โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คลังสั่งออมสินจัด ‘ซอฟต์โลน’ อีก 1 แสนล้าน อุ้มส่งออกตลาดสหรัฐ

ไทยพับลิก้า

อัพเดต 16 พ.ค. 2568 เวลา 17.07 น. • เผยแพร่ 15 พ.ค. 2568 เวลา 16.07 น.
เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2568 นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานการประชุม เพื่อมอบนโยบายให้สถาบันการเงินของรัฐทุกแห่ง ณ หอประชุมบุรฉัตร อาคาร 1 ชั้น 1 ธนาคารออมสิน สำนักงานใหญ่ กรุงเทพมหานคร

คลังสั่งออมสินจัด ‘ซอฟต์โลน’ อีก 1 แสนล้าน อุ้มส่งออกตลาดสหรัฐ – เสริมสภาพคล่อง SMEs รับมือสินค้านำเข้าราคาถูกเกรดต่ำทะลัก – เบื้องต้นลดดอกเบี้ยเงินกู้เยียวยาลูกค้า 2-3% เริ่ม 19 พ.ค.นี้

เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2568 นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานการประชุม เพื่อมอบนโยบายให้สถาบันการเงินของรัฐทุกแห่ง ณ หอประชุมบุรฉัตร อาคาร 1 ชั้น 1 ธนาคารออมสิน สำนักงานใหญ่ กรุงเทพมหานคร

นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลโดยนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มอบหมายกระทรวงการคลังให้ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และช่วยเหลือภาคธุรกิจไทย ที่ได้รับผลกระทบจากการประกาศนโยบายภาษีของสหรัฐอเมริกา เป็นการเร่งด่วนนั้น กระทรวงการคลังจึงมีนโยบายให้สถาบันการเงินของรัฐปรับกลยุทธ์การดำเนินงาน โดยการลดเป้าหมายกำไรจากการทำธุรกิจ เพื่อจัดสรรเม็ดเงินงบประมาณมาจัดทำโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจและช่วยเหลือบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นแก่ผู้ประกอบการ โดยสถาบันการเงินของรัฐทั้ง 7 แห่ง อยู่ระหว่างเตรียมดำเนินการตามนโยบาย ประกอบด้วย ธนาคารออมสิน , ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) , ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) , ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย หรือ “SME D Bank” , ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย หรือ “EXIM Bank” , ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย และบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.)

สำหรับโครงการต่าง ๆ อาทิ โครงการสินเชื่อ Soft Loan วงเงิน 100,000 ล้านบาท โดยธนาคารออมสิน ที่กำหนดหลักเกณฑ์เงื่อนไขแตกต่างจากสินเชื่อ Soft Loan โครงการอื่น เนื่องจากมีการกำหนดกลุ่มเป้าหมายผู้ประกอบการที่มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการชัดเจน 3 กลุ่ม ได้แก่
1) ธุรกิจส่งออกไปยังตลาดสหรัฐอเมริกา
2) ธุรกิจ Supply Chain และ
3) ธุรกิจผู้ผลิตสินค้าที่ต้องมีการแข่งขันสูงกับสินค้านำเข้าราคาถูกจากต่างประเทศ

ตลอดจนผู้ประกอบการ SMEs ในภาพรวม และสถาบันการเงินของรัฐอื่น เตรียมออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในภาคเกษตรกรรม และภาคอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงออกมาตรการลดดอกเบี้ยเงินกู้ เพื่อช่วยเหลือบรรเทาผลกระทบของนโยบายภาษีสหรัฐอเมริกาที่ส่งผลต่อผู้ส่งออก และธุรกิจ SMEs/Supply Chain อย่างมีนัยสำคัญ เป็นต้น

นายพิชัย กล่าวต่อว่า ขณะนี้มาตรการดังกล่าวอยู่ระหว่างเตรียมการเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา ภายใต้สภาวะความผันผวนที่ภาคธุรกิจไทยที่ต้องเผชิญความไม่แน่นอนจากปัจจัยภายนอกที่ส่งกระทบต่อความเชื่อมั่น และเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ กล่าวได้ว่ากลไกสถาบันการเงินของรัฐภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงการคลังมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนนโยบายรัฐบาล ผ่านการขับเคลื่อนมาตรการต่าง ๆ ที่จะช่วยเหลือประคับประคองธุรกิจให้ผ่านพ้นวิกฤติ เศรษฐกิจไทยสามารถเติบโตอย่างเข้มแข็งยั่งยืนในระยะยาว

นายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน

ด้านนายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวว่า วันนี้นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคลังได้เดินทางมามอบนโยบายให้แบงก์ของรัฐที่ธนาคารออมสิน โดยมอบหมายให้แบงก์รัฐร่วมกันดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ส่วน โดยส่วนแรกจะเป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และส่วนที่ 2 เป็นมาตรการบรรเทาผลกระทบจากมาตรการภาษีทรัมป์ เป็นโจทย์ที่นายพิชัยมอบหมายให้แบงก์รัฐไปศึกษา และให้รีบนำกลับมารายงานต่อที่ประชุมแบงก์รัฐครั้งถัดไป

นายวิทัย กล่าวต่อว่า ในส่วนของธนาคารออมสินได้รับมอบหมายให้ดำเนินโครงการสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำ หรือ “Soft loan” ปล่อยสินเชื่อผ่านทั้งสถาบันการเงินของรัฐและเอกชนแบ่งออกเป็น 2 โครงการ คือ โครงการแรก สินเชื่อ Soft loan เดิมวงเงิน 100,000 ล้านบาท ซึ่งผ่านความเห็นชอบจาก ครม. และธนาคารได้เริ่มดำเนินการปล่อยกู้มาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2567 โดยมีระยะเวลาในการอนุมัติสินเชื่อได้ถึงสิ้นปี 2568 และเมื่อสถาบันการเงินได้รับอนุมัติสินเชื่อแล้วสามารถเบิกจ่ายกับธนาคารออมสินไปได้ถึงสิ้นปี 2569 ปัจจุบันธนาคารออมสินอนุมัติสินเชื่อ Soft loan ให้กับสถาบันการเงินที่เข้าร่วมโครงการแล้ว 75,000 ล้านบาท ยังมีวงเงินคงเหลืออยู่อีก 25,000 ล้านบาท

โครงการที่ 2 สินเชื่อ Soft loan ใหม่อีก 100,000 ล้านบาท ผ่านสถาบันการเงินทั้งของรัฐและเอกชน แต่จะพุ่งเป้าไปที่ผู้ส่งออกที่ได้รับผลกระทบจะมาตรการภาษีทรัมป์เป็นหลัก รวมทั้งถึง Supply Chain ของผู้ส่งออก และ SMEs ในประเทศที่ผลิตสินค้า ซึ่งอาจได้รับผลกระทบจากการแข่งขัน โดยเฉพาะสินค้านำเข้าราคาถูกจากต่างประเทศที่ไหลทะลักเข้ามาขายในประเทศไทย และธุรกิจอสังหาริมทรัพย์บางส่วน หรือ ธุรกิจท่องเที่ยวด้วย ซึ่งธนาคารออมสินจะต้องเร่งดำเนินการศึกษาให้แล้วเสร็จส่งให้กระทรวงการคลังเสนอที่ประชุม ครม.

“โครงการซอฟต์โลนของธนาคารออมสินตัวใหม่ เงื่อนไขก็จะใกล้เคียงกับของเดิม แต่มีกลุ่มเป้าหมายมากขึ้นกว่าเดิม โครงการนี้เราทำเพื่อสังคม โดยเราเอา Funding ของเรามาปล่อยสินเชื่อให้กับแบงก์พาณิชย์ 0.01% เพื่อให้ไปปล่อยสินเชื่อต่อให้ลูกค้าตามกลุ่มเป้าหมายที่รัฐบาลต้องการส่งเสริม ในอัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 3.5% ส่วนลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการภาษีทรัมป์ เราก็ยังมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ช่วยลูกค้าอีก 2–3% ซึ่งจะเริ่มดำเนินการได้ตั้งแต่วันที่ 19 พ.ค. 2568 เป็นต้นไป โดยไม่ต้องนำเสนอให้ ครม.อนุมัติ เช่น เคยจ่ายดอกเบี้ยเงินกู้ที่อัตรา 5 – 6% ก็อาจปรับลดลงมาเหลือ 3 – 4% เป็นต้น” นายวิทัย กล่าว

อนึ่ง หลังจากที่ประชุม ครม.มีมติเห็นชอบโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) “GSB Boost Up” วงเงิน 100,000 ล้านบาทไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ต่อมาวันที่ 25 กรกฎาคม 2567 นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานในพิธีลงนามในบันทึกข้อตกลงระหว่างธนาคารออมสินกับสถาบันการเงินทั้งของรัฐและเอกชนที่เข้าร่วมโครงการนี้รวม 16 แห่ง ตามที่รัฐบาลได้สั่งการให้ธนาคารออมสินเข้าไปช่วยเหลือธุรกิจ SMEs ให้มีสภาพคล่องที่เพียงพอ และเพื่อลดต้นทุนทางการเงินให้กับผู้ประกอบการ SMEs ด้วยการปล่อยสินเชื่อวงเงิน 100,000 ล้านบาท ให้แก่สถาบันการเงินทั้งธนาคารพาณิชย์ และสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐที่เข้าร่วมโครงการฯในอัตราดอกเบี้ย 0.01% ต่อปี เป็นระยะเวลา 2 ปี ทั้งนี้ เพื่อนำไปปล่อยสินเชื่อต่อให้แก่ผู้ประกอบการ SMEs ที่เป็นลูกค้าเดิม หรือ ลูกค้าใหม่ที่ไม่ใช่การรีไฟแนนซ์ โดยคิดอัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 3.5% ต่อปี วงเงินสินเชื่อสูงสุดต่อรายรวมทุกสถาบันการเงินไม่เกิน 40 ล้านบาท

ทั้งนี้ เพื่อให้ผู้ประกอบการเข้าถึงแหล่งเงินทุนด้วยอัตราดอกเบี้ยต่ำ สำหรับลงทุนและเสริมสภาพคล่องในกิจการให้สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืน โดยโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) GSB Boost Up มีสถาบันการเงินเข้าร่วมโครงการทั้งหมด 16 แห่ง ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย , ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร , ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย , ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย , ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย , ธนาคารกรุงเทพ , ธนาคารกสิกรไทย , ธนาคารไทยพาณิชย์ , ธนาคารกรุงศรีอยุธยา , ธนาคารทหารไทยธนชาต , ธนาคารเกียรตินาคินภัทร , ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ , ธนาคารยูโอบี , ธนาคารไอซีบีซี (ไทย) , ธนาคารทิสโก้ และธนาคารไทยเครดิต

**[

  • นายกฯเผย ‘สี จิ้นผิง’ แนะข้อดี – ข้อเสีย ‘เอ็นเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์’- ออมสินจัด ‘ซอฟต์โลน’ 5 หมื่นล้าน ปลดหนี้ Non-Banks ](https://thaipublica.org/2025/02/paetongtarn-cabinet-11-02-2568/)**

**[

  • ควักเงินออมสิน 1 แสนล้าน จัด ‘ซอฟต์โลน’ ผ่านแบงก์พาณิชย์ – ลุยปล่อยกู้ SMEs ดัน GDP ปี’67 โต 3% ](https://thaipublica.org/2024/06/economic-cabinet-orders-gsb-provide-soft-loans-100-billion-baht/)**

**[

  • ‘เผ่าภูมิ’ ย้ำ ‘ซอฟต์โลน 1 แสนล้าน’ ไม่เข้าข่ายโครงการตาม ม.28 – ออมสินจัดเอง ](https://thaipublica.org/2024/06/paopoom-explained-soft-loan-gsb-100-billion-baht/)**

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...