โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ค่าไฟแพง 2566 ครัวเรือน ธุรกิจอุตสาหกรรมไหน จ่ายเท่าไหร่

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 20 ธ.ค. 2565 เวลา 07.23 น. • เผยแพร่ 19 ธ.ค. 2565 เวลา 11.30 น.

กกพ.ประกาศขึ้นค่าไฟ ปี 2566 ภาคครัวเรือน ธุรกิจ อุตสาหกรรมไหน จ่ายเท่าไหร่ ?

วันที่ 19 ธันวาคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ได้ประกาศเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2565 การคำนวณค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ หรือค่า Ft งวดที่ 1/2566 ประจำเดือนมกราคม-เมษายน 2566 สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยที่อัตรา 93.43 สตางค์/หน่วย และผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทอื่น ๆ ที่อัตรา 190.44 สตางค์/หน่วย

ส่งผลให้อัตราค่าไฟฟ้าภาคครัวเรือน รวมถึงธุรกิจภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ ถูกปรับขึ้น ในอัตราที่แตกต่างกัน

ครัวเรือน-กิจการอื่น ๆ จ่ายอัตราต่างกัน

ทั้งนี้ การปรับอัตราค่าไฟฟ้าในกลุ่มประเภทบ้านอยู่อาศัย ยังคงเรียกเก็บในอัตราเดิมคือ 4.72 บาท/หน่วย แต่ค่าไฟฟ้าประเภทอื่น ๆ ที่นอกเหนือไปจากที่อยู่อาศัย ตั้งแต่กิจการขนาดเล็ก กิจการขนาดกลาง กิจการขนาดใหญ่ ตลอดจนโรงแรม โรงงานอุตสาหกรรม สถานประกอบการ ร้านค้า สถานบันเทิง ค้าบริการต่าง ๆ จะถูกปรับขึ้นไปถึง 5.69 บาท/หน่วย

ผู้ใช้ไฟบ้าน 3 กลุ่ม ลุ้นมาตรการช่วยเหลือ

มีรายงานจากกระทรวงพลังงานว่า ขณะนี้อยู่ในระหว่างการจัดทำมาตรการช่วยเหลือผู้ใช้ไฟ 3 กลุ่ม คือ

1. กลุ่มเปราะบาง หรือผู้ใช้ไฟไม่เกิน 300 หน่วยต่อเดือน

2.ผู้ใช้ไฟบ้านหรือครัวเรือนทั่วไป ตั้งแต่ 301-500 หน่วย ซึ่งรัฐบาลมีมาตรการช่วยเหลือ แต่จะสิ้นอายุมาตรการวันที่ 31 ธันวาคม 2565

3.บ้านที่ใช้ไฟมากกว่า 500 หน่วยต่อเดือนขึ้นไป

มาตรการช่วยเหลือ และการคำนวณค่าไฟทั้ง 3 กลุ่มดังกล่าว จะต้องเป็นไปตามใต้เงื่อนไขการประหยัดพลังงานควบคู่กัน ตามมติ กพช.ครั้งล่าสุด

และเป็นไปตามนโยบาย ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ระบุเรื่องค่าไฟแพง ว่า “ต้องมองเหตุและผล ขึ้นเพราะอะไร ขึ้นมากขึ้นน้อย หรือไม่ ทุกคนทราบดีอยู่แล้วว่า ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าไฟฟ้ามาจากไหน เมื่อต้นทุนการผลิตสูงขึ้น เราก็พยายามจะให้เดือดร้อนน้อยที่สุด”

กลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้า 8 ประเภท มีใครบ้าง

1.บ้านอยู่อาศัย

2.กิจการขนาดเล็ก

3.กิจการขนาดกลาง

4.กิจการขนาดใหญ่

5.กิจการเฉพาะอย่าง

6.องค์กรที่ไม่แสวงผลกำไร

7.สูบน้ำเพื่อการเกษตร

8.ไฟฟ้าชั่วคราว

45 อุตสาหกรรม จ่ายค่าไฟอัตราใหม่

ขณะที่สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ได้คาดการณ์ว่าการปรับขึ้นค่าไฟฟ้าดังกล่าว (5.69 บาท/หน่วย) จะส่งผลให้ราคาสินค้าปรับตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 5-12% กระทบถึง 45 อุตสาหกรรมที่มีการใช้ไฟฟ้าปริมาณสูง จำแนกกลุ่มอุตสาหกรรมตามปริมาณการใช้ไฟฟ้าเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้

กลุ่มอุตสาหกรรมที่มีการใช้ไฟฟ้ามากมีทั้งหมด 11 อุตสาหกรรม โดยจะส่งผลกระทบทำให้ราคาสินค้าปรับเพิ่มขึ้นประมาณ 9-12% ได้แก่

1.เคมี

2.เหล็ก

3.เยื่อและกระดาษ

4.อะลูมิเนียม

5.หล่อโลหะ

6.แก้วกระจก

7.ปูนซีเมนต์

8.เซรามิก

9.อาหารและเครื่องดื่ม

10.โรงกลั่นน้ำมัน

11.ปิโตรเลียมและปิโตรเคมี

กลุ่มอุตสาหกรรมที่มีการใช้ไฟฟ้าปานกลาง มีจำนวน 16 อุตสาหกรรม โดยจะส่งผลกระทบให้ราคาสินค้าปรับเพิ่มขึ้นประมาณ 6-8% ได้แก่

1.ยาง

2.พลาสติก

3.ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์

4.เครื่องปรับอากาศและเครื่องทำความเย็น

5.ยานยนต์

6.ชิ้นส่วนและอะไหล่รถยนต์

7.เฟอร์นิเจอร์

8.ไม้อัดไม้บางและวัสดุแผ่น

9.โรงเลื่อยและโรงอบไม้

10.เครื่องจักรกลการเกษตร

11.เครื่องจักรกลและโลหะการ

12.ต่อเรือซ่อมเรือและก่อสร้างงานเหล็ก

13.แกรนิตและหินอ่อน

14.น้ำตาล

15.น้ำมันปาล์ม

16.หลังคาและอุปกรณ์

กลุ่มอุตสาหกรรมที่มีการใช้ไฟฟ้าน้อย มีจำนวน 18 กลุ่มอุตสาหกรรม โดยจะส่งผลกระทบทำให้ราคาสินค้าปรับเพิ่มขึ้นประมาณไม่เกิน 5% ได้แก่

1.เครื่องสำอาง

2.ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร

3.สมุนไพร

4.ยา

5.ผู้ผลิตเครื่องมือแพทย์

6.เทคโนโลยีชีวภาพ

7.ดิจิทัล

8.อัญมณีและเครื่องประดับ

9.หัตถกรรมสร้างสรรค์

10.หนังและผลิตภัณฑ์หนัง

11.รองเท้า

12.สิ่งทอ

13.เครื่องนุ่งห่ม

14.ผู้ผลิตไฟฟ้า

15.พลังงานหมุนเวียน

16.การจัดการเพื่อสิ่งแวดล้อม

17.การพิมพ์และบรรจุภัณฑ์

18.ก๊าซ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...