โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กีฬา

ไทยไหวไหม ป้องกันแชมป์ ศึกอาเซียน คัพ 2024

77 ดู

หลังจาก สหพันธ์ฟุตบอลอาเซียน หรือ เอเอฟเอฟ ประกาศโปรแกรมการแข่งขันฟุตบอลรายการ ASEAN Mitsubishi Electric Cup 2024 หรือ ศึกชิงแชมป์อาเซียน 2024 ที่จะแข่งขันระหว่างวันที่ 8 ธันวาคม 2567 - 5 มกราคม 2568

โดย ทีมชาติไทย แชมป์เก่า อยู่ในกลุ่มเอ ร่วมกับ มาเลเซีย, สิงคโปร์, กัมพูชา และ ติมอร์ เลสเต ส่วน กลุ่มบี ประกอบด้วย เวียดนาม, อินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์, เมียนมา และ สปป.ลาว

โดยทีมชาติไทย จะลงสนามประเดิมนัดแรก ในวันที่ 8 ธันวาคม 2567 พบกับ ติมอร์ เลสเต เวลา 20.00 น. ที่ฮัง เดย์ สเตเดียม ประเทศเวียดนาม

ส่วนนัดที่ 2 ทีมชาติไทยจะเปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของทีม เสือเหลือง มาเลเซีย ในวันที่ 14 ธันวาคม 2567 เวลา 20.00 น.ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน

จากนั้น ในนัดที่ 3 ทีมชาติไทย ต้องบินไปเยือน ทีมชาติสิงคโปร์ วันที่ 17 ธันวาคม 2567 เวลา 19.30 น. ตามเวลาไทย
ที่สนามกีฬาแห่งชาติสิงคโปร์

ขณะที่นัดสุดท้ายรอบแบ่งกลุ่ม จะเฝ้าบ้านรับการมาเยือนของ ทีมชาติ กัมพูชา นัดที่สี่ ในวันที่ 20 ธันวาคม 2567 เวลา 20.00 น. ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน เพื่อหาทีมแชมป์กลุ่ม และ รองแชมป์กลุ่ม เข้ารอบรองชนะเลิศต่อไป

ซึ่งหลังจากดูชื่อทีมที่อยู่ร่วมสายกับทีมชาติไทยแล้วนั้น ถือว่าไม่หนักมาก แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องรอดู หัวหน้าโค้ช อย่าง มาทาซะดะ อิชิอิ ว่าจะเรียกนักเตะคนไหนมาติดทีมชุดนี้บ้าง เพราะหลังจากจบแมตช์อุ่นเครื่อง 2 นัดล่าสุด ที่เสมอทั้ง เลมานอน และ สปป.ลาว กับฟอร์มการเล่นที่ไม่ค่อยประทับใจแฟนบอลไทยมากนัก

วันนี้เลยมาวิเคราะห์กันว่า การฟาดแข้งกับทีมคู่แข่งที่อยู่ร่วมสายกับเราเหล่านี้ ทีมชาติไทย จะสามารถฝ่าด่านเอาชนะเพื่อผ่านเข้ารอบไปได้หรือไม่

เริ่มจากนัดแรก ทีมชาติไทย พบกับ ติมอร์ เลสเต เชื่อว่าทีมชาติไทยจะส่งผู้เล่นที่ผสมผสานระหว่างผู้เล่นที่มีประสบการณ์กับรวมกับผู้เล่นหน้าใหม่ที่โชว์ฟอร์มเด่นในไทยลีก จากสถิติที่ผ่านมา ไทยมีฟอร์มที่เหนือกว่าติมอร์ เลสเตอย่างชัดเจน ทีมชาติไทยมีความได้เปรียบทั้งด้านคุณภาพนักเตะและประสบการณ์การแข่งขันในระดับอาเซียน โอกาสที่จะชนะติมอร์ เลสเตในนัดนี้มีสูงมาก อย่างไรก็ตาม ทีมต้องระวังความประมาทและการจบสกอร์ที่ยังไม่เด็ดขาดในบางเกมที่ผ่านมา ผลที่คาดไทยชนะ 3-0 หรือ 4-1

นัดที่ 2 ไทยเปิดบ้าน พบกับ มาเลเซีย ถือเป็นเกมที่น่าจับตามอง เนื่องจากทั้งสองทีมต่างเป็นคู่แข่งสำคัญในภูมิภาค และมีประวัติการพบกันที่ดุเดือดมาโดยตลอด เจอกันเมื่อไรใส่กันสนุกแน่นอน โดยมาเลเซีย มีจุดเด่นที่เกมโต้กลับที่รวดเร็วและใช้พละกำลังสูง ซึ่งเป็นจุดเด่นที่มักสร้างปัญหาให้ไทยในอดีต หากไทยสามารถควบคุมจังหวะเกมและแก้ไขปัญหาเกมรับไว้ได้ ก็น่ามีโอกาสชนะสูง เพราะเล่นในบ้านมีเสียงเชียร์ค่อยกระตุ้นตลอดเวลา ผลที่คาด ไทยชนะ 2-1 หรือ 3-1

ส่วนนัดที่ 3 ทีมชาติไทย ต้องบินไปเยือน ทีมชาติสิงคโปร์ เกมนี้เชื่อว่า อิชิอิ ต้องเน้นการครองบอลและเล่นเกมรุกที่ไหลลื่น ซึ่งหากทีมสามารถควบคุมเกมและกดดันคู่แข่งได้ ก็มีโอกาสได้แต้มกลับมา ส่วนสิงคโปร์ เกมนี้น่าจะเน้นการเล่นที่รัดกุมและใช้การโต้กลับอย่างรวดเร็ว พวกเขาอาจพยายามใช้เกมรับที่แข็งแกร่งและรอจังหวะในการเล่นบอลยาวหรือลูกตั้งเตะ ซึ่งสามารถสร้างความอันตรายได้ ผลที่คาด ไทย ชนะ 2-0 หรือ 2-1

มาต่อที่นัดสุดท้ายในรอบแบ่งกลุ่ม ทีมชาติไทยจะเปิดบ้าน พบกับ กัมพูชา ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน โดยกัมพูชาเป็นทีมที่กำลังพัฒนาขึ้น แต่ยังคงอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าทีมชาติไทย พวกเขามักจะเล่นด้วยสไตล์เกมรับและรอจังหวะโต้กลับ แต่ในภาพรวมพวกเขายังขาดประสบการณ์ในระดับสูง ส่วนทีมชาติไทย เล่นในบ้าน หากรักษาฟอร์มการเล่นที่ดีและควบคุมเกมได้ ก็น่าน่าจะสามารถเก็บ 3 คะแนนได้โดยไม่ยาก. ผลที่คาด ไทยชนะ 2-0 หรือ 3-0

ส่วนบทสรุปทีมชาติไทยจะสามารถไปถึงบัลลังก์แชมป์ได้หรือไม่นั้น กองเชียร์ช้างศึก ต้องรอลุ้น และตามเชียร์ต่อไป

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

INN News

เผยแพร่ 22 พ.ย. 2567 เวลา 03.37 น.

เล่นอัตโนมัติ

Loading...
Loading...

คลิปล่าสุดจาก INN News

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...