได้รับปัจจัยบวกจากรถไฟฟ้าสีแดง ทางด่วน และถนนพรานนก-พุทธมณฑลสาย 4 ซึ่งเป็นถนนตัดใหม่

ทำให้การเดินทางเข้าเมืองและโรงพยาบาลศิริราชสะดวกมากขึ้น ทำให้มีการลงทุนบ้านจัดสรรระดับไฮเอนด์เกิดขึ้นหลายโครงการ เจาะกลุ่มลูกค้าเป้าหมายบุคลากรทางการแพทย์จากโรงพยาบาลศิริราชและโรงพยาบาลธนบุรี

คอนโดฯปักหมุดจรัญฯ-กรุงธนบุรี

อีก 2 ทำเลเหมาะพัฒนาคอนโดมิเนียม ได้แก่ 3.“ถนนจรัญสนิทวงศ์” เขตบางกอกน้อย ช่วงสามแยกไฟฉายได้รับปัจจัยบวกจากรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน เดินทางเข้าเมืองสะดวก อยู่ใกล้โรงพยาบาลศิริราชและโรงพยาบาลธนบุรี สินค้าคอนโดฯ ได้รับความนิยมจากลูกค้าบุคลากรทางการแพทย์และข้าราชการที่ทำงานในโซนกรุงเทพฯ ชั้นใน

4.“ถนนกรุงธนบุรี” ช่วงรอยต่อเขตธนบุรีกับเขตคลองสาน เชื่อมต่อถนนได้หลายเส้นทาง อาทิ ถนนสาทรเหนือ ถนนรัชดาภิเษก ถนนสมเด็จพระเจ้าตากสิน ถนนเจริญนคร ได้รับปัจจัยบวกจากรถไฟฟ้าสายสีเขียวอ่อน ซึ่งเป็นเขตติดต่อกับเขตสาทรโดยสะพานตากสิน การเดินทางเข้าเมืองสะดวกมากขึ้น เจาะลูกค้าพนักงานออฟฟิศในย่านสาทร สีลม ที่มองหาห้องชุดราคาไม่แพงมากนัก และเดินทางไม่ไกลที่ทำงาน

“ราคาที่ดินปี 2568 ปรับตัวสูงขึ้นตามความต้องการลงทุน ทั้งเพื่อการพัฒนาอาคารพาณิชย์และที่อยู่อาศัย โดยการปรับตัวขึ้นของราคาในแต่ละทำเล จะขึ้นมากหรือน้อยมีปัจจัยเรื่องดีมานด์และอินฟราสตรักเจอร์ในทำเลเป็นองค์ประกอบด้วย

จะเห็นว่าทำเลราคาที่ดินแพงขึ้นมากที่สุด ส่วนใหญ่เป็นทำเลที่มีการเดินทางสะดวก ใกล้แนวรถไฟฟ้า ใกล้แหล่งงาน และมีสิ่งอำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิต ตอบโจทย์การอยู่อาศัยเป็นหลัก” นายปริสุทธิ์กล่าว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เทรนด์ที่ดินปี’68 พุ่งขึ้นอีก 5-15% อสังหาภูเก็ตบูม ดันราคาแพงแซงกรุงเทพฯ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...