โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โรงเรียนนานาชาติ DBS ลงทุน 600 ล้าน ขยายอาคาร รับนักเรียน ม.ปลาย

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 10 ก.พ. 2565 เวลา 10.44 น. • เผยแพร่ 10 ก.พ. 2565 เวลา 10.43 น.

โรงเรียนนานาชาติ DBS ลงทุน 600 ล้านบาท เดินหน้าขยายอาคารเรียน รองรับนักเรียน ม.ปลาย ชี้เทรนด์ผู้ปกครองลงทุนด้านการศึกษามากขึ้น ทำตลาดโรงเรียนนานาชาติโตปีละ 9% สูงสุดในเอเชีย

วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2565 ผศ.ดร.ต่อยศ ปาลเดชพงศ์ กรรมการบริหารโรงเรียนนานาชาติ DBS Denla British School เปิดเผยทิศทางและนโยบายขับเคลื่อนโรงเรียนว่า DBS เป็นโรงเรียนในกลุ่มเด่นหล้า ซึ่งเกิดขึ้นจากธุรกิจครอบครัว มีโรงเรียนในเครือทั้งหมด 3 สาขา โดยสาขาที่ 1 คือ โรงเรียนอนุบาลเด่นหล้า สาขาเพชรเกษม เปิดการเรียนการสอนมา 40 กว่าปี ตั้งแต่ชั้นอนุบาลอายุ 2-6 ปี

ปัจจุบันมีนักเรียนทั้งหมดประมาณหลักพันคน สาขาที่ 2 คือ โรงเรียนเด่นหล้า สาขาพระราม 5 เปิดเมื่อปี 2549 ตอนแรกสอนแค่อนุบาล แต่ปัจจุบันเปิดระดับชั้นประถมศึกษาแล้ว มีนักเรียนประมาณ 1,600 คน และเตรียมขยายการสอนระดับมัธยมต้น และสาขาที่ 3 DBS Denla British School เปิดเมื่อปี 2560 ในช่วงแรกมีแค่เด็กอนุบาล และเด็กประถมศึกษา แต่ปัจจุบันสอนถึงระดับมัธยมศึกษาตอนต้น มีนักเรียนทั้งหมดประมาณ 500 คน รวมทั้ง 3 สาขาน่าจะราว 3,000 คน

สำหรับ DBS ในปี 2565 จะขยายเปิดการเรียนการสอนรองรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 4-6 (Year 11-13) อายุระหว่าง 14-18 ปี โดยมุ่งมั่นสร้างสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อนักเรียน (Building for the Best because You are the Best) พร้อมปูพื้นฐานความพร้อมทางด้านความรู้และทักษะแห่งอนาคต ทั้งฮาร์ดสกิลและซอฟต์สกิลให้แก่นักเรียนตั้งแต่ยังเล็ก พร้อมลงทุนสร้างอาคารเรียนและสิ่งอํานวยความสะดวก

การลงทุนอาคารใหม่ พื้นที่ใช้สอย 22,000 ตารางเมตร คาดใช้งบประมาณราว 600 ล้านบาท เพื่อสนับสนุน “เป้าประสงค์แห่งการเรียนรู้” หรือ “Purpose of Learning” ตามหลักสูตรการศึกษาของประเทศอังกฤษโมเดลโรงเรียนเอกชน ประกอบด้วย

Self-discovery คือ การให้เด็กสามารถค้นพบตัวตนได้ตั้งแต่ยังเล็ก DBS มีสิ่งอำนวยความสะดวกสนับสนุนด้านความรู้และกิจกรรมเพื่อให้เด็ก ๆ ได้ทดลอง ทดสอบ หาความชอบความถนัดของตน และ Self-learning คือ ทักษะการเรียนรู้ด้วยตนเอง ซึ่งเป็นทักษะที่เด็กพึงมีและจะติดตัวไปตลอดชีวิต ความสามารถในการเรียนรู้ด้วยตนเองจะทำให้เด็กสามารถต่อยอดและพัฒนาศักยภาพตนเองได้อย่างยั่งยืน

ทั้งนี้หลักสูตรอังกฤษเป็นหลักสูตรที่มุ่งเตรียมความพร้อมให้กับการดำเนินชีวิตของเด็กในอนาคต โดยเฉพาะในยุคนี้ที่ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว DBS มีเป้าหมาย Nurturing Great Global Leaders ซึ่งจะสร้างให้ นักเรียนเติบโตไปเป็นผู้นำที่ดีของโลก เป็นการดำเนินงานภายใต้ 5 เสาหลัก ประกอบด้วย

1. An Enhanced British Curriculum หลักสูตรอังกฤษแบบโรงเรียนเอกชน ที่มีการเพิ่มชั่วโมงเรียนให้นักเรียนได้มีเวลาค้นคว้าหาสิ่งที่ตนเองชอบ เพื่อเป้าประสงค์ของการ Self-discovery

2. Academic Excellence for All ความเป็นเลิศทางวิชาการ โดยการผลักดันให้นักเรียนสามารถเข้าถึงหลักสูตรการเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งหลักสูตรเป็น 3 ภาษา คือ อังกฤษ ไทย และจีน

3. Entrepreneurship and Creative Thinking การพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ และปลูกฝังทักษะความเป็นผู้ประกอบการ

4. Thai Values in a Global Context การปลูกฝังพื้นฐานภาษา วัฒนธรรมไทย ทัศนคติต่อชุมชนและต่อโลก ถึงแม้ว่าเราจะเป็นโรงเรียนนานาชาติ แต่สิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงถึงในบริบทของสังคมไทย เด็กต้องสามารถปรับตัวให้สอดรับกับทุกบริบทของทุกที่ทั่วโลก เป็นพลเมืองโลก (Global Citizen)

5. Wellbeing and Sustainability ความเป็นอยู่ที่ดีและความยั่งยืน เราให้ความสำคัญกับความอยู่ดีกินดีของนักเรียน รวมถึงบุคลากรโรงเรียน เพราะถือว่าโรงเรียนคือบ้านหลังที่ 2

โรงเรียนนานาชาติไทยโตสุดในเอเชีย

ด้าน ดร.เต็มยศ ปาลเดชพงศ์ กรรมการบริหารโรงเรียนนานาชาติ DBS กล่าวว่า ย้อนไปเมื่อ 20-30 ปีก่อน เมืองไทยมีโรงเรียนนานาชาติเพียง 5-10 แห่งเท่านั้น อีกทั้งความนิยมเรียนโรงเรียนนานาชาติน้อยมาก ส่วนใหญ่ผู้ที่ได้เรียนจะมาจากครอบครัวของนักธุรกิจ และนักการทูต แต่ปัจจุบันโลกเปลี่ยน มีการติดต่อสื่อสารระหว่างประเทศมากขึ้น ส่งผลให้ผู้ปกครองนิยมส่งลูกมาเรียนโรงเรียนนานาชาติเพิ่มขึ้น ทำให้โรงเรียนนานาชาติมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นทุกปี

อย่างในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา พบว่ามีโรงเรียนนานาชาติเพิ่มขึ้นประมาณ 10 แห่งในกรุงเทพฯ ยังไม่รวมจังหวัดอื่น ๆ เฉลี่ยแล้วเติบโตปีละ 9% เมื่อเทียบกับย้อนหลังไปประมาณ 4-5 ปีที่ผ่านมาที่มีอัตราการเติบโตแบบดับเบิลดิจิตถึง 4 ปีซ้อน เรียกได้ว่าโรงเรียนนานาชาติของไทยเติบโตสูงสุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อ้างอิงข้อมูลจากสมาคมโรงเรียนนานาชาติแห่งประเทศไทย)

อย่างตอนนี้มีโรงเรียนนานาชาติมากกว่า 200 แห่ง โดยเป็นโรงเรียนระดับพรีเมียม 73 แห่ง หรือคิดเป็น 36%

“สำหรับมุมมองภาพรวมของโรงเรียนนานาชาติในประเทศไทย แนวโน้มการลงทุนด้านการศึกษาซึ่งพ่อแม่ยุคปัจจุบันจะส่งลูกเรียนโรงเรียนนานาชาติ เพราะมีความมั่นใจในการปูพื้นฐานให้เด็กสามารถพัฒนาศักยภาพไปสู่ความเป็นผู้ใหญ่ที่มีความพร้อมในการแข่งขันทั้งทางด้านธุรกิจและการใช้ชีวิต

ผู้ปกครองยุคใหม่เปิดใจและสนับสนุนให้ลูกค้นหาความถนัดของตนเอง มีมุมมองที่เปลี่ยนแปลงไปจากอดีตที่ว่าจะส่งลูกเรียนโรงเรียนอะไรก็ได้ตอนเด็ก ๆ แล้วเมื่อโตขึ้นก็ค่อยส่งลูกเรียนมหาวิทยาลัยดี ๆ แต่ปัจจุบันพวกเขามีความคิดว่าต้องลงทุน Invest Now เพื่อ Harvest in the future นั่นคือการลงทุนเรื่องการศึกษาให้ลูกในวันนี้ เพื่อให้ลูกมีความรู้และทักษะรอบด้านตั้งแต่พวกเขายังเล็ก เมื่อพวกเขาเติบโตจะเป็นบุคคลคุณภาพที่มีความเพรียบพร้อมในทุกด้านและมีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จสูง

ซึ่งก็ยอมรับค่าเทอมของโรงเรียนนานาชาติจะสูงมากกว่าโรงเรียนอื่น 3-4 เท่า หรือมากกว่านั้น แต่เมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ อย่าง ญี่ปุ่นสิงคโปร์ ถือว่าถูกกว่า ในขณะที่คุณภาพเท่าเทียมกัน ซึ่งค่าเทอมของ DBS อยู่ที่ประมาณ 4-7 แสนบาท ดังนั้น การเรียนการสอนจึงให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมพาร์ตเนอร์ เพื่อชวนพาร์ทเนอร์ผู้มีประสบการณ์ในสาขาอาชีพต่าง ๆ มาสอนเด็ก ๆ”

ทั้งนี้ ดร.เต็มยศ กล่าวอีกว่า DBS วางกลยุทธ์ทางการตลาดในรูปแบบ Word-of-Mouth หรือการบอกต่อ ด้วยการที่โรงเรียนจะต้องพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ เนื่องด้วยปัจจุบันมีโรงเรียนนานาชาติจำนวนมาก สิ่งสำคัญจะต้องพัฒนาทำให้โรงเรียนมีคุณภาพที่ดีที่สุด เพราะ DBS คือการลงทุนกับการศึกษาของเด็ก เป็นการลงทุนกับคน จึงต้องการทำให้นักเรียนได้รับสิ่งที่ดีที่สุดจากโรงเรียน นอกจากการพัฒนาทางด้านหลักสูตร พัฒนาอาคารสถานที่และสิ่งอำนวยความสะดวก และการจัดการและการให้บริการของโรงเรียนแล้ว

สิ่งที่ DBS ได้พัฒนาคือบุคคล นักเรียนของ DBS จะต้องไม่เก่งอย่างเดียว จะต้องมีความฉลาดทางอารมณ์ จะต้องเป็นคนเห็นอกเห็นใจผู้อื่น และกลับมาสร้างสรรค์สิ่งที่ดีให้สังคมบ้านเกิด เป็นประชากรที่ดีให้กับประเทศชาติและกับโลกด้วย

ส่วนมิสเตอร์จอนนี่ ลิดเดิ้ล (Mr.Jonny Liddell) ครูใหญ่โรงเรียนนานาชาติ DBS กล่าวต่อว่า สำหรับการศึกษาแบบโรงเรียนเอกชนอังกฤษ ไม่ได้มุ่งเน้นด้านวิชาการเพียงอย่างเดียว แต่เปิดโอกาสให้นักเรียนได้ค้นพบพรสวรรค์ทั้งทางด้านวิชาการ กีฬา ศิลปะ และนวัตกรรมใหม่ ๆ อีกด้วย โดยโรงเรียนได้เตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกและเทคโนโลยี อุปกรณ์และเครื่องมือที่ทันสมัย มาสนับสนุนและส่งเสริมการเรียนรู้

ปัจจุบันมีอาคารทั้งหมด 5 อาคาร ประกอบด้วย 1.อาคารเรียนสำหรับเด็กชั้นเตรียมอนุบาล (Mini Dragons) 2.อาคารเรียนสำหรับนักเรียนระดับชั้นอนุบาลจนถึงมัธยมศึกษาปีที่ 4 (EY1-Year 11) 3.อาคารอเนกประสงค์สำหรับกิจกรรมและกีฬาต่าง ๆ เช่น โรงละครขนาดเล็ก (Black Box) สระว่ายน้ำ และ Dance Studio 4.พื้นที่โซนสนามกีฬาภายนอก ได้แก่ สนามฟุตบอล สนามรักบี้ ลู่วิ่ง สนามบาสเก็ตบอล สนามเทนนิส และกอล์ฟ และส่วนที่ 5.อพาร์ตเม้นต์สำหรับเจ้าหน้าที่และครูต่างชาติ

ขณะนี้ DBS กำลังก่อสร้างอาคารหลังใหม่จำนวน 2 อาคาร ซึ่งอยู่ในส่วนการดำเนินโครงการก่อสร้างอาคารใหม่ของ DBS ครั้งนี้ คือ เป็นการพัฒนาระยะที่ 2 ของโรงเรียน เพื่อรองรับนักเรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายที่จะเข้ามาเรียนเพิ่มขึ้นในปีการศึกษาถัดไป โดยจะมีห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ (IT suite) โรงละครและหอประชุมขนาด 665 ที่นั่ง ห้องซ้อมดนตรีและเวที ฟิตเนสเซ็นเตอร์ สตูดิโอศิลปะ สตูดิโอด้านประติมากรรม และสตูดิโอออกแบบ เป็นต้น คาดว่าจะแล้วเสร็จกลางปีนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...