UTPเดินหมากปั้นสินค้า สร้างมูลค่า-มาร์จิ้นสูง
#UTP #ทันหุ้น - UTP ยิ้มยอดขายไตรมาสแรกแววเด่น ดีมานด์ส่งออกผลไม้ขยายตัว รับอานิสงส์จีนเปิดประเทศเต็มรูปแบบ หนุนลูกค้าส่งออกสินค้าได้เพิ่ม มองยอดขายปี 2566 อาจโตทรงตัวหรือดีกว่าปีก่อน ต้นทุนเศษกระดาษหดตัวลงกว่า 20% ในปัจจุบันเดินหน้าลงทุนขยายกำลังกำลังการผลิตเป็นกว่า 7.5 หมื่นตันต่อไตรมาส เน้นสินค้าเพิ่มมูลค่า-มาร์จิ้นสูง
นายวัชชระ ชินเศรษฐวงศ์ กรรมการ บริษัท ยูไนเต็ด เปเปอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ UTP ผู้ผลิตและจำหน่ายกระดาษคราฟต์ เปิดเผยว่า ประเมินภาพรวมธุรกิจในช่วงไตรมาส 1/2566 มองว่าจะมีการเติบโตดีกว่าทั้งเมื่อเทียบช่วงเวลาเดียวกันกับปีก่อน และเมื่อเทียบจากไตรมาสก่อนหน้า แม้ว่าในช่วงเดือนมกราคม 2566 ยอดขายอาจจะปรับตัวลดลงบ้างเพราะมีช่วงวันหยุดทั้งปีใหม่และเทศกาลตรุษจีน แต่ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมายอดขายเริ่มกลับมาเป็นบวกแล้ว
ดีมานด์ส่งออก
ทั้งนี้แรงสนับสนุนหลักๆ ในช่วงไตรมาส 1/2566 มาจากการส่งออกผลไม้ฤดูร้อน ทำให้มีความต้องการใช้กล่องกระดาษในการบรรจุเพิ่มขึ้น อีกทั้งหลังจากที่ประเทศจีนกลับมาเปิดประเทศอย่างเต็มรูปแบบ ทำให้มองว่าแนวโน้มการส่งออกสินค้าไปยังประเทศจีนจะขยายตัวมากขึ้น ซึ่งสัดส่วนลูกค้ามากกว่า 50% เป็นกลุ่มที่มีการส่งออกสินค้าไปยังประเทศจีน บริษัทก็มองว่าจะได้รับอานิสงส์ดังกล่าวด้วย สำหรับการเติบโตของยอดขายในปี 2566 มองว่าอาจทรงตัวหรือเติบโตขึ้นเล็กน้อยจากปีก่อน
ด้านการแข่งขันในอุตสาหกรรมในปี 2566 มองว่ายังคงมีความรุนแรงอยู่อย่างต่อเนื่อง ด้วยการระบายสินค้าคงคลังของซัพพลายทำให้มีการปรับลดราคาจำหน่ายลง รวมถึงราคาเศษกระดาษทั้งในประเทศและต่างประเทศที่ยังมีความผันผวนอยู่มาก แม้ว่านับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันราคาเศษกระดาษปรับตัวลดลงมาเฉลี่ยประมาณ 20% ของราคาที่เป็นจุดสูงสุดในปีก่อน มาอยู่ที่ระดับ 6 บาทต่อกิโลกรัม แต่ก็ยังคงอยู่ในระดับที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตอยู่
ทั้งนี้ บริษัทมองว่าราคาเศษกระดาษในปี 2566 มีแนวโน้มที่จะปรับตัวลดลงมากกว่าเป็นขาขึ้นในช่วงที่เหลือของปีนี้ เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ถดถอย ขณะเดียวกันบริษัทอยู่ระหว่างการศึกษาการหาพลังงานทดแทนเข้ามาช่วยลดต้นทุนค่าไฟฟ้าและถ่านหินลง ที่ผ่านมามองโครงการโรงไฟฟ้าชีวมวล แต่ยังติดอยู่ที่วัตถุดิบที่เป็นเชื้อเพลิงต้องใช้จำนวนมาก ต้องหาแหล่งที่มีราคาไม่สูงและยังคงให้ค่าความร้อนที่ดี ซึ่งตรงนี้คงต้องใช้เวลาในการศึกษาอีกระยะหนึ่ง
อัพกำลังผลิต
แผนการดำเนินงานในปี 2566 นั้น บริษัทวางเป้าหมายจะขยายปริมาณการจำหน่ายผลิตภัณฑ์กระดาษคราฟต์สำหรับทำผิวกล่อง (Kraft Liner Board) ในปีนี้ให้มีสัดส่วนเพิ่มเป็นมากกว่า 50% ของปริมาณการขายทั้งหมด จากสิ้นปีก่อนที่มีสัดส่วนที่ประมาณ 30-40% เพราะเป็นกลุ่มที่มีความต้องการสูง อีกทั้งยังให้มาร์จิ้นที่สูงกว่าผลิตภัณฑ์อื่นๆ ในสัดส่วนที่เหลือจะเป็นการจำหน่ายของกระดาษคราฟต์สำหรับทำลอนลูกฟูก (Corrugating Medium) ปัจจุบันบริษัทมีอัตราการใช้กำลังการผลิตรวมอยู่ที่กว่า 70-80%
อย่างไรก็ดี จากการเดินหน้าโครงการลงทุนเพิ่มกำลังการผลิตเตรียมเยื่อกระดาษให้เพิ่มอีก 200 ตันต่อวัน เป็น 1,000 ตันต่อวัน จากเดิมที่ทำได้ราว 800 ตันต่อวัน ในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้คาดว่าจะแล้วเสร็จพร้อมใช้งานในช่วงกลางปี 2566 ทำให้คาดว่าปริมาณการจำหน่ายภายในช่วงสิ้นปีนี้จะแตะที่ระดับ 75,000 ตัน และคาดว่าจะช่วยหนุนยอดขายและรายได้จะเพิ่มเป็นกว่า 1,650 ล้านบาทต่อไตรมาสในอนาคต หากมีการใช้กำลังการผลิตอย่างเต็มประสิทธิภาพ
รู้ทันเกม รู้ก่อนใคร ติดตาม "ทันหุ้น" ที่นี่
FACEBOOK คลิก https://www.facebook.com/Thunhoonofficial/
YOUTUBE คลิก https://www.youtube.com/channel/UCYizTVGMealUUalT6VdUdNA
Tiktok คลิก https://www.tiktok.com/@thunhoon_
LINE@ คลิก https://lin.ee/uFms4n5
TELEGRAM คลิก https://t.me/thunhoon_news
Twitter คลิก https://twitter.com/thunhoon1